Tomorrowland เทศกาลดนตรีระดับโลก: ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ และโอกาสของธุรกิจท่องเที่ยวไทย

Tomorrowland เทศกาลดนตรีระดับโลก: ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ และโอกาสของธุรกิจท่องเที่ยวไทย

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

Tomorrowland เทศกาลดนตรีระดับโลก

Tomorrowland ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีความโดดเด่นและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้วยปัจจัยหลายประการที่ทำให้เทศกาลนี้แตกต่างจากงานดนตรีทั่วไป การเติบโตจากเทศกาลเล็ก ๆ ในเมือง Boom ประเทศเบลเยียมในปี 2005 มาสู่ปรากฏการณ์ระดับโลกในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความสำเร็จที่ไม่เหมือนใคร

ธีมและเวทีสุดอลังการ

การออกแบบเวทีและธีมของ Tomorrowland ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของเทศกาลนี้ ธีมงานในแต่ละปีจะเปลี่ยนไปและมีความยิ่งใหญ่ โดยเน้นการออกแบบเวทีที่สวยงามและมีลูกเล่นพิเศษ เช่น มังกรขนาดใหญ่ที่ขยับได้ หรือการตกแต่งเวทีให้เหมือนเทพนิยาย ทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง

การออกแบบเวทีของ Tomorrowland ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม เช่น เวทีหลักในปี 2024 ที่มีธีม "LIFE" ซึ่งใหญ่ขึ้น 30% จากเวทีหลักใด ๆ ในประวัติศาสตร์ของ Tomorrowland โดยมีการตกแต่งด้วยพืชผล และดอกไม้ขนาดใหญ่ที่อาจเปิดปิดได้ระหว่างการแสดง การใช้เทคโนโลยี LED ที่ทันสมัยผสมผสานกับการออกแบบโครงสร้างทางกายภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อระหว่างโลกดิจิทัลและโลกจริง

ดีเจระดับโลกและไลน์อัพสุดอลังการ

Tomorrowland รวบรวมดีเจชื่อดังระดับโลกเกือบ 100 ชีวิต มาร่วมสร้างความบันเทิงให้กับผู้มาร่วมงาน เทศกาลนี้เป็นเวทีของศิลปินดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ เช่น Armin van Buuren, Martin Garrix, David Guetta, Steve Aoki และ Dimitri Vegas & Like Mike ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นดีเจที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ไปข้างหน้า

ความหลากหลายของดนตรีที่นำเสนอครอบคลุมทุกแนวในดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ progressive house, trance, psytrance, melodic house & techno, และ drum 'n' bass ทำให้สามารถตอบสนองรสนิยมของผู้ฟังที่หลากหลาย

ประสบการณ์และบรรยากาศที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

DreamVille เป็นพื้นที่กางเต็นท์สำหรับผู้ร่วมงานที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เต็มรูปแบบ ซึ่งเริ่มต้นจากพื้นที่สำหรับผู้เข้าร่วม 1,500 คน และเติบโตมาเป็นเมืองชั่วคราวที่มีผู้คนมากถึง 35,000 คน DreamVille ไม่ใช่แค่การตั้งแคมป์ธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์ที่สมบูรณ์ซึ่งมีร้านค้า ร้านชา เบเกอรี่ ศูนย์ชุมชน และงานปาร์ตี้ warm up ที่เรียกว่า "The Gathering" ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 20,000 คน

นอกจากนี้ Tomorrowland ยังเน้นความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการรวมตัวของคนทั่วโลก ด้วยการต้อนรับผู้เข้าร่วมจากกว่า 200 ประเทศ สร้างบรรยากาศของการเป็นหนึ่งเดียวกันและความเป็นครอบครัวใหญ่ที่เรียกว่า "People of Tomorrow"

การรับรองจากรางวัลระดับโลก

Tomorrowland ได้รับการยอมรับและรางวัลมากมายจากหน่วยงานที่มีเกียรติระดับโลก งานนี้ได้รับการโหวตให้เป็น "งานดนตรีที่ดีที่สุดแห่งปี" จากเวที International Dance Music Awards ถึง 5 ครั้งติดต่อกัน ระหว่างปี 2012-2016 และยังได้รับรางวัล Best Festival ในปี 2019 และ 2020

