TSB เปิดโครงการ “IDG Ignite DNA” ปั้น Human OS ยกระดับบุคลากร ขับเคลื่อนระบบขนส่งยั่งยืน

TSB เปิดโครงการ “IDG Ignite DNA” ปั้น Human OS ยกระดับบุคลากร ขับเคลื่อนระบบขนส่งยั่งยืน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • TSB เปิดโครงการ “IDG Ignite DNA” พัฒนาคนขับเคลื่อนองค์กร
    ไทย สมายล์ บัส ร่วมกับ Asia Pacific Innovation Hub ยกระดับบุคลากรกว่า 5,000 คน ผ่านแนวคิด IDG Human OS เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจบริการ

  • ผสานแนวคิดสากลกับค่านิยมองค์กร “5 ก”
    นำหลัก Inner Development Guide เชื่อมกับ Core Values ได้แก่ เกียรติ กล้า แกร่ง แก้ไข และกตัญญู เพื่อพัฒนาผู้นำและพนักงานให้มีวินัย ความรับผิดชอบ และบริการอย่างมืออาชีพ

  • มุ่งยกระดับระบบขนส่งไทยอย่างยั่งยืน
    โครงการระยะ 10 เดือนตั้งเป้าพัฒนาพนักงานส่วนหน้ากว่า 80% ขององค์กร สร้าง “Smile Hero” ยกระดับความปลอดภัย คุณภาพบริการ และความเชื่อมั่นของผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะ

ไทย สมายล์ บัส จับมือ Asia Pacific Innovation Hub ปั้นหลักสูตรการฝึกอบรมด้วยโครงการ "IDG Ignite DNA" ต่อยอด "Human OS" ขับเคลื่อนบริการด้วยหัวใจ หวังยกระดับการขนส่งประเทศไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการขับเคลื่อนการทำงานด้วยหัวใจและคุณภาพบริการ

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) เปิดเผยถึงทิศทางการยกระดับองค์กรครั้งสำคัญว่า นอกจากการเป็นผู้นำด้านรถโดยสารไฟฟ้า 100% แล้ว หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนระบบขนส่งคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืนคือ “คน” โดยล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ “IDG Ignite DNA for Human Operating System (OS) Flourishing” เพื่อปฏิรูปศักยภาพบุคลากรกว่า 5,000 คน ผ่านการสร้าง “ระบบปฏิบัติการมนุษย์” ที่มุ่งเน้นความภาคภูมิใจ ความรับผิดชอบ และความมั่นคงทางอารมณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร โดยได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่อาจพึ่งพาเพียงเทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องเริ่มจากการพัฒนาคนและความรู้สึกถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นอันดับแรก

ด้าน อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร CEO จาก IDG Asia Pacific Innovation Hub และผู้ร่วมก่อตั้งไร่ใจยิ้ม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ กล่าวเสริมว่า โครงการนี้เป็นการนำแนวคิด Inner Development Guide (IDG) มาออกแบบเป็น IDG Human OS Framework ที่มีความเฉพาะตัวสำหรับ TSB โดยมีการนำหลัก Core Values “5 ก” ของไทย สมายล์ บัส ได้แก่ เกียรติ กล้า แกร่ง แก้ไข และกตัญญู มาผสานเข้ากับมิติการพัฒนาภายในระดับสากล 5 ด้าน (Being, Thinking, Relating, Collaborating และ Acting) เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนามนุษย์ที่เชื่อมโยงคุณค่าความเป็นไทยเข้ากับกรอบการทำงานระดับโลก พร้อมเครื่องมืออย่าง IDG Card - Thai Smile Version ที่จะเปลี่ยนการเรียนรู้เชิงทฤษฎีให้เป็นการปฏิบัติที่ใช้ได้จริงในหน้างาน

สำหรับโครงการนี้มีโรดแมปการดำเนินงานที่ชัดเจนตลอด 10 เดือน โดยมุ่งสร้างกลุ่ม "Smile Hero" หรือพนักงานขับรถและพนักงานบริการที่มีวินัยและหัวใจบริการอย่างแท้จริง เริ่มจากการพัฒนาผู้จัดการสาขา ผู้เป็นหัวหอกสำคัญที่คอยขับเคลื่อนให้พนักงานก้าวขึ้นรถออกไปให้บริการประชาชนอย่างมืออาชีพในทุกวันและ Ambassador 120 คน ให้สวมบทบาท "Manager as Mentor" เพื่อส่งต่อพฤติกรรมต้นแบบ สร้างระบบ Coaching ที่เข้มแข็ง ก่อนจะขยายผลให้ครอบคลุมพนักงานส่วนหน้าชุดแรก 1,000 คน และขยายผลกระจายสู่บุคลากรส่วนใหญ่ถึง 80% ทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้แนวคิด IDG กลายเป็นมาตรฐานการทำงานที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ระยะที่ 1 : พัฒนา IDG Manager & Ambassador (120 คน) ยกระดับบทบาท “Manager as Mentor” เพื่อสร้างผู้นำที่สามารถพัฒนาคนได้จริงในหน้างาน

ระยะที่ 2 : สร้าง IDG Smile Hero รุ่นแรก 20% (1,000 คน) คัดเลือกและพัฒนากัปตันเมล์และบัสโฮสต์ต้นแบบ ที่สะท้อนพฤติกรรม Walk the Talk ในด้านวินัย ความรับผิดชอบ และหัวใจบริการ

ระยะที่ 3 : พัฒนา IDG Human OS & Mentoring Reinforcement System สร้างระบบถอดบทเรียนและขยาย Best Practice ข้าม Cross functional and Generation เพื่อให้พฤติกรรมที่ดีเกิดการทำซ้ำและต่อยอดอย่างเป็นระบบ

ระยะที่ 4 : ขยายผลสู่ 80% ขององค์กร (4,000 คน) ฝังแนวคิด IDG เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการทำงานและวัฒนธรรมองค์กร

ในตอนท้าย ผู้บริหารทั้งสองท่านได้สะท้อนความเชื่อมั่นว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา TSB ได้พิสูจน์ความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ รถโดยสารไฟฟ้า 100% แล้ว การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นการเสริมความแข็งแรงในมิติ “การพัฒนาคน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ ESG การลงทุนพัฒนาคนจากภายในจะนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่จับต้องได้ ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพบริการที่ทำให้ผู้โดยสารพึงพอใจและกลับมาใช้ซ้ำ (Trust) รวมถึงด้านความปลอดภัยที่ช่วยลดอุบัติเหตุและค่าซ่อมบำรุงอย่างเห็นผล ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ว่าเมื่อพนักงานมีความมั่นคงทางอารมณ์และภาคภูมิใจในงานที่ทำ ยกระดับความปลอดภัย ทำให้การบริการที่เป็นเลิศย่อมเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนเพื่อส่งต่อความสุขให้แก่สังคมไทยต่อไป