
แผนการขยายพอร์ตสินเชื่อ Micro SMEs ของธนาคารไทยเครดิตและการควบคุม NPL
9 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
ไทยเครดิตรุกสินเชื่อ Micro SMEs และ Nano Finance ตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อรวมแตะ 3 แสนล้านบาท ภายในปี 2572
-
ลงทุน Digital Transformation กว่า 600 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และขยายการเข้าถึงสินเชื่อทั่วประเทศ
-
หนุนผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงทุนง่ายขึ้น พร้อมคุม NPL ต่ำกว่า 4.5% เสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจฐานราก
ธนาคารไทยเครดิตปักธงรุกตลาดสินเชื่อ Micro SMEs และ Nano Finance อย่างเต็มตัว วางเป้าหมายขยายพอร์ตสินเชื่อรวมสู่ 3 แสนล้านบาท ภายในปี 2572 พร้อมคุม NPL ให้ต่ำกว่า 4.5% มั่นใจความสามารถบริหารความเสี่ยง การทุ่มงบกว่า 600 ล้านบาท เพื่อ Digital Transformation จะช่วยลดต้นทุนและส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยได้ทั่วประเทศ สะท้อนวิสัยทัศน์ที่จะเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โดยนายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศแผนยุทธศาสตร์เร่งเครื่องสู่การเป็นธนาคารขนาดกลาง มุ่งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อรวมให้แตะ 3 แสนล้านบาท ภายในปี 2572 โดยเน้นกลุ่ม Micro SMEs และ Nano Finance เป็นหลัก ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างเคร่งครัด ด้วยเป้าหมายคุม NPL รวมไม่ให้เกิน 4.5% และสำหรับปี 2569 ตั้งเป้า NPL ไว้ที่ไม่เกิน 2.5%นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ทุ่มงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท เพื่อลงทุนใน Digital Transformation มุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย และรองรับการขยายธุรกิจสินเชื่อรายย่อยให้เข้าถึงผู้ประกอบการทั่วประเทศ
การมุ่งเน้นสินเชื่อ Micro SMEs และ Nano Finance ของไทยเครดิต ถือเป็นโอกาสทองสำหรับ ผู้ประกอบการรายย่อย และ สตาร์ทอัพ ที่มักเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารขนาดใหญ่ได้ยาก ธนาคารเห็นช่องว่างตลาดสำหรับลูกค้าที่ต้องการวงเงินตั้งแต่ต่ำกว่า 5 แสนบาท จนถึง 30 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ถูกตอบสนองอย่างเต็มที่ การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนี้สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของ SMEs แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง การลงทุนด้าน Digital Transformation ยังส่งผลดีโดยตรงต่อ SMEs ในด้านการได้รับบริการสินเชื่อที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรอันมีค่าของผู้ประกอบการ ทำให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น
จากผลประกอบการที่น่าประทับใจในปี 2568 ด้วยกำไรสุทธิกว่า 4,016 ล้านบาท เติบโตถึง 10.8% และเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อรวมในปี 2569 ที่ 11-12% สะท้อนถึงความพร้อมของไทยเครดิตในการเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ การบริหารจัดการ NPL ที่เข้มงวดควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารสามารถขยายพอร์ตสินเชื่อกลุ่ม Micro SMEs ได้อย่างยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายการเป็นธนาคารขนาดกลางที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง






