การตรวจสอบและปราบปรามธุรกิจนอมินีต่างชาติบนเกาะพะงันและเกาะสมุย

การตรวจสอบและปราบปรามธุรกิจนอมินีต่างชาติบนเกาะพะงันและเกาะสมุย

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • DBD, DSI และตำรวจเปิดปฏิบัติการกวาดล้างธุรกิจนอมินีบนเกาะพะงัน-สมุย ตรวจค้น 24 จุดและยึดทรัพย์กว่า 150 ล้านบาท

  • พบเครือข่ายธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมายจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลบริษัทที่เกี่ยวข้องกว่า 11,426 แห่งบนสองเกาะ

  • มาตรการนี้ช่วยลดการบิดเบือนตลาด คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และเปิดทางให้ SMEs แข่งขันได้เป็นธรรมขึ้น

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สนธิกำลัง DSI และ ตร. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างธุรกิจนอมินีต่างชาติบนเกาะพะงันและเกาะสมุย ล่าสุดเข้าตรวจค้น 24 เป้าหมาย พบชาวอิสราเอลประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ยึดที่ดิน-พูลวิลล่ามูลค่า 150 ล้านบาท โดยมีบริษัทที่มีชาวต่างชาติลงทุนมากถึง 11,426 แห่ง บนสองเกาะ การปราบปรามนี้มุ่งสร้างความเป็นธรรม ลดการบิดเบือนกลไกตลาด และเปิดโอกาสให้ SMEs ไทย แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมฯ ได้ผนึกกำลังกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การนำของพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ดำเนินการเปิดปฏิบัติการเชิงรุกครั้งใหญ่ เพื่อตรวจสอบและปราบปรามเครือข่ายธุรกิจนอมินีบนเกาะพะงันและเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและภาคธุรกิจถึงปัญหาทุนเทาและการแสวงหาประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม โดยมุ่งเน้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพูลวิลล่าหรูที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

จากการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 24 จุด บนเกาะพะงัน ได้พบชาวต่างชาติกระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตและทำธุรกิจโดยใช้นอมินี โดยเฉพาะชาวอิสราเอลที่แสดงตัวเป็นเจ้าของกิจการ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้สั่งการให้ขยายผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม และได้ตรวจยึดที่ดินพร้อมพูลวิลล่าหรูมูลค่าสูงถึง 150 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างครั้งสำคัญเพื่อเรียกคืนความเป็นธรรมในพื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวหลัก

ข้อมูลจากหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีบ่งชี้ว่า บนเกาะพะงันมีธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีสูงถึงประมาณ 1,100 ราย คิดเป็นสัดส่วน 6% ของพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์บนเกาะทั้งหมด นอกจากนี้ การสแกนนิติบุคคลบนเกาะพะงันและเกาะสมุย พบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติเข้าลงทุนด้วยจำนวนสูงถึง 11,426 ราย คิดเป็น 67.97% ของบริษัททั้งหมด 16,811 ราย บนสองเกาะนี้ โดยพบพิรุธหลายกรณี เช่น บุคคลไทยคนเดียวถือหุ้นถึง 87 แห่ง แทนชาวต่างชาติ และยังพบบริษัทขนาดใหญ่เข้าข่ายนอมินี 34 ราย ที่มีสินทรัพย์เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งถูกส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

การปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างเข้มงวดนี้ ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับ SMEs และผู้ประกอบการท้องถิ่น เพราะการมีอยู่ของธุรกิจนอมินีได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลไกตลาด ทั้งการบิดเบือนราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าครองชีพในพื้นที่ให้สูงเกินจริง รวมถึงการจำกัดโอกาสในการเป็นเจ้าของกิจการหรือการดำเนินธุรกิจของคนไทย การดำเนินการของภาครัฐในครั้งนี้ จะช่วยลดการผูกขาดและการเอาเปรียบจากกลุ่มทุนเทา สร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรมมากขึ้น ทำให้ SMEs ไทย สามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม และเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

มาตรการปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจังนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว ด้วยความโปร่งใสและความเป็นธรรมที่เพิ่มขึ้น จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่สุจริตและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ซึ่งเป็นผลดีต่อ เครือข่ายธุรกิจ และ ผู้ประกอบการ ในพื้นที่โดยรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมาพันธ์ SME ไทย เรียกร้องรัฐบาลรื้อโครงสร้างพลังงาน หลังราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนธุรกิจ

สมาพันธ์ SME ไทย เรียกร้องรัฐบาลรื้อโครงสร้างพลังงาน หลังราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนธุรกิจ

11 พฤษภาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเรียกร้องรัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน หลังดีเซลพุ่งสูงทำลายสถิติ ส่งผลให้ธุรกิจ SMEs กว่า 70% ต้องแบกรับภาระต้นทุน และเสี่ยงปิดกิจการภายใน 3-6 เดือน

Monday Recap 25-31 ส.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Monday Recap 25-31 ส.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

1 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปข่าวธุรกิจสำคัญช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การเกษตร และเทคโนโลยี พร้อมแนวโน้มที่ควรจับตาเพื่อปรับกลยุทธ์รับมือความเปลี่ยนแปลง

SMEs พัฒนาสินค้าสำหรับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย: กรณีศึกษา 'สบู่กำจัดกลิ่นแก่'

SMEs พัฒนาสินค้าสำหรับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย: กรณีศึกษา 'สบู่กำจัดกลิ่นแก่'

16 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว สร้างโอกาสทองให้ผู้ประกอบการ SMEs พัฒนาสินค้าตอบโจทย์เฉพาะทาง เช่น "สบู่กำจัดกลิ่นแก่" ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลและได้รับการยอมรับเป็นสินค้า OTOP 5 ดาว