
Monday Recap สรุปข่าวเด่นรอบสัปดาห์ (29 ก.ย. - 5 ต.ค. 2568)
5 ตุลาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงอยู่ในภาวะที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หลายสำนักวิเคราะห์เริ่มปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2568 ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านการส่งออกและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงเดินหน้าออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น (Quick Win) และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อประคองสถานการณ์ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ยังคงทำงานเชิงรุกเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ทั้งในด้านการปราบปรามธุรกิจนอมินีที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย และการนำทัพผู้ส่งออกเจาะตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง
1. SCB EIC หั่นเป้า GDP ไทยปี 68 เหลือโต 1.8% เสี่ยงถดถอยทางเทคนิค
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2568 ลงเหลือ 1.8% และปีหน้าเหลือ 1.5% พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค ปัจจัยหลักมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้ภาครัฐเปิดเผยแดชบอร์ดเศรษฐกิจรายสัปดาห์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน EIC ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเข้าสู่ “Technical Recession” หรือ ถดถอยทางเทคนิค หมายถึง เศรษฐกิจอาจติดลบ 2 ไตรมาสติดกัน หากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวยังคงอยู่และไม่มีแรงสนับสนุนใหม่เพิ่มเติม
ที่มา: SCB EIC
2. รัฐบาลเดินหน้ามาตรการ Quick Win ประคองเศรษฐกิจท้ายปี
หลังการแถลงนโยบายรัฐบาล ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ว่า มาตรการเร่งด่วน (Quick Win) จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2568 โดยเฉพาะการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะงบลงทุนที่ชะลอตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งจะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี
ที่มา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
3. DBD จับมือ ปปง. ออกกฎหมายยึดทรัพย์ ตัดวงจรขบวนการ "นอมินี"
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายยึดทรัพย์ เพื่อตัดวงจรขบวนการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการไทย โดยมุ่งเป้าสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่โปร่งใสและเป็นธรรม
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) - https://www.dbd.go.th/news/9408042568
4. DITP นำทัพผู้ประกอบการไทยบุกอินเดีย ปิดดีลเจรจาธุรกิจกว่า 1,386 ล้านบาท
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประสบความสำเร็จในการนำผู้ประกอบการไทยเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ประเทศอินเดีย สามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายได้ทันทีและยอดสั่งซื้อภายใน 1 ปี รวมกว่า 1,386 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของสินค้าไทยในตลาดอินเดียที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง และเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่อๆ อินเดียสนใจทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและบริโภคที่ต่อยอดได้ โดยเฉพาะ “สินค้าประหยัดพลังงานและอาหารเกษตร” เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและของตกแต่งบ้าน, วัสดุก่อสร้างและชิ้นส่วนโลหะ, แผ่นไม้จากไม้ยางพารา, เหล็กรูปพรรณ, ระบบประหยัดพลังงาน (เช่น cooling tower), อุปกรณ์ระบายอากาศ, อาหาร/เครื่องดื่ม (ข้าว/ผลไม้กระป๋อง/ขนมขบเคี้ยว/ซอส). เครื่องจักรโรงงานแปรรูปอาหาร และ บรรจุภัณฑ์เย็น ห้องเย็น
ที่มา: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช (อ้างอิง DITP)
5. ก.พาณิชย์จับมือสมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ ขายหมูราคาถูก 2 กก. 100 บาท ช่วยลดค่าครองชีพ
กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดต่างๆ ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ จัดโครงการ "หมูธงฟ้าลดราคา" จำหน่ายเนื้อหมูในราคาประหยัด 2 กิโลกรัม 100 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนทั่วประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังทรงตัวในระดับสูง
ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ URL: https://www.moc.go.th/rssr/article/index/id/4
6. DBD ปรับแผนลุยตรวจสอบ "นอมินี" ปี 68 พุ่งเป้า 6 กลุ่มธุรกิจเสี่ยงสูง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ประกาศปรับแผนการตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงใช้คนไทยเป็นนอมินีในปี 2568 โดยจะมุ่งเน้นไปที่ 6 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว, อสังหาริมทรัพย์, อีคอมเมิร์ซ, โรงแรมและรีสอร์ท, ธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร และธุรกิจก่อสร้าง เพื่อป้องกันการครอบงำธุรกิจโดยชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย และรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) https://www.dbd.go.th/news/10724042568
7. กกร. ห่วงบาทแข็งฉุดส่งออก จ่อทบทวนเป้าหมาย GDP
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และเตรียมทบทวนประมาณการเศรษฐกิจ (GDP) ใหม่อีกครั้ง โดยคาดหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้ได้ กกร. เสนอให้หน่วยงานรัฐทำงานร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ธุรกรรมเงินตรา อาทิ ทองคำ คริปโทเคอร์เรนซี การโอนเงินของแรงงานต่างด้าว เพื่อหามาตรการเชิงโครงสร้างดูแลเสถียรภาพในระยะยาว ภาคเอกชนหวังว่าหากรัฐบาลเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสามารถทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงในไตรมาสสุดท้าย ก็จะเพิ่มโอกาสให้ตัวเลขการส่งออกขยับขึ้น และช่วยให้เศรษฐกิจ (GDP) ปี 68 เติบโตใกล้เป้าหมายเดิมที่ 1.8-2.2%
ที่มา: คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน
8. DITP โชว์ผลงานนำผู้ส่งออกเจาะ 4 ภูมิภาค สร้างรายได้เข้าประเทศ 3,000 ล้าน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยความสำเร็จของโครงการ Special Task Force (STF) ที่นำผู้ประกอบการไทยบุกตลาดที่มีศักยภาพใน 4 ภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ จีนตะวันตก, อาเซียน, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา สามารถสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 3,000 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของนโยบาย "Quick Big Win" ในการเจาะตลาดใหม่และสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างรวดเร็ว
ผลสำเร็จโครงการ STF สร้างรายได้แก่ประเทศผ่านการขยายตลาดใหม่แบบ Quick Big Win
ที่มา: Commerce News Agency https://www.commercenewsagency.com/news/8402
9. กสิกรไทยคาดการณ์กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 32.00-32.80 จับตาประชุม กนง.
ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ถัดไปไว้ที่ 32.00-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามองคือตัวเลขเงินเฟ้อของไทย และผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินบาทในระยะต่อไป ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการประชุม กนง. รอบนี้ มีโอกาสสูงที่จะ “คงดอกเบี้ยนโยบาย” ที่ 1.50% แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่การลดดอกเบี้ยเพิ่มอาจไม่ส่งผลต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ และ ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย) อาจใช้มาตรการอื่นเพิ่มเติมเพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงิน
ที่มา: กสิกรไทย
10. ประกันสังคมเปิดรับฟังความเห็น ปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ ถึง 17 ต.ค.
สำนักงานประกันสังคม เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 เกี่ยวกับการปรับปรุงสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพใหม่ "CARE" (Career Average Revalued Earnings) คือ ระบบใหม่ของสำนักงานประกันสังคมที่เน้น “ความเป็นธรรมและยั่งยืน” ต่อผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 ซึ่งจะเริ่มใช้ 1 ม.ค. 2569 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตนในระยะยาว โดยสามารถแสดงความคิดเห็นได้ผ่าน 4 ช่องทางที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1–17 ตุลาคม 2568

ที่มา ประกันสังคม
11. ก.อุตฯ จับมือ 5 หน่วยงานรัฐ ปั้น "นิคมฯ SMEs" สร้างมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลัง 5 หน่วยงานพันธมิตร จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) เดินหน้าโครงการจัดตั้ง "นิคมอุตสาหกรรม SMEs" เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างครบวงจร ตั้งเป้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยั่งยืนคู่ชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจฐานราก และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท
ที่มา: กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม https://www.diw.go.th/webdiw/pr68-618/
12. DBD จับมือกรมบัญชีกลาง ปลดล็อก SME เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ร่วมมือกับกรมบัญชีกลาง เชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลและผู้ประกอบการ SME ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) และแพลตฟอร์ม THAI SME-GP ช่วยให้ SME ที่ขึ้นทะเบียนกับ สสว. ได้รับแต้มต่อในการเสนอราคา เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดภาครัฐที่มีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาทต่อปีได้ง่ายและโปร่งใสยิ่งขึ้น
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) https://www.dbd.go.th/news/10724042568
13. หอการค้าไทยจัดใหญ่ "มหกรรม SME 5 ภาค" ครั้งที่ 4 บุกขอนแก่น
หอการค้าไทยและเครือข่ายจัดงาน "มหกรรมรวมพลัง SME ไทย : THAI SME-GP @ขอนแก่น" ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ของซีรีส์มหกรรม 5 ภาค ภายใต้แนวคิด "ปลดล็อก SME เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน" โดยยกทัพสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการ SME ทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาจัดแสดง พร้อมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและให้คำปรึกษา เพื่อเสริมศักยภาพและเปิดตลาดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค
ที่มา: หอการค้าไทย https://www.thaichamber.org/news/detail/5053
14. สสว. เผยดัชนีเชื่อมั่น SME Q3/68 คาด Q4 พุ่งรับไฮซีซั่น-นโยบายรัฐ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME ในไตรมาส 3 ปี 2568 พบว่ายังอยู่ในระดับทรงตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าในไตรมาส 4 ดัชนีจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะออกมาอย่างต่อเนื่อง
