
นายกรัฐมนตรีไทยหารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานและการจัดหาน้ำมัน
17 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
นายกฯ อนุทินหารือทูตออสเตรเลีย เพื่อเสริมความร่วมมือด้านพลังงานและจัดหาน้ำมันเพิ่มเติม ท่ามกลางตลาดพลังงานโลกที่ผันผวน
-
ไทยเดินหน้ากระจายแหล่งพลังงาน ลดการพึ่งพาประเทศเดียว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและลดผลกระทบจากราคาพลังงานต่อ ต้นทุน SMEs
-
ความร่วมมืออาจต่อยอดสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสธุรกิจใหม่ให้ SMEs ไทยในโซลาร์เซลล์ ระบบประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีพลังงานสีเขียว
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล หารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย นางสาวแอนเจลา แมคโดนัลด์ เพื่อสำรวจความร่วมมือด้านพลังงานและการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติม ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกที่ผันผวน การหารือครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและกระจายความเสี่ยงจากแหล่งนำเข้า ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน และอาจสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ SMEs ไทยในภาคส่วนพลังงานสะอาดในอนาคต
การหารือไทย–ออสเตรเลียท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก
เมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้หารือและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนางสาวแอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล ประเด็นสำคัญของการหารือมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานและการแสวงหาแหล่งจัดหาน้ำมันเพิ่มเติม ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง
กระจายแหล่งพลังงาน ลดความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซ
การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ตลาดพลังงานโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อช่องทางการค้าพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีนโยบายด้านพลังงานที่แข็งแกร่งและหลากหลาย นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาแหล่งนำเข้าน้ำมันจากประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงแหล่งเดียว และได้มอบหมายให้ กระทรวงพลังงาน ทำหน้าที่สำรวจและจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
ข่าวดีของ SMEs จากความมั่นคงด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs การเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือและกระจายแหล่งพลังงานของภาครัฐในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่ง การมีแหล่งพลังงานที่หลากหลายและมั่นคงจะช่วยลดผลกระทบจาก ราคาพลังงานที่ผันผวน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ ต้นทุนการดำเนินงาน ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การที่ราคาพลังงานมีเสถียรภาพมากขึ้น จะช่วยให้ SMEs สามารถวางแผนการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นอกจากนี้ หากความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยและออสเตรเลียขยายไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ เช่น พลังงานสะอาด หรือ เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ก็จะเปิดประตูสู่ โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ SMEs ไทยได้ การเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานบางประเภท อาจสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง โซลาร์เซลล์ การพัฒนา ระบบประหยัดพลังงาน หรือการให้บริการด้าน เทคโนโลยีพลังงานสีเขียว สามารถเข้าถึงตลาดใหม่ๆ และยกระดับศักยภาพของธุรกิจตนเองได้
การสร้างความมั่นคงพลังงานควบคู่โอกาสธุรกิจของ SMEs ไทย
การหารือเชิงกลยุทธ์นี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศในภาพรวมเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญที่เอื้อต่อการเติบโตและสร้างโอกาสให้กับ ผู้ประกอบการ SMEs และเครือข่ายธุรกิจในประเทศไทย ให้สามารถรับมือกับความท้าทายในยุคที่ตลาดโลกผันผวน และพร้อมคว้าโอกาสใหม่ๆ ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน






