
ความกังวลของสภาอุตสาหกรรมฯ ต่อปัญหานอมินีต่างชาติรุกคืบธุรกิจไทยและการตอบสนองของภาครัฐ
20 พฤษภาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
ส.อ.ท. เตือนปัญหานอมินีต่างชาติในท่องเที่ยวและอสังหาฯ กระทบการแข่งขันของไทย
-
นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจเอง และสั่งยกระดับปราบปรามเชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน
-
มาตรการนี้ช่วยคุ้มครอง SMEs ไทย ลดทัวร์เถื่อน-ไกด์เถื่อน และทำให้แข่งได้เป็นธรรมขึ้น
สภาอุตสาหกรรมฯ ส่งสัญญาณเตือนถึงปัญหานอมินีต่างชาติรุกคืบธุรกิจและอสังหาฯ ในพื้นที่ท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ภาครัฐตอบรับด้วยท่าทีจริงจัง โดยนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง พร้อมยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปราม เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเข้มข้น หวังสร้างความเป็นธรรมและคุ้มครองผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ในธุรกิจท่องเที่ยวให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
สถานการณ์การรุกคืบของทุนต่างชาติและธุรกิจนอมินีในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ได้กลายเป็นประเด็นที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความกังวลอย่างยิ่ง โดยมองว่าเป็นปัญหาที่ต้องมีการเตรียมเครื่องมือรับมืออย่างเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโดยรวมและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ท่าทีของภาครัฐในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมายชาวต่างชาติที่ลักลอบครอบครองอสังหาริมทรัพย์และดำเนินธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะพะงันและหาดฟรีด้อม พร้อมยืนยันที่จะใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนและแผ่นดิน การดำเนินการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะตัดวงจรธุรกิจอำพรางให้สิ้นซาก
เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปราม รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน ขยายผลเชิงรุก และเพิ่มความรัดกุมของกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ เช่น การฟอกเงินและการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานงานกับกรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกรมการจัดหางาน ส่งทีมลงพื้นที่บุกตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวย่านราชปรารภ ที่มีเบาะแสว่าเข้าข่าย “ทัวร์เถื่อน-ไกด์เถื่อน” และใช้ตัวแทนอำพราง หรือนอมินี ดำเนินธุรกิจ ซึ่งการตรวจสอบในแหล่งท่องเที่ยวอย่างสมุย-พะงัน ก็พบข้อมูลที่ต้องตรวจสอบแล้วกว่า 11,426 ราย
มาตรการปราบปรามธุรกิจนอมินีที่เข้มข้นขึ้นนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับ ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกครอบงำจากทุนต่างชาติอย่างไม่เป็นธรรม การกวาดล้างครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจาก "ทัวร์เถื่อน" และ "ไกด์เถื่อน" ที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ดังนั้น การดำเนินการของภาครัฐที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนกับการคุ้มครองผู้ประกอบการไทย จะนำไปสู่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ SMEs และ ธุรกิจท้องถิ่น ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และรักษาผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว






