ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดาวโจนส์ทรุด 1,679 จุด S&P 500 และ Nasdaq ร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดาวโจนส์ทรุด 1,679 จุด S&P 500 และ Nasdaq ร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2568 ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 กลับเข้าสู่เขตปรับฐาน (correction territory) และมีการลดลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของสงครามการค้าทั่วโลกที่อาจทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

ดัชนี S&P 500 ลดลง 4.84% ปิดที่ 5,396.52 จุด ซึ่งเป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 1,679.39 จุด หรือ 3.98% ปิดที่ 40,545.93 จุด และเป็นการซื้อขายที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เช่นกัน ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 5.97% ปิดที่ 16,550.61 จุด ซึ่งเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นครั้งนี้กระจายตัวอย่างกว้างขวาง โดยมีบริษัทที่อยู่ในดัชนี S&P 500 มากกว่า 400 บริษัทที่ปิดตลาดด้วยการขาดทุน

อัตราภาษีพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เมษายน และจะมีการเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นกับประเทศที่เก็บภาษีในอัตราที่สูงกับสหรัฐฯ ในวันข้างหน้า ตามที่รัฐบาลประกาศ

เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวถึงการร่วงลงของตลาดหุ้น โดยเปรียบเทียบการบังคับใช้มาตรการภาษีว่าเป็น "การผ่าตัด เหมือนกับเมื่อคนไข้เข้ารับการผ่าตัด"

 


"ตลาดจะเติบโตอย่างรวดเร็ว หุ้นจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ประเทศจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และส่วนที่เหลือของโลกต้องการเห็นว่ามีวิธีไหนที่พวกเขาจะสามารถทำข้อตกลงได้" ทรัมป์กล่าว
 

 

การเคลื่อนไหวของตลาดในวันพฤหัสบดีส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนที่ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ปัจจุบันดัชนีอ้างอิงนี้อยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ทำไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 12%
หุ้นของบริษัทข้ามชาติปรับตัวลดลงอย่างมาก โดย Nike และ Apple ลดลง 14% และ 9% ตามลำดับ ผู้ค้ารายใหญ่ที่ขายสินค้านำเข้าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดย Five Below สูญเสียมูลค่าเกือบ 28% Dollar Tree ดิ่งลง 13% และ Gap ร่วงลง 20% หุ้นเทคโนโลยีลดลงในบรรยากาศที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โดย Nvidia ลดลงเกือบ 8% และ Tesla ลดลงมากกว่า 5%

บริษัทที่อยู่ในดัชนี S&P 500 สูญเสียมูลค่าตลาดรวมกันถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 81.6 ล้านล้านบาท (คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 34 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งเป็นการสูญเสียมูลค่าในวันเดียวที่มากที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563

นอกจากนี้ หุ้นเทคโนโลยีซึ่งเคยเป็นกลุ่มที่ผลักดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บริษัท Apple ปรับตัวลดลงอย่างมากหลังจากต้องเผชิญกับภาษีรวม 54% สำหรับสินค้าจากจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของบริษัท ขณะที่ Nvidia และ Amazon.com ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน

กลุ่มธนาคารใหญ่ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เช่น Citigroup, Bank of America และ JPMorgan Chase & Co ต่างก็ปรับตัวลดลง ส่วนกลุ่มค้าปลีกก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดย Nike และ Ralph Lauren ปรับตัวลดลงหลังจากมีการประกาศภาษีใหม่จำนวนมากกับฐานการผลิตหลัก รวมถึงเวียดนาม อินโดนีเซีย และจีน

ดัชนี Russell 2000 ซึ่งเป็นดัชนีของหุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ ก็ร่วงลงอย่างมาก สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของเศรษฐกิจภายในประเทศ

นายเดแซงติสจาก Jefferies ให้ความเห็นว่า "บริษัทขนาดเล็กมักจะเป็นซัพพลายเออร์ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์เลวร้ายลงสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เพราะมาตรการภาษี พวกเขาก็จะกดดันซัพพลายเออร์ขนาดเล็กของตนอย่างมาก"

ในภาคพลังงาน บริษัท Exxon Mobil และ Chevron ก็ปรับตัวลดลง ตามราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลง 6.8% ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีและการที่กลุ่ม OPEC+ เร่งเพิ่มกำลังการผลิต

ท่ามกลางการปรับตัวลงครั้งใหญ่นี้ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่แสดงความแข็งแกร่ง ซึ่งภาคส่วนนี้มักถือเป็นการลงทุนเชิงป้องกัน นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากบริษัท Lamb Weston ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากประกาศผลประกอบการที่ดี

นักลงทุนกำลังจับตาข้อมูลการจ้างงานในวันศุกร์และสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เจอโรม พาวเวลล์ ในวันเดียวกัน ซึ่งอาจให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

เทรดเดอร์กำลังเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยถึงสี่ครั้งในปีนี้ โดยเริ่มจากการลด 0.25% ในเดือนมิถุนายน

 

จอร์จ บอรี หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายตราสารหนี้ของ Allspring Global Investments กล่าวว่า "เฟดมีเครื่องมือมากพอที่จะช่วยตลาดได้" และเสริมว่า "ตลาดกำลังคาดการณ์การลดดอกเบี้ยที่มากขึ้น และอาจเร็วขึ้น" โดยการผ่อนคลายนโยบายการเงินในเดือนมิถุนายนดูเหมือนจะเป็นที่แน่นอนแล้ว พร้อมทั้งมีโอกาสที่จะมีการลดดอกเบี้ยในเดือนพฤษภาคมอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลสูงสหรัฐชี้ “ภาษีนำเข้าแบบฉุกเฉิน” ของทรัมป์ผิดกฎหมาย

ศาลสูงสหรัฐชี้ “ภาษีนำเข้าแบบฉุกเฉิน” ของทรัมป์ผิดกฎหมาย

20 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / โต๊ะข่าวต่างประเทศ

คำตัดสินประวัติศาสตร์ของศาลสูงสหรัฐที่ชี้ว่ามาตรการ “ภาษีนำเข้าแบบฉุกเฉิน” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย ไม่ได้กระทบแค่ทำเนียบขาว แต่สะเทือนทั้งเกมสงครามภาษีโลกและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั่วโลก เหตุการณ์นี้เปิดคำถามใหญ่เรื่องขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีกับสภาคองเกรสภายใต้กฎหมาย IEEPA

สงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน ปะทุรอบใหม่: โอกาสและความท้าทายของเศรษฐกิจไทย

สงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน ปะทุรอบใหม่: โอกาสและความท้าทายของเศรษฐกิจไทย

14 ตุลาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีน 100% โดยสหรัฐฯ จุดชนวนสงครามการค้าระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทยอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเปิดโอกาสให้ไทยปรับตัวและวางยุทธศาสตร์ใหม่ในห่วงโซ่การค้าโลก

Sunday Recap 14-19 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์  ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Sunday Recap 14-19 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

19 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บสย. ค้ำสินเชื่อ SMEs กว่า 2 หมื่นราย พร้อมเปิดมาตรการพิเศษ 5,000 ล้าน ธอส. รีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.99% ลดภาระหนี้ครัวเรือน ขณะที่สมาคมแฟคตอริ่งเสนอ 4 ข้อช่วย SMEs เข้าถึงทุน ด้าน “วิทัย รัตนากร” ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ ครม. ดันไทยเป็น Financial Hub แต่ ธปท. เตือนเสี่ยงฟอกเงิน 3 แบงก์ใหญ่ไทยปรับระบบแอปฯ เพิ่มความปลอดภัย และ ทรัมป์รับรอง Stablecoin หนุนคริปโต

ทำเนียบขาวเปิดแผน"ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ทรัมป์ ขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจโลก

ทำเนียบขาวเปิดแผน"ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ทรัมป์ ขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจโลก

3 เมษายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

เจาะลึกคำสั่งลับของทรัมป์ที่จะปฏิวัติการค้าโลก มาตรการภาษีตอบโต้ 10-50% เริ่ม 5 เม.ย.นี้ ไทยและอาเซียนติดโผอัตราสูงสุด เบื้องหลังสงครามการค้าครั้งใหม่ที่จะเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานโลกไปตลอดกาล และทำไมทรัมป์ถึงมั่นใจว่า 'ภาษีได้ผล'

จับตาความเสี่ยงส่งออกสินค้าไทย พึ่งพาตลาดสหรัฐสูงขึ้น

จับตาความเสี่ยงส่งออกสินค้าไทย พึ่งพาตลาดสหรัฐสูงขึ้น

5 มีนาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ความเสี่ยงของการส่งออกสินค้าของไทยไปตลาดสหรัฐไม่ได้มีเพียงความเสี่ยงจากการที่ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับที่ 11 ในปี 2567 แต่สัดส่วนการส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกาที่นำโด่งเมื่อเทียบกับตลาดอื่น กำลังเป็นคำถามถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดสหรัฐอเมริกามากเกินไป

สถานะ 'ไทย' หุ้นส่วน BRICS ชิงโอกาสการค้า 'ตลาดเกิดใหม่'

สถานะ 'ไทย' หุ้นส่วน BRICS ชิงโอกาสการค้า 'ตลาดเกิดใหม่'

4 มีนาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ไทยได้รับการแจ้งจากรัสเซียในฐานะประธานกลุ่ม BRICS ให้เป็นหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2568 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ประเทศไทยเสนอตัวเข้าเป็นสมาชิกที่เริ่มจากการเข้าเป็นหุ้นส่วนก่อนที่จะยกระดับเป็นสมาชิก