SME D Bank แนะทางรอดและมาตรการช่วยเหลือ SME ไทย รับผลกระทบจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

SME D Bank แนะทางรอดและมาตรการช่วยเหลือ SME ไทย รับผลกระทบจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านดันต้นทุนพลังงานพุ่ง ฉุดดัชนีความเชื่อมั่น SME ไทยไตรมาส 1/2569 ลงเหลือ 50.2

  • SME D Bank แนะให้ผู้ประกอบการเร่งบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบ และมุ่งสู่ธุรกิจสีเขียวลดพึ่งพาพลังงานฟอสซิล

  • ธนาคารออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี เสริมสภาพคล่องและช่วยให้ SME ปรับโครงสร้างธุรกิจฝ่าวิกฤติ

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลกระทบต่อ SME ไทย รุนแรง โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น และฉุดรั้งความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME ไตรมาส 1/2569 ลดลงเหลือ 50.2 SME D Bank เร่งออกมาตรการช่วยเหลือ แนะกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุน และส่งเสริมธุรกิจสีเขียว พร้อมอัดฉีด สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี เพื่อประคองและยกระดับธุรกิจให้ฝ่าวิกฤติ

ศูนย์วิจัย SME D Bank ได้ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ว่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทย ปัจจัยหลักที่สร้างแรงกดดันคือ ต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลง และกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลจักรสำคัญของเศรษฐกิจไทย

จากผลสำรวจล่าสุดของ SME D Bank พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME ในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.2 สะท้อนถึงความกังวลอย่างชัดเจนของผู้ประกอบการต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ภาคการผลิตอุตสาหกรรมหนัก และผู้ประกอบการในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่งเป็นพิเศษ ผลกระทบนี้เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ SME จำเป็นต้องเร่งหาแนวทางรับมือ

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงแนวทางและมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเน้นย้ำว่า SME ควรเร่งปรับตัวด้วย การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ยังได้แนะนำให้ผู้ประกอบการพิจารณา มุ่งสู่ธุรกิจสีเขียว หรือ Green Business ซึ่งเป็นการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว และยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดรับกับกระแสโลก

เพื่อเป็นการบรรเทาภาระและช่วยต่อลมหายใจให้แก่ SME ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายนี้ SME D Bank ได้เตรียมมาตรการสำคัญ คือการสนับสนุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือนำไปปรับปรุงกิจการให้สามารถดำเนินต่อไปได้ในภาวะวิกฤติ โดยสินเชื่อนี้จะช่วยให้ SME มีสภาพคล่องเพียงพอ และมีโอกาสในการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจเพื่อรับมือกับความผันผวนในอนาคต

ดังนั้น ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ผู้ประกอบการ SME ไทยจึงต้องตระหนักถึงความเสี่ยงและพร้อมปรับตัว โดยการใช้กลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนอย่างรอบคอบ และพิจารณาลงทุนในธุรกิจที่ยั่งยืน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจาก SME D Bank เพื่อให้ธุรกิจสามารถยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Monday Recap 8-14 ก.ย. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Monday Recap 8-14 ก.ย. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

15 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (8-14 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบาย 5 คลัสเตอร์ เน้นพลิกโฉมเศรษฐกิจและหนุน SMEs

นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบาย 5 คลัสเตอร์ เน้นพลิกโฉมเศรษฐกิจและหนุน SMEs

10 เมษายน 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบาย 5 คลัสเตอร์ เน้นสนับสนุน SMEs ผ่านมาตรการ "Made in Thailand" และการผลักดันสู่ตลาดโลก เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