
จากฟูกูโอกะ 100 สู่พิจิตร 100: โมเดลเมืองอายุยืน เปลี่ยนสังคมสูงวัยเป็นโอกาสใหม่ของไทย
20 เมษายน 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
“สังคมสูงวัย” = โอกาสใหม่ของเมือง ไม่ใช่ภาระ
พิจิตร ก้าวสู่สังคมอายุยืนเต็มรูปแบบ และกำลังเปลี่ยนโครงสร้างประชากรให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต -
โมเดล “พิจิตร 100” เรียนรู้จาก ฟูกูโอกะ แต่ปรับให้เข้าบริบทไทย
เน้นออกแบบเมืองจาก “คน” เชื่อมชุมชน ใช้เทคโนโลยี และสร้าง Care Economy โดยไม่ลอกแบบตรง ๆ -
กุญแจสำคัญ = เชื่อมของเดิม + ข้อมูล + ชุมชนเข้มแข็ง
ไทยมีทุนทางสังคมดีอยู่แล้ว (บวร วัด ชุมชน) แต่ต้องเสริมระบบข้อมูลและการบริหาร เพื่อขับเคลื่อนสู่เมืองอายุยืนอย่างยั่งยืน
เมื่อสังคมอายุยืนไม่ใช่ภาระ แต่คือโอกาสของเมือง ในวันที่หลายพื้นที่ของไทยยังมอง “สังคมสูงวัย” เป็นโจทย์ของอนาคต จังหวัดพิจิตรกลับกำลังเผชิญความจริงนี้แล้วในวันนี้ด้วยจำนวนผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 130,878 คน หรือมากกว่า 25% ของประชากรทั้งจังหวัด และมีผู้ที่มีอายุเกิน 100 ปีถึงราว 230 คน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า พิจิตรได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้วอย่างแท้จริง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “จะรับมืออย่างไร” แต่คือ “จะเปลี่ยนโครงสร้างประชากรนี้ให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไร”
“พิจิตร 100” โมเดลใหม่ของเมืองอายุยืน
แนวคิดนี้นำไปสู่การเกิดขึ้นของ โครงการ “พิจิตร 100” (Pichit 100) ความร่วมมือระหว่างจังหวัดพิจิตร กงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และคณะทำงานโครงการ “ฟูกูโอกะ 100” เป้าหมายไม่ใช่เพียง “ดูแลผู้สูงอายุ” แต่คือการ ออกแบบระบบนิเวศของเมืองใหม่ทั้งระบบ ให้รองรับ “ชีวิต 100 ปี”
หัวใจสำคัญของโครงการ คือ
-
การดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม
-
การต่อยอดของเดิม ไม่เริ่มจากศูนย์
-
และการออกแบบจาก “ความต้องการจริงของผู้สูงอายุ”
สิ่งที่น่าสนใจคือ พิจิตรไม่ได้ลอกแบบญี่ปุ่น แต่เลือก “แปลแนวคิด” ให้เข้ากับบริบทไทย
บทเรียนจากญี่ปุ่น: เมืองที่ออกแบบจากคนตัวเล็ก
ต้นแบบอย่าง “ฟูกูโอกะ 100” เกิดจากการตั้งคำถามง่าย ๆ แต่ทรงพลัง
ถ้าเราจะสร้างเมืองสำหรับคนอายุ 100 ปี เราควรออกแบบมันตั้งแต่วันนี้อย่างไร?
คำตอบของญี่ปุ่น ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่เริ่มจาก “คน” เช่น
-
การให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมร่วมออกแบบเตาแก๊สที่มีเสียงเตือน
-
การใช้ “หมากฝรั่งเปลี่ยนสี” วัดสุขภาพการเคี้ยว
-
การออกแบบบันไดให้มีเสียงดนตรี เพื่อชวนให้คนอยากเดิน
ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือ “สุขภาพที่ดี ต้องถูกออกแบบให้สนุกและเข้าถึงได้”
7 เสาหลักของเมืองอายุยืน
โมเดลฟูกูโอกะถูกถอดออกมาเป็น 7 แนวคิดหลัก ซึ่งกำลังถูกนำมาปรับใช้ในพิจิตร ได้แก่
-
ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมดูแลกัน
-
ทลายข้อจำกัดของระบบราชการ
-
ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ
-
ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่อง “สนุก”
-
เชื่อมโยงคนทุกวัยเข้าด้วยกัน
-
สร้างเศรษฐกิจใหม่จาก Care-Tech
-
พัฒนาเป็นต้นแบบระดับสากล
จุดแข็งของพิจิตร: สิ่งที่ญี่ปุ่นไม่มี
แม้ญี่ปุ่นจะมีระบบที่แข็งแรง แต่พิจิตรเองก็มี “ต้นทุนทางสังคม” ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน
1. ระบบ “บวร” (บ้าน-วัด-ราชการ/โรงเรียน)
โครงสร้างทางสังคมแบบไทยที่สามารถเชื่อมคน 3 วัยได้ทันที
โดยไม่ต้องสร้างใหม่
2. วัด = Social Hub
พื้นที่ที่ผู้สูงอายุมีบทบาท มีคุณค่า และมีชุมชน
3. เมืองสุขภาพโดยธรรมชาติ
ไม่มีอุตสาหกรรมหนัก มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการมีอายุยืน
4. เครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง
มีโครงการเดิมจำนวนมาก เช่น
-
โรงเรียนผู้สูงอายุ
-
โครงการบวรสัญจร
-
ปั่นปันสุข
-
ศูนย์ซ่อมอุปกรณ์ผู้ป่วย
โจทย์จึงไม่ใช่ “สร้างใหม่” แต่คือ “เชื่อมและต่อยอด”
ความท้าทาย: สิ่งที่ไทยต้องเรียนรู้
อย่างไรก็ตาม การนำโมเดลญี่ปุ่นมาปรับใช้ ยังมีข้อจำกัดสำคัญ
▸ ระบบงบประมาณ
ญี่ปุ่นมีระบบประกันผู้สูงอายุที่มั่นคง
ขณะที่ไทยยังพึ่งพางบรัฐและการสนับสนุนจากชุมชน
▸ การจัดการข้อมูล
หนึ่งในบทเรียนสำคัญคือ
“ไทยมีโครงการเยอะ แต่ไม่ค่อยมีการบันทึก”
การเก็บข้อมูล การวัดผล และการเรียนรู้จากสิ่งที่ทำ จึงเป็น “กุญแจสำคัญ” ของความยั่งยืน
เมื่อ “อายุยืน” ไม่ใช่แค่เรื่องการแพทย์
บทเรียนที่ทรงพลังที่สุด อาจไม่ได้มาจากนโยบาย
แต่มาจากคำตอบของผู้สูงอายุวัย 102 ปีในพิจิตร
“เคล็ดลับอายุยืนคือ ความสุข ลูกหลานสามัคคีกัน ไม่ทะเลาะกัน”
สิ่งนี้สะท้อนว่า สังคมสูงวัยที่ดี ไม่ได้เริ่มจากโรงพยาบาล แต่เริ่มจากครอบครัว ชุมชน และความสัมพันธ์ของผู้คน
พิจิตร: จากเมืองทางผ่าน สู่ “เมืองปลายทางชีวิต”
หาก “พิจิตร 100” เดินหน้าได้สำเร็จ จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้อาจกลายเป็นมากกว่า “พื้นที่สูงวัย”
แต่จะเป็น
- เมืองต้นแบบของการใช้ชีวิตหลังเกษียณ
- ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ด้าน Care Economy
- และ “Living Lab” ของสังคมอายุยืนในเอเชีย
คำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่แค่ของพิจิตร แต่คือของทั้งประเทศ
เมื่อเรามีชีวิตยืนยาวขึ้น เราจะปล่อยให้ความชราเป็นภาระ หรือจะออกแบบให้มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต?

