เปิดความลับ "IF" น้ำมะพร้าวไทย พนักงาน 46 คนพิชิตตลาดจีน กวาดยอดขาย 57,000 ล้าน

เปิดความลับ "IF" น้ำมะพร้าวไทย พนักงาน 46 คนพิชิตตลาดจีน กวาดยอดขาย 57,000 ล้าน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

เรื่องราวความสำเร็จ: IF น้ำมะพร้าวแบรนด์ไทย ใช้พนักงานเพียง 46 คน แต่ครองส่วนแบ่งตลาดจีน 34% สร้างยอดขาย 57,000 ล้านบาท

ด้วยกลยุทธ์ Ultra Light น้ำมะพร้าวแบรนด์ไทย "IF" หรือ "溢福" (อี้ฝู) ในภาษาจีน สร้างปรากฏการณ์ธุรกิจที่น่าทึ่งด้วยการใช้ทีมงานเพียง 46 คน แต่สามารถสร้างยอดขายในปี 2567 ได้มากถึง 1.58 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 57,000 ล้านบาท ในตลาดจีน จนกลายเป็นผู้นำตลาดน้ำมะพร้าวในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 34.


โมเดลธุรกิจแบบ "Ultra Light"

IFBH Limited บริษัทแม่ของแบรนด์ IF ใช้โครงสร้างองค์กรแบบเบาสุดขีด (Ultra Light Model) โดยมีพนักงานทั้งหมดเพียง 46 คน แบ่งเป็น 20 คนรับผิดชอบการขายและการตลาด 5 คนดูแลการวิจัยพัฒนา 6 คนจัดการคลังสินค้าและการจัดส่ง และอีก 15 คนทำงานในส่วนสนับสนุนต่างๆ ทีมงานส่วนใหญ่ 43 คนประจำอยู่ที่ประเทศไทย และ 3 คนอยู่ที่สิงคโปร์

บริษัทเลือกใช้กลยุทธ์ Outsourcing ครบวงจร โดยว่าจ้างโรงงาน General Beverage ในไทยผลิตสินค้า ใช้บริการโลจิสติกส์จากบริษัทภายนอก มอบหมายให้บริษัท Hangzhou Dare E-commerce ดูแลช่องทางออนไลน์ และให้ Guangdong Hengyu Food รับผิดชอบช่องทางออฟไลน์ในจีน


กลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคจีน

แบรนด์ IF มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคในเมืองอายุ 20-45 ปี โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ นักกีฬา และครอบครัวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ข้อมูลจาก Burning Glass Consulting ระบุว่า พนักงานออฟฟิศมีสัดส่วนการบริโภคน้ำมะพร้าวสูงถึงร้อยละ 45 ตามด้วยกลุ่มที่ดื่มเพื่อเสริมน้ำหลังออกกำลังกายร้อยละ 32 และกลุ่มแม่และเด็กร้อยละ 18

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2022 เมื่อ IF ร่วมมือกับ Key Opinion Leader (KOL) ชั้นนำของจีน ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 300 และขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในหมวดน้ำมะพร้าวบนแพลตฟอร์ม Tmall

ในปี 2023 แบรนด์เลือกใช้ "เซียวจ้าน" ดาราชื่อดังเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย โดยแฮชแท็ก "น้ำมะพร้าวของเซียวจ้าน" มียอดวิวทะลุ 500 ล้านครั้งบน Douyin (TikTok จีน) และวิดีโอรีวิวจากผู้ใช้ทั่วไปบน Bilibili มียอดเข้าชมหลายล้านวิว


นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และช่องทางจัดจำหน่าย

IF พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้บริโภค ด้วยขนาดบรรจุภัณฑ์ 3 แบบ ได้แก่ ขนาด 1 ลิตรสำหรับครอบครัว ขนาด 350 มิลลิลิตรสำหรับนักกีฬา และขนาด 250 มิลลิลิตรสำหรับเด็ก พร้อมใช้บรรจุภัณฑ์แบบโปร่งใสที่ทำให้เห็นสินค้าภายใน สร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ

การร่วมมือกับแบรนด์ดังอย่าง POP MART และ Luckin Coffee ในการออกสินค้าลิมิเต็ด อิดิชั่น โดยเฉพาะเมนู "ลาเต้นมมะพร้าว" ที่ขายได้ถึง 3 ล้านแก้วภายใน 1 สัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงพลังของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ 

ความท้าทายและอนาคตของแบรนด์

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ IF ยังเผชิญความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีนถึงร้อยละ 92 ของรายได้ทั้งหมด และร้อยละ 95.6 ของรายได้มาจากน้ำมะพร้าวเพียงผลิตภัณฑ์เดียว

ข้อมูลจาก Fast-Moving Consumer Goods Retail Monitoring Company Ma Shang Ying พบว่า ส่วนแบ่งการตลาดของ IF ลดลงจากร้อยละ 55.53 ในไตรมาส 1/2024 เหลือร้อยละ 30.33 ในไตรมาส 4/2024 เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากแบรนด์ของห้างค้าปลีกอย่าง Hema ที่ขายในราคา 9.9 หยวนต่อลิตร

นอกจากนี้ การพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศไทยแหล่งเดียว ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน ดังที่เกิดขึ้นในปี 2024 เมื่อไทยประสบภาวะอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ผลผลิตมะพร้าวลดลงร้อยละ 15 และต้นทุนวัตถุดิบของ IF พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 70

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู เสนอแนะให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าให้หลากหลาย ขยายตลาดไปยังประเทศอื่นในอาเซียน และลงทุนในช่องทางขายตรงถึงผู้บริโภค เช่น TikTok Store หรือ WeChat Mini Program เพื่อลดการพึ่งพาตัวแทนจำหน่าย

กรณีของ IF สะท้อนให้เห็นทั้งโอกาสและความท้าทายของแบรนด์ไทยในตลาดจีน การใช้โมเดลธุรกิจแบบ Lean และ Agile ช่วยให้สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่การรักษาความเป็นผู้นำในระยะยาวจำเป็นต้องมีการปรับตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข้อมูล:

  • สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู, กรกฎาคม 2568
  • Xinhuanet, 29 เมษายน 2568
  • IFBH Limited Prospectus (หนังสือชี้ชวนเสนอขายหุ้น)
  • Fast-Moving Consumer Goods Retail Monitoring Company Ma Shang Ying
  • Burning Glass Consulting