Sunday Recap 21-27 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ทั้งในแลต่างประเทศ

Sunday Recap 21-27 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ทั้งในแลต่างประเทศ

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจและธุรกิจที่สำคัญ: ผลกระทบและโอกาสสำหรับ SME ไทย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลกระทบต่อภาคแรงงานและธุรกิจไทย แม้ ครม. จะผ่อนผันให้แรงงานกัมพูชาอยู่ในไทยได้ ขณะที่การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ยังคงซับซ้อนท่ามกลางความกังวลของนักลงทุน ผู้ว่า ธปท. คนใหม่ "วิทัย รัตนากร" ได้รับการตอบรับเชิงบวก ด้านค่าเงินบาทและราคาสินค้ายังคงผันผวนเล็กน้อย สมาคมธนาคารไทยเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากความไม่สงบและน้ำท่วม รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือชาวสวนลำไยกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมมาตรการยั่งยืน นอกจากนี้ ไทยยังเปิดเจรจาการค้ากับรวันดาและบุรุนดีเพื่อขยายตลาดใหม่ในแอฟริกา ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งการให้เร่งกระจายสินค้าสู่ชายแดนและห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ทรัมป์ปิดดีลลดภาษีกับ EU ครอบคลุมรถยนต์ ยา และชิป สร้างโอกาสให้ SME ไทยในห่วงโซ่อุปทาน และโครงการ ASEAN Payment Connectivity Initiative 2025 กำลังสร้างโอกาสใหม่ในการชำระเงินข้ามพรมแดนสำหรับ SME ไทย

1. ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมม

สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคแรงงานกัมพูชาและภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของไทย โดยแรงงานกัมพูชากว่า 12,000 คน เดินทางกลับประเทศผ่านด่านคลองลึก จ.สระแก้ว ภายใน 5 วัน ส่งผลให้โรงงานในภาคตะวันออกขาดแคลนแรงงานทันที โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปและสิ่งทอ จังหวัดที่มีแรงงานกัมพูชาทำงานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ผ่อนผันให้แรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 47,348 คน ที่ทำงานอยู่ใน 7 จังหวัดชายแดนของไทย สามารถอยู่ในประเทศไทยและทำงานต่อไปได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 หรือจนกว่าสถานการณ์การผ่านแดนจะกลับสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้หากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อาจส่งผลกระทบการภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่ช่วง High Season และอาจให้การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงปลายปีชะลอตัวลง 

 

2. สถานการณ์การเจรจาภาษีตอบโต้กับสินค้านำเข้าสหรัฐฯ

ยังไม่มีการประกาศอัตราภาษีตอบโต้กับสินค้านำเข้าของไทย หลังจาการยื่นข้อเสนอสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม การเจรจาครั้งนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ เชื่อมโยงเงื่อนไขทางเศรษฐกิจกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิง” ก่อนดำเนินการเจรจาต่อ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่สหรัฐฯ ได้ภาษีตอบโต้ที่ลดลงได้แก่ เวียดนามที่ 20% และอินโดนีเซียที่ 19% นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มแสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เช่น อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล, BOI ได้ออกมาตรการ “ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย” เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามการค้า และเสริมสร้าง Supply Chain ภายในประเทศ
 

3. ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผู้ว่าคนใหม่

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผู้ว่าคนใหม่ “วิทัย รัตนากร” มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 โดยจะดำรงตำแหน่ง 5 ปี วิทัยเคยเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินและมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือ SME และประชาชนช่วงโควิด การแต่งตั้งครั้งนี้ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากตลาดการเงิน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพนโยบายการเงินของไทยตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวก ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินและสินเชื่อที่ผู้ประกอบการรายย่อยควรติดตาม
 

4. ค่าเงินบาท ราคาทอง และน้ำมัน 

ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบๆ โดยมีแนวโน้มอ่อนค่าเล็กน้อยในช่วงต้นและปลายสัปดาห์ โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และนโยบายการเงินของประเทศคู่ค้าสำคัญ

ราคาทองคำไทยมีการปรับฐานลงเล็กน้อยหลังจากที่ปรับขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากความผันผวนของค่าเงินบาทและทิศทางราคาทองในตลาดโลกที่ยังคงเผชิญกับปัจจัยกดดันจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญราคาน้ำมันในประเทศค่อนข้างทรงตัวตลอดสัปดาห์ โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์บางประการ แต่ในประเทศไทยมีมาตรการตรึงราคาดีเซลไว้ ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
 

5. สมาคมธนาคารไทยเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากความไม่สงบชายแดนและน้ำท่วม


สมาคมธนาคารไทย โดยนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมฯ แสดงความห่วงใยต่อประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมภาคเหนือ จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินอย่างเร่งด่วน โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบชายแดนจะได้รับการพิจารณาปรับลดผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต, ขยายเวลาชำระหนี้, พักชำระเงินต้น/ดอกเบี้ยชั่วคราว รวมถึงปรับโครงสร้างหนี้สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล และได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสภาพคล่องสำหรับสินเชื่อทุกประเภท ส่วนผู้ประสบภัยน้ำท่วมจะได้รับการลดภาระหนี้, สนับสนุนสภาพคล่อง และช่วยเหลือซ่อมแซมทรัพย์สิน ธนาคารสมาชิกหลายแห่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยจะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความจำนงได้ที่ธนาคารที่ใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆ สมาคมฯ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว

มาตรการช่วยเหลือครอบคลุม 2 ส่วนหลัก:

  1. สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา:
  • สินเชื่อบัตรเครดิต: พิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำ
  • สินเชื่อส่วนบุคคล: พิจารณาขยายระยะเวลาการชำระหนี้, พักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยชั่วคราว, และปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้
  • สินเชื่อทุกประเภท: พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสภาพคล่องของลูกหนี้

 

  1.  สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม:
  • ลดภาระในการชำระหนี้
  • สนับสนุนทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและการประกอบธุรกิจ
  • ช่วยเหลือในการฟื้นฟูซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่เสียหาย


สมาคมธนาคารไทยได้ประสานงานกับธนาคารสมาชิกเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยหลายธนาคารได้เริ่มดำเนินการแล้ว และที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติม การให้ความช่วยเหลือจะพิจารณาเป็นรายกรณีตามความเหมาะสมและความจำเป็นของลูกค้า เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่ธนาคารที่ใช้บริการอยู่ ผ่านทางสาขา, เจ้าหน้าที่ดูแลสินเชื่อ, หรือ Call Center ของแต่ละธนาคารได้ทันที



6. รัฐบาลอัดงบช่วยชาวสวนลำไย: ยกระดับคุณภาพ สร้างเสถียรภาพราคาผลผลิต


ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาด โดยเฉพาะในภาคเหนือที่มีผลผลิตมากถึง 120,000–140,000 ตัน ส่งผลให้ราคาลำไยตกต่ำและเกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพื่อแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของรัฐมนตรี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ด้วยงบประมาณรวมกว่า 1,000 ล้านบาท


นโยบายหลักประกอบด้วยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือ ไร่ละ 1,400 บาท แบ่งเป็น 1,000 บาทสำหรับการตัดแต่งทรงพุ่มและกิ่ง และอีก 400 บาทสำหรับค่าปัจจัยการผลิต โดยจำกัดไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานเกรด AA เพิ่มโอกาสในการส่งออกและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลำไยไทย นอกจากนี้ รัฐบาลยังวาง 3 มาตรการเสริมเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ได้แก่


•    สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ประกอบการที่รับซื้อลำไยไปแปรรูป
•    กระจายผลผลิต ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ โรงเรียน และสถานที่ท่องเที่ยว
•    อำนวยความสะดวกด้านแรงงาน โดยประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อรองรับแรงงานช่วงฤดูเก็บเกี่ยว


มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรไทย โดยไม่เพียงช่วยเหลือในระยะสั้น แต่ยังวางรากฐานเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของอุตสาหกรรมลำไยในระยะยาว

7. ไทยเปิดเจรจารวันดา-บุรุนดี ขยายตลาดสินค้าเกษตรและโครงสร้างพื้นฐาน


รองปลัดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยการเจรจากับเอกอัครราชทูตรวันดาและบุรุนดี เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยเน้นกลุ่มสินค้าเกษตร วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ไฟฟ้า ถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ในแอฟริกา ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะรวันดาที่มีโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาเร็ว และบุรุนดีที่มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย เป็นโอกาสสำหรับ SME ไทยที่ต้องการขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคใหม่

รวันดา (Rwanda) 🇷🇼

รวันดาเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว มีเมืองหลวงชื่อ คิกาลี (Kigali) มีประชาก 14.5 ล้านคนมีภาษาราชการ ได้แก่ คินยารวันดา (Kinyarwanda), ฝรั่งเศส (French) และ อังกฤษ (English) มีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ และเป็นพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนไทยในหลายโอกาส มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม


โอกาสทางธุรกิจสำหรับไทย:

•    ไทยนำเข้ากาแฟและชาจากรวันดา ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง
•    ไทยสามารถส่งออกสินค้า เช่น เคมีภัณฑ์ แผงควบคุมไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงวัสดุก่อสร้าง
•    รวันดาสามารถเป็น “ประตูการค้า” สู่ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก


บุรุนดี (Burundi) 🇧🇮

บุรุนดีเป็นตลาดเกิดใหม่ในแอฟริกาตะวันออกที่มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย เช่น แร่ธาตุหายาก ทองแดง และนิกเกิล มีเมืองหลวง ชื่อ กีเตกา (Gitega) และมีเมืองบูจุมบูรา (Bujumbura)  ศูนย์กลางเศรษฐกิจและเมืองใหญ่ที่สุด มีจำนวนประชากรประมาณ 13.2 ล้านคน มีภาษาราชการคิรุนดี (Kirundi) สวาฮีลี (Swahili) และ ฝรั่งเศส (French) มีความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ


โอกาสทางธุรกิจสำหรับไทย:

•    ไทยสามารถส่งออกสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องจักรกล
•    บุรุนดีสามารถเป็นพันธมิตรทางการค้าในระดับภูมิภาค และเป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดแอฟริกา


9. “สุชาติ” สั่งค้าภายในประสานห้างฯกระจายสินค้าเข้าพื้นที่ชายแดน – ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเด็ดขาด


นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้กรมการค้าภายใน (DIT) ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้เร่งกระจายสินค้าและดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้าโดยเด็ดขาด
โดย กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ ได้แก่  ซีพี แอ็กซ์ตร้า (แม็คโคร โลตัส โกเฟรช) บิ๊กซี เซเว่นอีเลฟเว่น ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการจัดส่งสินค้าอย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้ผู้ประกอบการยืนยันว่ายังสามารถกระจายสินค้าไปยังสาขาใกล้เคียงและศูนย์พักพิงได้ต่อเนื่อง โดยยังจำหน่ายในราคาปกติ ไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด

 

10. “ทรัมป์” ปิดดีล “สหภาพยุโรป” ลดภาษีเหลือ 15% ครอบคลุมรถ ยา และชิป ยุโรปยอมซื้อพลังงาน-ลงทุนเพิ่ม


ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่กับสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคของเขา โดยสาระสำคัญของข้อตกลงคือการ ลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปลงเหลือ 15% จากเดิมที่เคยตั้งไว้สูงถึง 30% โดยครอบคลุมสินค้าหลัก ได้แก่ รถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และผลิตภัณฑ์ยา


การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งทรัมป์เคยประกาศว่าจะไม่ขยายเวลาอีกต่อไป โดยมี เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เดินทางไปพบทรัมป์ที่สกอตแลนด์เพื่อปิดดีลอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากนักเศรษฐศาสตร์และผู้ผลิตในยุโรปว่าอัตราภาษี 15% ยังสูงเกินไป และไม่ครอบคลุมสินค้าสำคัญอย่างเหล็กและอะลูมิเนียมที่ยังคงถูกเก็บภาษีในอัตรา 50% ตามนโยบายเดิมของทรัมป์ 


ในข้อตกลงนี้ สหภาพยุโรปยังตกลงที่จะ ซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 7.5 แสนล้านดอลลาร์ และ เพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ อีก 6 แสนล้านดอลลาร์ รวมถึงการซื้อยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ เพื่อเสริมความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียภายในปี 2028 
 

แม้จะมีข้อถกเถียงในรายละเอียด แต่ข้อตกลงนี้ถือเป็นการหลีกเลี่ยงสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพของตลาดโลก โดยเฉพาะในภาคการผลิตและเทคโนโลยี ซึ่ง SME ไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าส่งออกไปยุโรปหรือสหรัฐฯ ควรจับตาและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างภาษีใหม่ที่อาจส่งผลต่อราคาต้นทุนและการเข้าถึงตลาด

 

11. ASEAN Payment Connectivity Initiative 2025: โอกาสใหม่สำหรับ SME ไทยในยุคการเงินไร้พรมแดน

 

ในปี 2568 โครงการ ASEAN Regional Payment Connectivity (RPC) ได้รับการผลักดันอย่างจริงจังจากผู้นำอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องการขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรวมเศรษฐกิจอาเซียนตามกรอบ ASEAN Economic Community Blueprint 2025 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งและมีความยืดหยุ่น โดยระบบ RPC จะเชื่อมโยงระบบการชำระเงินของประเทศสมาชิกผ่านเทคโนโลยี เช่น Fast Payment Systems, API, และ ISO 20022 เพื่อให้สามารถโอนเงินระหว่างประเทศได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องผ่านระบบ SWIFT แบบเดิม 


นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการใช้ สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency Transactions) แทนการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ที่มีข้อจำกัดด้านต้นทุนและระบบการเงิน

ผลกระทบต่อ SME ไทย:

•    ลดต้นทุนการโอนเงินและค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศ
•    เพิ่มความเร็วในการรับ-จ่ายเงินกับคู่ค้าในอาเซียน
•    ขยายโอกาสในการทำธุรกิจข้ามพรมแดน เช่น e-commerce, logistics, และบริการดิจิทัล
•    ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการเงิน (Fintech) และการเชื่อมโยงกับระบบธนาคารในภูมิภาค