
แรงกดดันตลาดน้ำมันโลกจากวิกฤติการเมืองสหรัฐฯ และผลต่อราคาน้ำมัน
17 ตุลาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมันประจำสัปดาห์วันที่ 13-17 ตุลาคม 2568 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญที่เกิดขึ้นกับตลาดน้ำมันในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องปิดหน่วยงานบางส่วน (Government Shutdown) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภาวะความกังวลในตลาดโลก ราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบเบรนท์ (ICE Brent) ในช่วงดังกล่าวจึงปรับลดลงมาอยู่ที่ 65.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงถึง 3.01 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสฯ (NYMEX WTI) ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 61.79 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลโดยตรงจากปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับมหภาคที่มีต่อกลไกราคาพลังงานอย่างชัดเจน
การปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ได้สร้างความผันผวนและความไม่มั่นคงในตลาดการเงินและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกอย่างรุนแรง ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ส่งผลกระทบต่อคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในอนาคต ทำให้แรงขายเข้ามากดดันราคาน้ำมันดิบทันที สภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดน้ำมันที่ตอบสนองต่อข่าวสารเชิงลบจากเศรษฐกิจและนโยบายของประเทศมหาอำนาจ แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานอาจจะยังคงทรงตัว แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและความคาดหวังในระยะสั้นกลับกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลและบทวิเคราะห์จากรายงานของ ปตท. ได้สรุปสถานการณ์ดังกล่าวไว้อย่างละเอียด เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ติดตามและทำความเข้าใจ
รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมันของ ปตท. จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมพลังงานและนักลงทุน เนื่องจากเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับการประเมินสถานการณ์และแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้นและระยะกลาง ผลกระทบจากการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง เป็นเครื่องยืนยันว่าปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศหนึ่งสามารถส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อตลาดโลกได้กว้างขวางเพียงใด
Government Shutdown คืออะไร
Government Shutdown หมายถึง สถานการณ์ที่รัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาไม่สามารถดำเนินการในบางส่วนหรือทั้งหมดได้ เนื่องจากงบประมาณสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาตามกำหนด นั่นคือ หากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณหรือร่างกฎหมายอนุมัติเงินทุนชั่วคราวได้ หน่วยงานของรัฐจะต้องหยุดดำเนินการบางส่วน หรืองดบริการที่ไม่จำเป็น เส้นทางข้าราชการส่วนใหญ่จะไม่ได้รับเงินเดือนตามปกติ ยกเว้นหน่วยงานที่สำคัญ เช่น ทหารและหน่วยฉุกเฉิน
ผลกระทบของ Government Shutdown มักเกิดขึ้นกับประชาชนที่ต้องใช้บริการของรัฐ เช่น การขอเอกสารราชการ การได้รับสวัสดิการ หรือการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐซึ่งหยุดชั่วคราว ทั้งนี้ การหยุดชะงักของภาครัฐยังส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล
สาเหตุหลักของ Government Shutdown มักเกิดจากการที่สภาคองเกรสมีความขัดแย้งเรื่องนโยบายและการจัดสรรงบประมาณ ทำให้ร่างงบประมาณไม่สามารถผ่านความเห็นชอบได้ทันเวลา การแก้ไขปัญหานี้มักใช้การเจรจาต่อรองระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ในรัฐสภา เพื่อหาข้อสรุปและอนุมัติงบประมาณให้รัฐบาลกลับมาดำเนินงานตามปกติ
