กลยุทธ์ธุรกิจและการสร้างรายได้ของ KKP (กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร) ในปี 2569 โดยเน้น Wealth, รถยนต์ EV และบ้านมือสอง

กลยุทธ์ธุรกิจและการสร้างรายได้ของ KKP (กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร) ในปี 2569 โดยเน้น Wealth, รถยนต์ EV และบ้านมือสอง

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กำหนดกลยุทธ์สร้างรายได้ปี 2569 มุ่งเน้น "Wealth-สินเชื่อ EV-บ้านมือสอง" ชูโมเดล "เก้าอี้ 4 ขา" สร้างสมดุลพร้อมรับความเสี่ยงสูง นายกัมพล จันทวิบูลย์ เผยกำไรปีก่อนดีขึ้นจากคุณภาพเครดิตดี เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม "KKP Propify" รุกตลาดบ้านมือสอง-ตึกแถว รับกระแสรีโนเวทบ้านเก่ากลางเมือง ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อบ้านมือสองแตะ 5% สะท้อนการกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ KKP มุ่งตอบรับเทรนด์ตลาดเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

KKP เปิดกลยุทธ์ปี 2569

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เดินหน้าวางกลยุทธ์หลักเพื่อสร้างรายได้ในปี 2569 โดยมุ่งเน้นไปยัง 3 ธุรกิจสำคัญได้แก่ Wealth Managementสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ สินเชื่อบ้านมือสอง โดยนายกัมพล จันทวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ KKP เปิดเผยว่ากลยุทธ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตแบบองค์รวมที่ครอบคลุมการบริหารสินทรัพย์และการเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ซึ่งสะท้อนความพร้อมหลังคุณภาพเครดิตที่ดีขึ้นในปีที่ผ่านมาช่วยลดการตั้งสำรอง

รุกตลาดบ้านมือสองและโมเดลสมดุล

KKP เตรียมส่งแพลตฟอร์ม “KKP Propify” เข้าสู่ตลาดสินเชื่อบ้านมือสองและตึกแถวอย่างจริงจังในปี 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบรับเทรนด์ความนิยมในการรีโนเวทบ้านเก่าในทำเลเมือง ซึ่งมีจุดเด่นด้านพื้นที่ใช้สอยและทำเลที่ตั้งที่เหนือกว่าคอนโดมิเนียม KKP คาดการณ์ว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อบ้านมือสองได้ถึง 5% จากการใช้แพลตฟอร์มนี้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ยุทธศาสตร์เก้าอี้ 4 ขา

โมเดล "เก้าอี้ 4 ขา" ถูกนำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการรักษาสมดุลของธนาคารในยุคที่มีความเสี่ยงสูง โดย KKP มุ่งเน้นการลงทุนและพัฒนาในธุรกิจด้าน Wealth, ดิจิทัล และสินทรัพย์มือสอง การกระจายความสำคัญไปยังธุรกิจเหล่านี้ช่วยให้ KKP สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย

มุมมองและผลกระทบ

การปรับกลยุทธ์ของ KKP ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและสร้างรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย การลงทุนในแพลตฟอร์มเช่น KKP Propify และการเน้นสินเชื่อ EV เป็นการตอกย้ำถึงความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวให้กับกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร