กลยุทธ์การปรับตัวของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ในภาวะตลาด FMCG อิ่มตัว

กลยุทธ์การปรับตัวของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ในภาวะตลาด FMCG อิ่มตัว

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • ตลาด FMCG ไทยกำลังอิ่มตัว เติบโตติดลบ และมีผู้บริโภคหน้าใหม่ลดลงจากจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่หดตัวต่อเนื่อง

  • ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้า “ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี” ภายใต้การนำของประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ตั้งเป้ารายได้ 30,000 ล้านบาทท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย

  • การทรานส์ฟอร์มของผู้เล่นรายใหญ่ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น แต่เปิดโอกาสให้ SMEs ใช้ความคล่องตัวเจาะ Niche Market พัฒนาสินค้า/บริการต่างจากรายใหญ่ และสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน

สถานการณ์ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อภาพรวมของตลาดเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวและมีแนวโน้มการเติบโตติดลบ ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าปัจจัยหลักเกิดจากการลดลงอย่างต่อเนื่องของจำนวนเด็กเกิดใหม่ ส่งผลให้จำนวนผู้บริโภคหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแทบจะไม่มี การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรนี้บีบให้ผู้ประกอบการทุกรายในอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวและกำหนดทิศทางใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทาย

ด้วยวิกฤตที่ปรากฏนี้ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด ได้ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในรอบสองทศวรรษ ภายใต้ชื่อ "ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี" โดยมี คุณประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการคนใหม่ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การปรับทัพครั้งนี้สะท้อนความตระหนักถึงสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และแสดงความมุ่งมั่นที่จะรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 30,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในภาวะตลาดปัจจุบัน

การประกาศกลยุทธ์ "ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่" ของ ไลอ้อน ไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงภายในองค์กร แต่ยังส่งสัญญาณถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด Fast-Moving Consumer Goods (FMCG) โดยรวม ผู้เล่นรายใหญ่จะยิ่งต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ปรับกลยุทธ์การตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อดึงดูดผู้บริโภคในตลาดที่มีขนาดไม่ขยายตัว การเปลี่ยนแปลงนี้จะผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรม FMCG การปรับตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไลอ้อน ถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในคราวเดียวกัน ในแง่ของความท้าทาย SMEs อาจเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา นวัตกรรม และการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่รุนแรงขึ้น การตลาดแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผู้บริโภคในตลาดที่ไม่มีผู้ใช้หน้าใหม่เพิ่มขึ้นมากนัก

อย่างไรก็ตาม ด้วยความได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นและคล่องตัว SMEs สามารถใช้โอกาสนี้ในการเจาะตลาดเฉพาะ (Niche Market) ที่ผู้เล่นรายใหญ่อาจมองข้าม หรือมุ่งเน้นการพัฒนา ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีความแตกต่าง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้า พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงง่าย และการนำเสนอเรื่องราวของแบรนด์ที่น่าสนใจ จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ SMEs สามารถยืนหยัดและเติบโตได้ในตลาด FMCG ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ERP + AI: กลยุทธ์ยกระดับ SME สู่ธุรกิจแห่งอนาคต

ERP + AI: กลยุทธ์ยกระดับ SME สู่ธุรกิจแห่งอนาคต

24 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจที่ล่าช้าอาจหมายถึงโอกาสที่หลุดลอย ระบบการจัดการภายในองค์กรจึงต้องพัฒนาให้ “เร็วกว่า” และ “ฉลาดกว่า” เดิม ซึ่งนั่นคือบทบาทของ ERP (Enterprise Resource Planning) หรือ “ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร”

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

25 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

เปิดความลับ "IF" น้ำมะพร้าวไทย พนักงาน 46 คนพิชิตตลาดจีน กวาดยอดขาย 57,000 ล้าน

เปิดความลับ "IF" น้ำมะพร้าวไทย พนักงาน 46 คนพิชิตตลาดจีน กวาดยอดขาย 57,000 ล้าน

3 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

เรื่องราวความสำเร็จ: IF น้ำมะพร้าวแบรนด์ไทย ใช้พนักงานเพียง 46 คน แต่ครองส่วนแบ่งตลาดจีน 34% สร้างยอดขาย 57,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ Ultra Light น้ำมะพร้าวแบรนด์ไทย "IF" หรือ "溢福" (อี้ฝู) ในภาษาจีน สร้างปรากฏการณ์ธุรกิจที่น่าทึ่งด้วยการใช้ทีมงานเพียง 46 คน แต่สามารถสร้างยอดขายในปี 2567 ได้มากถึง 57,000 ล้านบาท ในตลาดจีน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับบริการสู่ดิจิทัลและยุติสำนักงานเขต 6 พร้อมเร่งผลักดันการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับบริการสู่ดิจิทัลและยุติสำนักงานเขต 6 พร้อมเร่งผลักดันการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์

6 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ประกาศยุติการให้บริการสำนักงานเขต 6 พร้อมผลักดันระบบ DBD Biz Regist เพื่อให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และสนับสนุน SMEs