3 บริษัทยักษ์ใหญ่เยอรมัน Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz จับมือพัฒนาซอฟต์แวร์ยานยนต์อัจฉริยะร่วมกัน

3 บริษัทยักษ์ใหญ่เยอรมัน Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz จับมือพัฒนาซอฟต์แวร์ยานยนต์อัจฉริยะร่วมกัน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของเยอรมนี ได้แก่ Volkswagen Group, BMW และ Mercedes-Benz ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับซัพพลายเออร์ชั้นนำของประเทศ รวม 11 บริษัท ภายใต้การนำของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน (VDA) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์พื้นฐานสำหรับรถยนต์สมัยใหม่ร่วมกัน

โครงการนี้มีเป้าหมายในการสร้าง “โอเพ่นซอร์สซอฟต์แวร์สแต็ก” ที่จะช่วยยืนยันตัวตนของชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในรถยนต์ และจัดการการสื่อสารระหว่างชิ้นส่วนเหล่านั้น รวมถึงเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์ อินเทอร์เฟซสำหรับลูกค้า และระบบปฏิบัติการหลักของรถยนต์ ซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นซอฟต์แวร์ “ที่ไม่สร้างความแตกต่าง” กล่าวคือ ไม่ใช่ส่วนที่ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารใช้งานโดยตรง เช่น อินเทอร์เฟซผู้ใช้ของแต่ละค่ายอย่าง BMW iDrive หรือ Mercedes-Benz MBUX ยังคงพัฒนาแยกกันและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สมาชิกในกลุ่มพันธมิตรยังคงสามารถพัฒนาและใช้งานซอฟต์แวร์ของตนเองได้อย่างอิสระ

เป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์

การรวมตัวกันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ และเร่งระยะเวลาในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่รุกตลาดอย่างรวดเร็วทั้งในด้านราคา การออกแบบ และเทคโนโลยีที่โดดเด่น คาดว่าซอฟต์แวร์เวอร์ชันแรกจะถูกนำไปใช้กับรถต้นแบบในปี 2026 และจะเริ่มใช้งานจริงในรถที่วางจำหน่ายภายในปี 2030 โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง Bosch, Continental, ETAS, Hella, Qorix, Valeo Brain, Vector และ ZF เข้าร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาเพื่อขยายความร่วมมือไปยังผู้ผลิตและซัพพลายเออร์จากฝรั่งเศสผ่านสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ของฝรั่งเศสอีกด้วย

เป้าหมายหลักของความร่วมมือระหว่าง Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz

เป้าหมายหลักคือการลดต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเร่งความเร็วในการเปิดตัวโมเดลใหม่ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น กลุ่มบริษัทหวัง ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ยานยนต์ร่วมกัน คือ การลดต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ และ เร่งความเร็วในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น กลุ่มบริษัทหวังว่าการรวมทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายที่แต่ละบริษัทต้องแบกรับหากพัฒนาแยกกัน นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ “โอเพ่นซอร์ส” ที่สามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ในอุตสาหกรรม โดยแต่ละบริษัทสามารถปรับแต่งหรือเพิ่มเติมฟีเจอร์ที่แตกต่างกันตามเอกลักษณ์ของตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพัฒนาเร็วขึ้นและสามารถเปิดตัวรถรุ่นใหม่ได้ทันต่อการแข่งขันในตลาดโลก การรวมตัวกันครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความพยายามของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรปในการรับมือกับความท้าทายด้านเทคโนโลยีและต้นทุนที่สูงขึ้น พร้อมทั้งรักษาความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่จากสหรัฐฯ และจีน

ในความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป

บริษัทชั้นนำ 11 ราย รวมถึง Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อก่อตั้งพันธมิตรพัฒนาซอฟต์แวร์รถยนต์แบบเปิด (open source) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ไม่แตกต่างกันมากนัก (non-differentiating software) สำหรับรถยนต์ยุคใหม่ที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined vehicle – SDV) ซึ่งรวมถึงโมดูลสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติด้วยพันธมิตรนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน (VDA) และมีบริษัทซัพพลายเออร์รายใหญ่อย่าง Bosch, Continental, ZF และ ETAS เข้าร่วมด้วย โดยจะดำเนินงานภายใต้กรอบของ Eclipse Foundation และโครงการ S-CORE ซึ่งจะเป็นแกนกลางซอฟต์แวร์แบบเปิดที่สามารถตรวจสอบและรับรองตามมาตรฐาน ISO 26262 ด้านความปลอดภัยในระบบยานยนต์

การพัฒนาจะใช้แนวทาง “code-first”

ซึ่งหมายถึงการสร้างซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริงตั้งแต่แรก แทนที่จะเป็นเพียงการกำหนดข้อกำหนดเท่านั้น เพื่อช่วยลดเวลาการพัฒนาและเร่งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่สู่ตลาด ขณะเดียวกันซอฟต์แวร์ในส่วนที่ผู้ใช้ไม่เห็น เช่น ระบบการสื่อสารภายในรถและการยืนยันตัวตนของชิ้นส่วน จะถูกพัฒนาร่วมกัน ส่วนอินเทอร์เฟซผู้ใช้และฟีเจอร์เฉพาะของแต่ละแบรนด์ยังคงพัฒนาแยกต่างหากเพื่อรักษาเอกลักษณ์ ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมันประสบปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์อย่างหนัก เช่น VW Group ที่รวมการพัฒนาซอฟต์แวร์ไว้ในบริษัทลูก Cariad แต่เกิดความล่าช้าและกลายเป็นคอขวดในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ของ Porsche และ Audi ทำให้เกิดความล่าช้าถึง 3 ปี VW จึงได้ร่วมมือกับสตาร์ทอัพไฟฟ้าจากสหรัฐฯ อย่าง Rivian และในจีนกับ Xpeng เพื่อเร่งพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยและแข่งขันได้ แผนงานของโครงการนี้คือการพัฒนาเครื่องมือและแกนซอฟต์แวร์พื้นฐานให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2026 และจะเริ่มนำไปใช้ในรถยนต์รุ่นผลิตจริงภายในปี 2030 โดยซอฟต์แวร์เหล่านี้จะถูกแจกจ่ายในรูปแบบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์สามารถนำไปใช้และพัฒนาฟีเจอร์เฉพาะของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารของ VDA ระบุว่า “เรากำลังสร้างระบบนิเวศซอฟต์แวร์ที่มีความทันสมัย แข็งแกร่ง โปร่งใส และปลอดภัย เพื่อยืนยันความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของยุโรปในเวทีโลก” ขณะที่ Mercedes-Benz และ BMW ต่างแสดงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันนวัตกรรมผ่านโครงการนี้อย่างเต็มที่ พันธมิตรนี้ยังเปิดกว้างสำหรับบริษัทอื่น ๆ ที่สนใจเข้าร่วม เพื่อสร้างเครือข่ายซอฟต์แวร์ยานยนต์แบบเปิดที่มีความปลอดภัยสูง ลดต้นทุนการพัฒนา และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมในระดับโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ Mercedes-Benz, BMW และ Porsche ผนึกกำลัง PR ฉลอง 140 ปีรถคันแรกของโลก

เมื่อ Mercedes-Benz, BMW และ Porsche ผนึกกำลัง PR ฉลอง 140 ปีรถคันแรกของโลก

31 มกราคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สำรวจกลยุทธ์การจัดการ PR ของค่ายรถยนต์เยอรมันยักษ์ใหญ่ Mercedes-Benz, BMW และ Porsche ที่เปลี่ยนจากคู่แข่งมาเป็นพันธมิตรเฉลิมฉลอง 140 ปีรถยนต์คันแรก พร้อมเรียนรู้บทเรียน Blue Ocean Strategy และการวาง Brand Positioning ที่ชัดเจน เพื่อหนีพ้นจากกับดัก Red Ocean แบบรถยนต์จีน