DJ Mag ซึ่งเป็นนิตยสารดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลก ได้ยกให้ Tomorrowland เป็นเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุดในโลกถึง 3 ครั้งติดต่อกัน (2019, 2022, และ 2023) โดยได้รับคะแนนโหวตจากผู้อ่านมากกว่า 100,000 คน รางวัลอื่น ๆ ยังรวมถึง Red Bull Elektropedia Awards, UK Festival Awards, และ Festicket Awards

การเติบโตและขยายสู่ต่างประเทศ

ความสำเร็จของ Tomorrowland ทำให้เกิดสปินออฟในหลายประเทศ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในระดับโลก TomorrowWorld ซึ่งจัดขึ้นในสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2013-2015 ณ เมือง Chattahoochee Hills รัฐจอร์เจีย ได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมมากกว่า 140,000 คนในปีแรก

Tomorrowland Brasil ซึ่งจัดขึ้นที่ Parque Maeda ในเมือง Itu รัฐเซาเปาโล มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 180,000 คน และ Tomorrowland Winter ที่จัดขึ้นในรีสอร์ตสกี Alpe d'Huez ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผสมผสานการเล่นสกีกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 22,000 คนจาก 8 เวทีที่ตั้งอยู่บนเนินเขาและในใจกลางรีสอร์ต

การขยายตัวของ Tomorrowland ไปยังทวีปและภูมิอากาศที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพและเอกลักษณ์ของแบรนด์ Tomorrowland ไว้อย่างสมบูรณ์

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ Tomorrowland จึงไม่เพียงแต่เป็นเทศกาลดนตรี แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลกที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเทศกาลดนตรี และเป็นแรงบันดาลใจให้กับการจัดงานระดับโลกอื่น ๆ ทั่วโลก

Tomorrow(Thai)land

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์  🔗  ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า วานนี้ (25 มิ.ย.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นแก่ Mr. Bruno Vanwelsenaers ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Mr. Filip Teelinck ผู้บริหารระดับสูงจาก “Tomorrowland” (ทูมอร์โรว์แลนด์) เทศกาลดนตรีระดับโลกจากประเทศเบลเยียม พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและหารือแนวทางความร่วมมือในการจัดงาน Tomorrowland in Thailand ในอนาคต โอกาสครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) สู่ระดับโลก ผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมดนตรี อีเวนต์ และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติ “สำหรับปีแรกที่จะมีการจัดคอนเสิร์ต Tomorrowland เป็นครั้งแรกในประเทศไทยคือปี 2026” ผู้ว่าการ ททท.กล่าว

โอกาสของธุรกิจไทยกับการจัดงาน Tomorrowland ในประเทศ

โอกาสของธุรกิจไทยกับการจัดงาน Tomorrowland ในประเทศ

การที่ Tomorrowland จะเข้ามาจัดงานในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 2026  ถือเป็นโอกาสทองสำหรับธุรกิจไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น "World Event Destination" และการสร้างรายได้ใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทย

ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากต้นแบบ Tomorrowland

จากข้อมูลของ Tomorrowland เบลเยียม ในปี 2023 เทศกาลนี้สร้างรายได้ 129 ล้านยูโร  และมีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่น่าประทับใจ ได้แก่:

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น

  • การจ้างงานจากผู้จัดงานมากกว่า 1,200 ราย 

  • สร้างการจ้างงานเทียบเท่าเต็มเวลา 557 ตำแหน่ง 

  • กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเกือบ 281 ล้านยูโร 

  • การจ้างงานเพิ่ม 1,900 ตำแหน่งงานเต็มเวลา 

  • สร้างงานชั่วคราวในช่วงงาน 15,000 ตำแหน่ง 

  • รายได้จากภาษีคืนให้รัฐบาล 75.9 ล้านยูโร 

โอกาสสำหรับธุรกิจไทย

1. อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและที่พัก

ตลาดท่องเที่ยวดนตรีทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่า 11.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2032  โดยประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่จะใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้ ข้อมูลจาก Traveloka แสดงให้เห็นว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 จำนวนธุรกรรมการจองตั๋วเครื่องบินเข้าประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า  และการจองโรงแรมในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นกว่า 30%  ระหว่างการจัดคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง

2. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

การจัดงานระดับ Tomorrowland จะต้องการบริการอาหารและเครื่องดื่มในปริมาณมาก สำหรับผู้เข้าชมหลายแสนคน ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการอาหารไทย ร้านอาหาร และผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มในการสร้างรายได้

3. ธุรกิจบริการและโลจิสติกส์

งาน Tomorrowland ต้องการบริการในหลายด้าน ได้แก่ การขนส่ง การรักษาความปลอดภัย ระบบเสียงและแสง การตกแต่ง และการจัดการงาน  ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทไทยในอุตสาหกรรมบริการเหล่านี้

4. อุตสาหกรรมดนตรีและศิลปกรรม

นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เน้นว่าประเทศไทยจะไม่ใช่แค่ "สถานที่จัดงาน" แต่จะเป็น "หัวใจของงาน" โดยต้องการให้มีองค์ประกอบวัฒนธรรมไทยและคนไทยในทุกภาคส่วนของเทศกาล  ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับศิลปินไทยและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ศักยภาพของตลาดไทย

ตลาดดนตรีที่เติบโต

ตลาดดนตรีไทยในปี 2023 มีมูลค่า 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.61 พันล้านบาท)  ทำให้ไทยอยู่ในอันดับที่ 5 ของเอเชีย  และเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในขณะที่ตลาดเหตุการณ์ดนตรีไทยคาดว่าจะมีมูลค่าเกิน 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 

โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม

ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับงานขนาดใหญ่ เช่น SHOW DC Arena ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ สามารถรองรับผู้เข้าชม 60,000 คน  และ Impact Arena ที่เป็นที่จัดคอนเสิร์ตมากกว่า 100 งานในปี 2023 

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

การสร้างงานและรายได้

อุตสาหกรรมโชว์บิซในไทยมีมูลค่าตลาด 7,200 ล้านบาทในปี 2023 เติบโต 84% จากปี 2022  โดยการจัดคอนเสิร์ตมากกว่า 900 งานในปีเดียว สร้างเงินสะพัดกว่า 2 หมื่นล้านบาท 

ผลกระทบแบบ Multiplier Effect

การท่องเที่ยวไทยมีผลกระทบแบบ Multiplier Effect ที่สำคัญ โดยการท่องเที่ยวสนับสนุนเกือบ 20% ของ GDP และ 1 ใน 5 ของงานทั้งหมดในปี 2019  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ

แนวทางการพัฒนาและเตรียมความพร้อม

ยุทธศาสตร์ Soft Power

รัฐบาลไทยมีนโยบาย Soft Power ที่ชัดเจน โดย Creative Economy Agency (CEA) ดำเนินโครงการ Music Exchange เพื่อส่งเสริมศิลปินไทยและสร้าง "Thai Music Wave" ไปสู่เวทีโลก  รวมถึงแผนที่จะส่งศิลปินไทยกว่า 100 คนไปแสดงในเทศกาลต่าง ๆ ทั่วโลกภายในปี 2025 

การพัฒนาระบบนิเวศ

การจัดงาน Tomorrowland จะช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทย  และเป็นโอกาสในการยกระดับศิลปินไทย ผลักดันอุตสาหกรรมดนตรี และสร้างมาตรฐานใหม่ให้การจัดคอนเสิร์ตในประเทศ 

ความท้าทายและข้อพิจารณา

การแข่งขันในตลาด

อุตสาহกรรมอีเวนต์ไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทจีน  และมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับมาตรฐานและความสามารถในการแข่งขัน

การพัฒนาบุคลากร

ธุรกิจ Event Management ไทยยังต้องการการพัฒนาทักษะและมาตรฐานของบุคลากร  รวมถึงการสร้างความพร้อมในด้านเทคนิคและการบริหารจัดการงานระดับนานาชาติ

การจัดงาน Tomorrowland ในประเทศไทยเป็นโอกาสทองที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ตั้งแต่การท่องเที่ยว การบริการ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ไปจนถึงการสร้างงานและรายได้ให้กับคนไทย หากดูจากผลกระทบของ Tomorrowland ในเบลเยียม ที่สร้างรายได้และการจ้างงานอย่างมหาศาล ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะได้รับประโยชน์ในระดับที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากขนาดของตลาดและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ

การเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ การพัฒนาบุคลากร และการใช้โอกาสนี้ในการยกระดับอุตสาหกรรมดนตรีและการจัดงานของไทยให้เป็นมาตรฐานสากล จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น "World Event Destination" ได้อย่างแท้จริง และสร้างผลประโยชน์ระยะยาวให้กับเศรษฐกิจไทยในอนาคต