
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับบริการสู่ดิจิทัลและยุติสำนักงานเขต 6 พร้อมเร่งผลักดันการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์
6 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
DBD ปรับสู่ Digital เต็มรูปแบบ เตรียมยุติการให้บริการสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 6 ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2569
-
ดันระบบ DBD Biz Regist ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากทุกที่ทั่วประเทศ
-
SMEs ได้ประโยชน์ ลดขั้นตอน-ต้นทุน เพิ่มความสะดวก คล่องตัว และเข้าถึงบริการภาครัฐได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว เตรียมยุติการให้บริการสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 6 ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 พร้อมเร่งผลักดันระบบ DBD Biz Regist ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่นี้จะช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนแฝง เพิ่มความสะดวกสบาย ตอบโจทย์การทำธุรกิจยุคใหม่ และเป็นโอกาสทองสำหรับ SMEs ในการเพิ่มความคล่องตัว ลดภาระ และเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกที่ทั่วประเทศ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมฯ ได้ประกาศแผนการปฏิรูปการให้บริการครั้งสำคัญ เตรียมยุติการให้บริการของสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 6 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์การปรับเปลี่ยนองค์กรไปสู่การเป็น Digital DBD อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากระบบจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ DBD Biz Regist ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการยื่นคำขอจดทะเบียนธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจในยุคดิจิทัล และสร้างความคล่องตัวในการดำเนินงานภาครัฐที่ทันสมัยยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการเน้นย้ำถึงศักยภาพของระบบ DBD Biz Regist ที่เปิดให้จดทะเบียนธุรกิจออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง จะส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย การที่สามารถเข้าถึงบริการได้จากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ถือเป็นการลดอุปสรรคด้านระยะทางและต้นทุนแฝงจากการเดินทางติดต่อราชการได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ SMEs สามารถเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือดำเนินการปรับเปลี่ยนทางกฎหมายได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระด้านเอกสารและกระบวนการ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเวลา และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถมุ่งเน้นกับการพัฒนาธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่
นับเป็นการยกระดับการให้บริการภาครัฐให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการติดต่อราชการเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจให้สะดวกสบายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ SMEs ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปรับปรุงบริการครั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมและเครื่องมือดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคต






