
มุมมองของกรณ์ จาติกวณิช ต่อภาษีนำเข้า 10% ของโดนัลด์ ทรัมป์ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
25 กุมภาพันธ์ 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
นายกรณ์ จาติกวณิช🔗 ชี้ว่ามาตรการภาษีนำเข้า 10% ของ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ส่งออกไทยในระยะสั้น ซึ่งใช้ช่องทางตามมาตรา 122 ของกฎหมาย Trade Act 1974 หลังมาตรการเดิมถูกตีตก อย่างไรก็ตาม อดีตรัฐมนตรีคลัง เตือนรัฐบาลไทยให้เร่งแก้ปัญหาความเปราะบางของเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะกำลังซื้อที่อ่อนแอ หนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่สูง รวมถึงการปล่อยสินเชื่อที่ต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยฉุดรั้งการเติบโต แม้จะมีลมช่วยพัดจากการส่งออก แต่การฟื้นฟูกำลังซื้อภายในคือหัวใจสำคัญเพื่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในระยะยาว.
โอกาสส่งออกไทยจากภาษีสหรัฐฯ
นายกรณ์ จาติกวณิช 🔗อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงมุมมองที่น่าสนใจผ่านเพจส่วนตัว โดยชี้ว่ามาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% จากทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งเสนอโดย โดนัลด์ ทรัมป์ อาจไม่ใช่เพียงวิกฤต แต่เป็นโอกาสสำคัญที่พลิกวิกฤตเป็นลมช่วยพัดสำหรับการส่งออกของไทยในระยะสั้น หากรัฐบาลมีการเตรียมพร้อมและปรับตัวที่เหมาะสม ทว่าในขณะเดียวกัน นายกรณ์ ได้ส่งสัญญาณเตือนให้รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหากำลังซื้อภายในประเทศที่ซบเซา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ที่มาภาษีทรัมป์และกำลังซื้อในประเทศ
มาตรการภาษีนำเข้า 10% ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังศาลฎีกาสหรัฐฯ วินิจฉัยตีตกมาตรการภาษีชุดเดิม ทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ช่องทางตามกฎหมาย Trade Act 1974 มาตรา 122 เพื่อดำเนินมาตรการชั่วคราวนี้ ซึ่งครอบคลุมสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าครั้งนี้อาจส่งผลให้เกิดการปรับตัวในห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่ และเป็นโอกาสที่ผู้ส่งออกไทยอาจใช้เป็นช่องทางในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดกับสหรัฐฯ ได้หากมีการเตรียมพร้อมที่ดี
ความเปราะบางเศรษฐกิจภายใน
อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ ย้ำว่าโอกาสจากการส่งออกดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยภายนอก ส่วนปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทยที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจังไม่ได้อยู่ที่การส่งออก แต่อยู่ที่รากฐานของเศรษฐกิจภายในประเทศ นั่นคือกำลังซื้อที่อ่อนแอ การปล่อยสินเชื่อที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง และความเสี่ยงด้านการชำระหนี้ของทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่กำลังฉุดรั้งการฟื้นตัวและการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมอย่างชัดเจน
ภาพรวมและทางออก
แม้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาจเป็นเพียง "ลมช่วยพัด" ชั่วคราวให้กับการส่งออกไทย สร้างโอกาสในการเพิ่มปริมาณการค้าในบางกลุ่มสินค้า การสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนจึงต้องมาจากภายใน รัฐบาลไทย มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขปัญหาหนี้เสียที่ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนและธุรกิจ กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนและบริโภค เพื่อให้กลไกเศรษฐกิจเดินหน้าอย่างเต็มที่ การจัดการกับความท้าทายเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้สามารถรับมือกับความผันผวนจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศ และวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาวอย่างแท้จริง
