
ร้าวลึก "มัสก์ VS นาวาร์โร" 2 ที่ปรึกษา "ทรัมป์" เปิดศึกกลางทำเนียบขาว
9 เมษายน 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
ความขัดแย้งระหว่างที่ปรึกษาคนสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปะทุขึ้นอย่างเปิดเผย เมื่อ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลาและผู้นำหน่วยงานปฏิรูปประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เปิดฉากโจมตี ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทรัมป์อย่างรุนแรง หลังจากความเห็นขัดแย้งเรื่องนโยบายภาษีศุลกากรครั้งใหญ่
เหตุเกิดจากภาษีนำเข้า
ความขัดแย้งที่เรียกได้ว่าเป็น "การทะเลาะกันในที่สาธารณะครั้งใหญ่ที่สุด" ระหว่างคนวงในของทรัมป์นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าจากกว่า 180 ประเทศและดินแดน ซึ่งนาวาร์โรถูกมองว่าเป็น "สถาปนิก" เบื้องหลังนโยบายนี้
มัสก์ แสดงจุดยืนคัดค้านโดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ และยุโรปสร้าง "เขตการค้าเสรี" ที่ปราศจากภาษีศุลกากรระหว่างกัน ซึ่งขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายของทรัมป์ที่มุ่งเก็บภาษีสินค้าจากสหภาพยุโรปที่ 20%
"โง่กว่ากระสอบอิฐ"
ความขัดแย้งบานปลายเมื่อนาวาร์โรให้สัมภาษณ์กับ CNBC เรียกมัสก์ว่าเป็นเพียง "ผู้ประกอบรถยนต์" ไม่ใช่ "ผู้ผลิตรถยนต์" ที่พึ่งพาชิ้นส่วนจากต่างประเทศ
มัสก์ตอบโต้อย่างดุเดือดผ่านโซเชียลมีเดีย X: "นาวาร์โรเป็นไอ้โง่อย่างแท้จริง สิ่งที่เขาพูดเป็นเท็จอย่างชัดเจน" พร้อมเสริมว่า "นาวาร์โรโง่กว่ากระสอบอิฐ" และ "โง่อย่างอันตราย"
แม้แต่คิมบัล มัสก์ น้องชายของอีลอนและกรรมการบริษัทเทสลา ก็ร่วมวงวิจารณ์นาวาร์โร โดยเรียกภาษีศุลกากรว่าเป็น "ภาษีถาวรต่อผู้บริโภคชาวอเมริกัน" และระบุว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน "ไม่ใช่เกมที่ควรเล่นโดยนักเรียนเกรด C ลบ อย่างปีเตอร์ นาวาร์โร"
ทำเนียบขาวตอบ "เด็กผู้ชายก็เป็นแบบนี้"
ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรง โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ พยายามลดความร้อนแรงโดยกล่าวในการแถลงข่าวว่า:
"ทั้งสองคนมีมุมมองที่แตกต่างกันมากเกี่ยวกับการค้าและภาษีศุลกากร" และ "เด็กผู้ชายก็เป็นแบบนี้ เราจะปล่อยให้พวกเขาถกเถียงกันในที่สาธารณะต่อไป"
เลวิตต์ยังกล่าวว่า การถกเถียงอย่างเปิดเผยนี้เป็นหลักฐานแสดงความโปร่งใสของรัฐบาลทรัมป์ และความเต็มใจของประธานาธิบดีในการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย
ปัญหาเบื้องหลัง: หุ้นเทสลาดิ่งหนัก
สำหรับมัสก์ การโจมตีนาวาร์โรครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกดดันทางธุรกิจ หุ้นเทสลาร่วงลง 22% ในช่วงการซื้อขาย 4 วันที่ผ่านมา และลดลง 45% ในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทสูญเสียมูลค่าตลาดไปแล้วกว่า 5.85 แสนล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์ก่อนหน้านี้มองว่าเทสลาจะรับมือกับภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ได้ดีกว่าคู่แข่ง เนื่องจากรถที่ขายในสหรัฐฯ ประกอบในประเทศ แต่ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพราะภาษีวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ
ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ร่วงลงอย่างหนักจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยและผลกระทบจากภาษีศุลกากร โดยดัชนี S&P 500 ลดลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดตลอดกาล เข้าสู่ภาวะตลาดหมี
ความขัดแย้งทางอุดมการณ์
นาวาร์โรให้ความเห็นว่าความแตกต่างในความคิดของเขากับมัสก์อยู่ที่นโยบายนำการผลิตกลับมาในสหรัฐฯ
"ความแตกต่างในความคิดของเรากับอีลอนคือ เราต้องการให้ยางรถยนต์ผลิตในอักรอน เราต้องการให้เกียร์ผลิตในอินเดียนาโพลิส เราต้องการให้เครื่องยนต์ผลิตในฟลินท์และซากินอว์ และเราต้องการให้รถยนต์ผลิตที่นี่" นาวาร์โรกล่าว
ในขณะที่มัสก์มองว่าทั้งยุโรปและสหรัฐฯ ควรเคลื่อนไหวไปสู่สถานการณ์ที่ปราศจากภาษีศุลกากร สร้างเขตการค้าเสรีระหว่างยุโรปและอเมริกาเหนือ
ความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนถึงรอยร้าวในทีมเศรษฐกิจของทรัมป์ ระหว่างแนวคิดการปกป้องเศรษฐกิจในประเทศกับการค้าเสรีระหว่างประเทศ ขณะที่ตลาดการเงินและธุรกิจทั่วโลกต่างจับตาผลกระทบของนโยบายภาษีศุลกากรที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
