ปูนซิเมนต์ไทยประกาศปิดโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนามชั่วคราวจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

ปูนซิเมนต์ไทยประกาศปิดโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนามชั่วคราวจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • SCG หยุดเดินเครื่องโรงงานปิโตรเคมี LSP ในเวียดนามชั่วคราวจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง กระทบต้นทุนราว 250 ล้านบาทต่อเดือน และกดดันหุ้น SCC ร่วง 6.44%

  • การหยุดชั่วคราวใช้ช่วงเวลานี้ทำซ่อมบำรุงและเตรียมโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน (LSPE) เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอกและเพิ่มความยืดหยุ่นด้านต้นทุนในอนาคต

  • SMEs ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโลจิสติกส์เสี่ยงเผชิญราคาวัตถุดิบสูงขึ้น การขาดแคลนสินค้า ต้นทุนขนส่งเพิ่ม และความล่าช้าในการจัดส่ง ซึ่งกระทบต่อแผนการผลิตและการบริหารสต็อก

ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ประกาศหยุดดำเนินงานโรงงานปิโตรเคมี Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนามชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม เหตุผลหลักจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง และเกิด วิกฤตซัพพลายเชน คาดกระทบต้นทุน SCG 250 ล้านบาทต่อเดือน และทำให้หุ้น SCC ร่วง 6.44% การปิดชั่วคราวนี้จะใช้ในการซ่อมบำรุงและเตรียมเพิ่มวัตถุดิบอีเทน ขณะที่ SMEs ที่พึ่งพาวัตถุดิบปิโตรเคมีและภาคขนส่งต้องเตรียมรับมือ ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น และ ความล่าช้าในการจัดส่ง

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ได้ประกาศการหยุดการดำเนินงานชั่วคราวของโรงงานปิโตรเคมี Long Son Petrochemicals (LSP) ซึ่งเป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนาม โดยมีกำหนดเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมนี้ การตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประมาณการณ์ว่าการหยุดดำเนินงานชั่วคราวนี้จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทประมาณ 250 ล้านบาทต่อเดือน

วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางได้ก่อให้เกิด Supply Chain Shock ทั่วโลก ทำให้น้ำมันดิบมีราคาสูงขึ้น การขนส่งทางเรือและทางอากาศหยุดชะงัก รวมถึงเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญอย่างปิโตรเคมี ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรมหลายประเภท สถานการณ์นี้บีบให้บริษัทขนาดใหญ่อย่าง SCG ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาระดับกำไรท่ามกลางความไม่แน่นอน แม้จะเป็นการปิดชั่วคราว แต่ตลาดก็ได้แสดงปฏิกิริยาตอบรับทันที โดยราคาหุ้นของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) ได้ปรับตัวลดลงถึง 6.44% ในช่วงเช้าของวันที่ 23 เมษายน 2567 สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ที่ยังไม่มีความชัดเจน.

ในช่วงเวลาที่หยุดดำเนินการชั่วคราวนี้ ทางโรงงาน LSP จะใช้โอกาสในการดำเนินการซ่อมบำรุงตามแผน และเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับ โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน (LSPE) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวที่มุ่งลดการพึ่งพิงวัตถุดิบจากแหล่งภายนอกที่ผันผวน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุนในอนาคต.

สำหรับ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่พึ่งพาวัตถุดิบปิโตรเคมีเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตสินค้ากลุ่ม พลาสติก หรือ บรรจุภัณฑ์ ข่าวการหยุดผลิตของโรงงานขนาดใหญ่อย่าง LSP ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ SMEs อาจต้องเผชิญกับ ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และ ปัญหาการขาดแคลนสินค้าในตลาด ซึ่งจะบีบให้ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือพยายามหาทางเลือกวัตถุดิบจากแหล่งอื่น

นอกจากนี้ SMEs ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรือผู้ที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกผ่านเส้นทางเดินเรือที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง จะต้องเผชิญกับ ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น และ ความล่าช้าในการจัดส่งสินค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการวางแผนการผลิตและการบริหารจัดการสต็อก การหยุดโรงงานขนาดใหญ่เช่น LSP ยังอาจทำให้ SMEs ซึ่งเป็นลูกค้าหรือผู้จำหน่ายให้กับโรงงานเหล่านั้น ต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตและสต็อกสินค้าของตนเอง ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตาการประชุม Global SME Ministerial Meeting 2025 จุดเปลี่ยน SMEs ในเวทีโลก

จับตาการประชุม Global SME Ministerial Meeting 2025 จุดเปลี่ยน SMEs ในเวทีโลก

22 กรกฎาคม 2568

Business Leader / โต๊ะข่าวต่างประเทศ

การประชุม Global SME Ministerial Meeting 2025 จัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 22–24 กรกฎาคม ณ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับบทบาทของผู้ประกอบการ SMEs ในเศรษฐกิจโลก ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก G20, ประเทศกำลังพัฒนา และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ITC, WTO และ UNCTAD

DIT เตรียมควบคุมสินค้าเพิ่ม 12 รายการ พร้อมรับมือผลกระทบต่อ SME จากวิกฤตตะวันออกกลาง

DIT เตรียมควบคุมสินค้าเพิ่ม 12 รายการ พร้อมรับมือผลกระทบต่อ SME จากวิกฤตตะวันออกกลาง

24 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กรมการค้าภายในเตรียมพิจารณาเพิ่มน้ำดื่มและเม็ดพลาสติกเป็นสินค้าควบคุม เพื่อรับมือต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมบรรเทาภาระแก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค