ประเทศไทยจะตกขบวน AI หรือไม่? เมื่อโลกแบ่งเป็นผู้ “สร้างเทคโนโลยี” และผู้ “ถูกใช้โดยเทคโนโลยี”

ประเทศไทยจะตกขบวน AI หรือไม่? เมื่อโลกแบ่งเป็นผู้ “สร้างเทคโนโลยี” และผู้ “ถูกใช้โดยเทคโนโลยี”

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

สรุปประเด็น

  • AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นตัวกำหนดเศรษฐกิจ สังคม และอำนาจของประเทศในอนาคต

  • ไทยกำลังเสียเปรียบจากการขาดบุคลากรและระบบนิเวศ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเร่งลงทุนอย่างจริงจัง

  • หากไม่เร่งพัฒนา “คน” และการศึกษา ไทยอาจไม่ได้แค่ตกขบวน แต่หลุดออกจากเกมเทคโนโลยีโลก entirely

หรือประเทศไทย…กำลังจะ “ตกขบวน AI” อีกครั้ง?
แต่ครั้งนี้…ไม่ใช่แค่พลาดรถไฟ มันคือ “โลกยุคหิน” กับ “โลกยุคอวกาศ” ที่กำลังวิ่งสวนกัน

.
เกือบสามสิบปีก่อน…
ผมเคยทำวิจัยเรื่อง “โครงข่ายประสาทเทียม”
หรือที่วันนี้เราเรียกว่า AI
ตอนนั้น เราเอามาใช้ “พยากรณ์การทรุดตัวของดินกรุงเทพ”
จากการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน
ต้องบอกว่า…มัน “ล้ำ” มาก
.
ล้ำจนแม้แต่อาจารย์ที่ MIT
ยังตั้งคำถามว่า
“คอมพิวเตอร์จะเรียนรู้เองได้จริงหรือ?

.
วันนั้น…
“ข้อมูล” ยังน้อย
“คอมพิวเตอร์” ยังช้า
แต่วันนี้…
ข้อมูลไหลอยู่บนอินเทอร์เน็ตแบบ ไม่มีที่สิ้นสุด
พลังคอมพิวเตอร์มากขึ้น “เป็นล้านเท่า”
AI ไม่ได้แค่ “ช่วยคิด”
แต่เริ่ม “คิดแทน”
และนี่คือ “จุดเปลี่ยนของโลก”
.
AI ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีอีกต่อไป
แต่มันคือ
เศรษฐกิจ
สังคม
และ “ภูมิรัฐศาสตร์”

 

คำถามสำคัญคือ…
ประเทศไทย…อยู่ตรงไหนบนแผนที่ AI โลก?
คำตอบอาจจะฟังแล้วเจ็บ
“เรา…ไม่ได้อยู่บนแผนที่นั้นเลย”
.
ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน
กำลัง “เร่งเครื่องเต็มกำลัง”
เวียดนาม ได้ศูนย์ออกแบบและวิจัย AI จาก NVIDIA
นี่ไม่ใช่แค่การลงทุน
แต่มันคือ “ต้นน้ำของความรู้”
ประเทศที่ได้ R&D จากผู้สร้างชิป
คือประเทศที่ได้ “อนาคต”
.
มาเลเซีย
ดึงยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Microsoft
มาสร้าง Data Center ขนาดมหึมา
นี่คือ “กลางน้ำของอุตสาหกรรม”
ที่สร้างทั้งเงิน งาน และระบบนิเวศ

.
แล้วไทยล่ะ?
เรามีอะไร?
คำถามที่ต้องถามให้ดังพอคือ
ทำไมบริษัทไฮเทค…ไม่เลือกเรา?
หลายคนคิดว่า
“ต้องมีเงิน”
“ต้องมีสิทธิประโยชน์”
.
แต่จากประสบการณ์ตรง…
ในฐานะผู้ก่อตั้ง
CMKL University
ที่ร่วมมือกับ
Carnegie Mellon University
และได้ทำงานใกล้ชิดกับ “ผู้เล่นระดับโลก”
ผมขอพูดแบบไม่อ้อมค้อม
เขาไม่มา…เพราะเรา “ไม่มีคน”
.
อย่าเข้าใจผิดว่า
“มีเงิน = สร้าง AI ได้”

ไม่จริง
"เวียดนาม" ตั้งเป้า ผลิตวิศวกร AI 100,000 คนต่อปี
จีนตั้งเป้า 1,000,000 คนต่อปี
ประกาศ "ปฏิรูปการศึกษา" ทั้งระบบ
เด็กจีน "ทุกคน" ต้องเรียน AI ตั้งแต่อนุบาล
"มาเลเซีย" ปรับโครงสร้างการศึกษา
ให้สายวิทย์-เทคโนโลยี ให้มีสัดส่วนถึง 70%
.
แล้วไทย?
เรายังเถียงกันว่า
“เด็กควรเรียนอะไรดี” 
เรายังสอนแบบเดิม
ในโลกที่ “ไม่เหมือนเดิม”
.
นี่ไม่ใช่เรื่องของ “เทคโนโลยี”
แต่มันคือเรื่องของ “คน”
ถ้าไม่มี “คนที่เข้าใจ AI”
เราจะไม่มีทาง
สร้าง AI
ใช้ AI
หรือแม้แต่ “ควบคุม AI”
และถ้าเราควบคุมไม่ได้…
เราก็จะถูก “ควบคุม”
.
โลกกำลังแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง
ฝั่งหนึ่ง “สร้างเทคโนโลยี”
อีกฝั่ง “ถูกใช้โดยเทคโนโลยี”

.

คำถามคือ…
ประเทศไทย…จะเลือกอยู่ฝั่งไหน?

ถ้าเรายังคิดว่า “เรื่องนี้ยังไม่เร่งด่วน”
วันหนึ่ง…
เราจะตื่นขึ้นมา แล้วพบว่า
เราไม่ได้แค่ “ตกขบวน”
แต่เรา “ไม่ได้อยู่ในเกมนั้นตั้งแต่แรก”
ครั้งนี้…
มันไม่ใช่แค่พลาดโอกาส
แต่มันคือ
การทิ้งระยะห่าง
ระหว่าง “ยุคหิน” กับ “ยุคอวกาศ”
.
และคำถามสุดท้าย…
เราจะยอมรับมัน
หรือจะ “เปลี่ยนมัน” 
และ "ลงมือทำ" ตั้งแต่วันนี้?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The Silicon Soldier: Anduril และการทลายกำแพงอาวุธยุคเก่าด้วย AI

The Silicon Soldier: Anduril และการทลายกำแพงอาวุธยุคเก่าด้วย AI

15 มีนาคม 2569

กองบรรณาธิการ

Anduril Industries สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่กล้าใช้สูตรสำเร็จแบบ Silicon Valley เข้ามาทลายโมเดลรับเหมางานรัฐยุคเก่า ผ่านแนวคิด Software-First, ระบบ AI อย่าง Lattice OS และอาวุธอัตโนมัติอย่าง Roadrunner, Fury และ Ghost Shark ซึ่งกำลังเขย่าโครงสร้างอุตสาหกรรมความมั่นคงโลก

เพิ่มศักนภาพ SMEs ด้วย GenAI

เพิ่มศักนภาพ SMEs ด้วย GenAI

14 เมษายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

Generative AI (GenAI) กำลังเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) โดยช่วยลดต้นทุนและสร้างโอกาสใหม่ๆ เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้สร้างสรรค์เนื้อหาทางการตลาดคุณภาพสูง เช่น โฆษณา, ข้อความ, รูปภาพ, เพลง และวิดีโอ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าวิธีดั้งเดิม นอกจากนี้ GenAI ยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าและตลาด ทำให้ SME เข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน