
ถอดบทเรียน AI ไทยจากผู้ก่อตั้ง Synapse Thailand ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ “เข้าใจภาษามนุษย์”
23 กุมภาพันธ์ 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
ถอดมุมมอง AI ไทยจาก “ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย” ผู้ก่อตั้ง Synapse Thailand ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นเครื่องมือใกล้ตัว การทำให้คอมพิวเตอร์ “เข้าใจภาษามนุษย์” ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะภาษาของคนเต็มไปด้วยบริบท อารมณ์ น้ำเสียง และความไม่แน่นอน บางครั้งคำเดียวกันแต่สื่อความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง นี่คือโจทย์ใหญ่ของเทคโนโลยีด้านภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP) ที่นักวิจัยทั่วโลกพยายามแก้มาอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในผู้บุกเบิก AI ไทยที่คลุกคลีอยู่กับโจทย์นี้มาตั้งแต่ยุคที่โมเดลภาษายัง “ไม่ฉลาด” เท่าวันนี้ คือ ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และผู้ก่อตั้ง–ซีอีโอของ Synapse Thailand จากอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักวิจัย AI สู่ผู้ประกอบการเทคโนโลยี ดร.ชาญวิทย์มองว่า “AI คือโอกาสของประเทศ” เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ไทยสามารถสร้างมูลค่าได้จากซอฟต์แวร์ ความรู้ และแนวคิด ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโรงงานหรือฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่เหมือนอุตสาหกรรมดั้งเดิม
จากโมเดลภาษา สู่ AI วิเคราะห์วิดีโอเพื่อความปลอดภัย
Synapse Thailand เริ่มต้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีด้านภาษาในยุคที่โมเดลยังมีขนาดเล็กและเข้าใจบริบทได้จำกัด ก่อนจะปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจมาสู่โจทย์ที่ตลาดต้องการจริง นั่นคือ AI วิเคราะห์วิดีโอจากกล้องวงจรปิด (Computer Vision) ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ AI สำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมและความปลอดภัยในพื้นที่อาคาร โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ช่วยตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ การทำงานที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอน (Operation & Safety) รวมถึงเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบองค์กรแบบเรียลไทม์ จุดเด่นคือการทำโมเดลธุรกิจแบบ Subscription ลดต้นทุนการเริ่มต้นใช้งานขององค์กร ทำให้ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีราคาแพงที่เข้าถึงยากอีกต่อไป และสามารถขยายสเกลสู่ตลาดต่างประเทศผ่านพาร์ตเนอร์ได้
โมเดลภาษา: จากยุค “ไม่เข้าใจบริบท” สู่ AI ที่คุยรู้เรื่อง
ดร.ชาญวิทย์อธิบายว่า ความยากของการทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษา ไม่ได้อยู่แค่ “คำศัพท์” แต่อยู่ที่ บริบท น้ำเสียง และเจตนาแฝง เช่น ประโยคเดียวกันอาจสื่อสารความหมายต่างกันตามอารมณ์ผู้พูด ในอดีต โมเดลภาษาขนาดเล็กยังไม่สามารถเข้าใจบริบทซับซ้อนได้ดี แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีโมเดลภาษาขนาดใหญ่ช่วยให้ AI เข้าใจความหมายเชิงบริบทได้ดีขึ้นมาก จนผู้ใช้งานทั่วไปเริ่มรู้สึกว่า “AI ฉลาดและคุยรู้เรื่อง”
อย่างไรก็ตาม ในมุมธุรกิจ องค์กรขนาดใหญ่ระดับโลกที่มีทุนและข้อมูลจำนวนมหาศาลยังคงได้เปรียบในการพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการไทยควรโฟกัสการ “ประยุกต์ใช้ AI ให้แก้ปัญหาจริงในอุตสาหกรรม” มากกว่าการแข่งสร้างโมเดลพื้นฐานขนาดยักษ์
AI จะมาแย่งงานมนุษย์จริงไหม?
มุมมองของดร.ชาญวิทย์คือ AI เป็น “เครื่องมือ” ที่ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนเทคโนโลยีในอดีตที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบงาน ไม่ได้ทำให้มนุษย์หมดบทบาท แต่เปลี่ยนบทบาท สิ่งที่ต้องระวังคือ การใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น การโจมตีระบบ ความปลอดภัยไซเบอร์ การหลอกลวง หรือการแฮ็กข้อมูล ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องวางมาตรการควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี
ผู้ประกอบการ AI ไทยยังน้อยเกินไป โอกาสยังเปิดกว้าง
ในภาพรวมอีโคซิสเต็ม AI ของไทย ดร.ชาญวิทย์มองว่ายังมีผู้ประกอบการเชิงเทคโนโลยี AI จริง ๆ ไม่ถึง 100 บริษัท ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับศักยภาพประเทศและจำนวนประชากร คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่หรือผู้ที่อยากเริ่มธุรกิจ AI คือ อย่าเริ่มจาก “อยากทำ AI อะไรก็ได้” แต่ให้เริ่มจาก “เข้าใจปัญหาในอุตสาหกรรมของตัวเอง” เมื่อเห็น Pain Point ชัดเจน เช่น การแพทย์ การเกษตร การเงิน โลจิสติกส์ หรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว จึงค่อยนำ AI ไปแก้ปัญหา นี่คือจุดกำเนิดของโซลูชันที่ “ขายได้จริง”
“ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ มาจากการแก้ปัญหายาก ๆ ถ้ามันยาก คู่แข่งก็เจอยากเหมือนกัน ถ้าเราทำสำเร็จ เราจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ของตลาด”
ตลาดอาเซียน: เวทีขยายธุรกิจ AI ไทย
แนวทางของเอเชียแตกต่างจากสหรัฐฯ ตรงที่เน้น “การประยุกต์ใช้ AI” กับอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น การแพทย์ การท่องเที่ยว สุขภาพ ความงาม และเกษตรกรรม หากไทยโฟกัสในอุตสาหกรรมที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว แล้วพัฒนา AI ให้ตอบโจทย์ลึกจริง โซลูชันเหล่านี้สามารถขยายไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้ทันที เพราะซอฟต์แวร์ขายข้ามพรมแดนได้ง่ายกว่าฮาร์ดแวร์
Next Chapter: AI + หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
ก้าวต่อไปของ Synapse Thailand คือการผสาน AI เข้ากับหุ่นยนต์ (Robotics) โดยเฉพาะหุ่นยนต์ลักษณะคล้ายมนุษย์ (Humanoid) ที่คาดว่าจะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตั้งแต่ผู้ช่วยในบ้าน ดูแลผู้สูงอายุ ทำงานบริการ ไปจนถึงงานในอุตสาหกรรม หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ แต่คือ ซอฟต์แวร์และ AI ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของคนไทย หากประเทศไม่มีเทคโนโลยีแกนของตัวเอง อาจต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ต่างชาติทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงต่อทั้งความปลอดภัยและอธิปไตยทางเทคโนโลยีในระยะยาว
บทสรุป: ความยิ่งใหญ่ เริ่มจากจุดเล็ก ๆ
ดร.ชาญวิทย์ฝากถึงผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่ว่า อย่ารอให้พร้อม 100% ค่อยเริ่มทำธุรกิจ AI เพราะ “การลงมือทำ” จะทำให้รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และโอกาสใหม่ ๆ จะค่อย ๆ เชื่อมต่อเข้าหากันเอง
“เจออุปสรรคแปลว่าเรามาถูกทาง ธุรกิจที่ง่ายเกินไป คนแห่ทำหมดแล้ว ธุรกิจที่ยาก ถ้าทำสำเร็จ เราจะเป็นคนกลุ่มแรกของตลาด”
