
รถไฟฟ้าสายสีส้มกับการพลิกโฉมประตูน้ำสู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
24 เมษายน 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
รถไฟฟ้าสายสีส้มผลักดันประตูน้ำจากย่านค้าดั้งเดิมสู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก ดันราคาที่ดินขึ้นถึงราว 800 ล้านบาทต่อไร่
-
โครงสร้างพื้นฐานใหม่หนุนการลงทุนด้านอสังหาฯ โรงแรม ค้าปลีกและบริการท่องเที่ยว ทำให้บทบาทย่านนี้หันมาเน้นภาคบริการและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
-
SMEs ทั้งกลุ่มบริการและค้าปลีกเดิมต้องเร่งปรับกลยุทธ์และยกระดับมาตรฐานบริการ รวมถึงใช้ช่องทางออนไลน์ เพื่อคว้าโอกาสจากดีมานด์นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
รถไฟฟ้าสายสีส้มกำลังพลิกโฉมย่านประตูน้ำครั้งใหญ่ จากศูนย์กลางการค้าดั้งเดิมสู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก กระตุ้นราคาที่ดินพุ่งสูงถึง 800 ล้านบาทต่อไร่ สร้างโอกาสทองให้ SMEs ภาคบริการและการท่องเที่ยว แต่ผู้ประกอบการเดิมจำเป็นต้องเร่งปรับตัว ทั้งกลยุทธ์การขายและยกระดับบริการ เพื่อคว้าโอกาสในตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต
การพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มกำลังกลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในย่านประตูน้ำ เปลี่ยนภาพลักษณ์จากศูนย์กลางการค้าและค้าส่งแบบดั้งเดิม ให้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวระดับโลก อานิสงส์จากการเข้าถึงที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นได้จุดพลุให้มูลค่าที่ดินในพื้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงศักยภาพการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
การมาถึงของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมนี้ส่งผลให้ราคาที่ดินย่านประตูน้ำพุ่งแตะระดับ 800 ล้านบาทต่อไร่ สะท้อนถึงความน่าสนใจในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนักพัฒนาอย่าง เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ภายใต้การนำของ คุณสุรชัย โชติจุฬางกูร ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างแลนด์มาร์กใหม่ ๆ ในพื้นที่นี้ การปรับเปลี่ยนบทบาทของประตูน้ำจะเน้นไปที่ภาคการบริการ การท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจค้าปลีกที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการในภาคบริการที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ทัวร์ หรือบริการที่รองรับนักท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นและความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะบีบให้ SMEs ต้องปรับตัวและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ รวมถึงคุณภาพสินค้าให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ใหม่ของย่านนี้
ในขณะเดียวกัน SMEs เดิมที่เน้นการค้าส่งหรือค้าปลีกแบบดั้งเดิมก็จำเป็นต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน การเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ การนำเสนอสินค้าและบริการที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น หรือการยกระดับประสบการณ์การซื้อขายให้ทันสมัย จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ การเปลี่ยนแปลงของประตูน้ำไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะพลิกโฉมภูมิทัศน์เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ และประเทศไทยในภาพรวม
เกี่ยวกับ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป: จากแฟชั่นมอลล์สู่อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ครบวงจร
บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PLAT คือหนึ่งในกลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อปี 2557 ด้วยทุนจดทะเบียน 2,800 ล้านบาท และมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นรวมกว่า 9,421 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นของกลุ่มนี้ผูกพันอยู่กับ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่งแฟชั่นชื่อดังย่านประตูน้ำ ก่อนจะขยายพอร์ตโฟลิโอออกไปครอบคลุมธุรกิจโรงแรมอย่าง โนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงค็อก และโครงการในต่างจังหวัดอย่าง เดอะ วอร์ฟ สมุย
ปัจจุบัน ภายใต้การนำของ นายสุรชัย โชติจุฬางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกำลังพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกลุ่ม นั่นคือ The Platinum Square มูลค่ากว่า 7,800 ล้านบาท บนทำเลย่านประตูน้ำ ซึ่งจะเป็นโครงการ mixed-use ที่รวมทั้งพื้นที่ค้าปลีก โรงแรม อาคารสำนักงาน และที่พักอาศัยไว้ในที่เดียว
วิสัยทัศน์ของ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ที่เข้ามาเช่าพื้นที่ในโครงการต่างๆ สะท้อนถึงบทบาทของบริษัทในการเป็น ระบบนิเวศทางธุรกิจ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน






