
กบข.ต้นแบบกองทุนเกษียณไทย: จากผลตอบแทน 5.18% สู่โมเดลปฏิรูปประกันสังคม
10 กุมภาพันธ์ 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
- กบข. สร้างผลตอบแทนปี 2568 ได้เฉลี่ย 5.18% สูงกว่าปีก่อน และเป็นไปตาม/ดีกว่าเป้าหมายในแต่ละแผนการลงทุน
-
เดินหน้ากลยุทธ์ “ชนะเงินเฟ้อ 2–3% ระยะยาว” ผ่านการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และกระจายการลงทุน เช่น ทองคำ หุ้นต่างประเทศ และอสังหาริมทรัพย์
-
แนะนำสมาชิก “ออมเพิ่ม–เลือกแผนลงทุนให้เหมาะวัยและความเสี่ยง” เพื่อเพิ่มโอกาสบรรลุเงินก้อนเพียงพอหลังเกษียณ และย้ำบทบาท กบข. ในการเป็นหลักประกันทางการเงินระยะยาวของข้าราชการ
-
กบข. ถูกมองเป็นต้นแบบด้านธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่น ทำให้แนวคิดปฏิรูปประกันสังคม ให้ใช้ กบข. เป็นต้นแบบทั้งโครงสร้างและสไตล์การลงทุน
-
กบข. vs ประกันสังคม: ต่างกันกันอย่างไร ต่างกันตั้งแต่กฎหมายและเป้าหมายกองทุน
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กำลังก้าวสู่เฟสใหม่ของการดูแลสมาชิก โดยใช้ทั้ง “ผลตอบแทน” และ “ความรู้ทางการเงิน” เป็นสองเครื่องมือหลักในการเสริมความมั่นคงหลังเกษียณ ภายใต้ปีที่เศรษฐกิจโลกผันผวน กบข. ยังสามารถสร้างผลตอบแทนปี 2568 ได้ถึง 5.18%
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ตอกย้ำภารกิจหลักในการสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณให้แก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 กบข. ได้เร่งขับเคลื่อนกิจกรรมและนโยบายสำคัญหลายด้าน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประเดิมด้วยการจัดงานใหญ่ "GPF Fund Fair 2025" ในวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการให้ความรู้และเครื่องมือแก่สมาชิก นอกจากนี้ กบข. ยังประกาศผลตอบแทนการลงทุนรวมในปี 2568 ที่น่าพึงพอใจถึง 5.18% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในแต่ละแผนการลงทุน สะท้อนถึงการบริหารจัดการกองทุนที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นให้สมาชิกตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงิน กบข. ได้เปิดให้สมาชิกดาวน์โหลดใบแจ้งยอดเงิน e-Statement ประจำปี 2568 ได้แล้ว เพื่อให้สามารถตรวจสอบสถานะเงินออมและการเติบโตของเงิน กบข. ได้อย่างโปร่งใสและนำข้อมูลไปใช้วางแผนการออมและการลงทุนได้อย่างเหมาะสม กบข. ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออมและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้สมาชิกใช้เครื่องมือช่วยตัดสินใจเลือกแผนการลงทุน เช่น การประเมินความเสี่ยง และไม่ลังเลที่จะปรึกษาเจ้าหน้าที่จากศูนย์ให้คำปรึกษาทางการเงินเพื่อรับคำแนะนำที่ตรงกับเป้าหมาย นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเงินสะสมและเงินออมเพิ่มที่นำส่งเข้า กบข. เพื่อลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด และในปลายปี 2568 ที่ผ่านมา กบข. ยังได้ริเริ่มเปิดแผนการลงทุนใหม่สำหรับกลุ่มสมาชิกที่เกษียณอายุไปแล้ว แต่ยังมีความประสงค์ที่จะออมเงินต่อ เพื่อขยายโอกาสในการสร้างผลตอบแทนและรักษาอำนาจซื้อของเงินหลังเกษียณ โดยมีเป้าหมายหลักคือการลงทุนให้ชนะเงินเฟ้อ 2-3% ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
การดำเนินงานเชิงรุกของ กบข. ตลอดช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภาวะเงินเฟ้อ เพื่อให้มั่นใจว่าสมาชิกจะมีเงินใช้เพียงพอและมีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณ การที่ กบข. ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงข้อมูล การให้ความรู้ และการสร้างเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางการเงินของสมาชิกนั้น ถือเป็นการสร้างรากฐานความรู้ทางการเงินที่แข็งแกร่ง และยกระดับขีดความสามารถในการวางแผนอนาคตของข้าราชการไทย โดยการขยายโอกาสการออมและการลงทุนสำหรับกลุ่มสมาชิกที่เกษียณแล้วยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ กบข. ในการดูแลสมาชิกตลอดช่วงชีวิต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นหลักประกันที่มั่นคงทางการเงินแก่ข้าราชการทุกคนอย่างยั่งยืน และมีส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ
โจทย์ธรรมาภิบาล: ทำไมประกันสังคมถูกเรียกร้องให้ปรับโมเดลเข้าใกล้กบข.?
ประกันสังคมถูกเรียกร้องให้ปรับโมเดลให้ใกล้กบข. เพราะคนอยากได้ “กองทุนชราภาพที่มืออาชีพ โปร่งใส คล่องตัว และให้ผลตอบแทนระยะยาวดีกว่า” มากกว่าระบบราชการแบบปัจจุบัน.
เหตุผลเชิงโครงสร้างและธรรมาภิบาล
สำนักงานประกันสังคมยังเป็น “ส่วนราชการ” สังกัดกระทรวงแรงงาน เทียบเท่ากรม การตัดสินใจลงทุนและบริหารกองทุนติดระเบียบและขั้นตอนราชการ ทำให้ขาดความคล่องตัวและปรับตัวช้า
มีข้อวิจารณ์เรื่องความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูลพอร์ตลงทุน และความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงด้วยนโยบายการเมืองหรือประชานิยม เพราะเงินกองทุนใหญ่มากระดับเกือบ 3 ล้านล้านบาท
นักวิชาการและภาคการเมืองจึงเสนอให้เปลี่ยนสถานะ สปส. ไปเป็น “หน่วยงานในกำกับรัฐ / องค์กรอิสระ” แยกจากระบบราชการ คล้ายโครงสร้างกบข. หรือองค์การมหาชน เพื่อลดอิทธิพลการเมือง และสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มขึ้น
เหตุผลด้านการลงทุนและผลตอบแทน
ประกันสังคมถือสินทรัพย์ปลอดภัยสูง (เช่น พันธบัตรรัฐบาล) สัดส่วนเกิน 70% ส่งผลให้ผลตอบแทนระยะยาวค่อนข้างต่ำ เช่น ปี 2567 ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 2.7% ต่อปี ทั้งที่ขนาดกองทุนใหญ่ระดับ 2.6–2.9 ล้านล้านบาท
กบข. มีสถานะเป็นกองทุนในกำกับรัฐที่เป็นอิสระกว่า บริหารแบบกองทุนลงทุนเต็มรูป ใช้ทีมมืออาชีพ กระจายลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและต่างประเทศได้ยืดหยุ่นกว่า ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงกว่าประกันสังคมในช่วงหลัง
ข้อเสนอปฏิรูปจำนวนมากจึงระบุชัดว่า “แยกกองทุนชราภาพออกมา และให้มืออาชีพบริหารแบบกบข.” เพื่อเพิ่มผลตอบแทนและรักษาเสถียรภาพกองทุนสูงวัยในระยะยาว
เหตุผลด้านความยั่งยืนและความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน
มีงานวิเคราะห์เตือนว่าหากยังใช้โมเดลเดิม กองทุนประกันสังคมอาจเผชิญความเสี่ยงเงินกองทุน “ตึงตัว/ไม่พอจ่าย” ภายในราว 20–25 ปีข้างหน้า เพราะโครงสร้างสิทธิประโยชน์และประชากรสูงวัย
การปรับโครงสร้างให้คล้ายกบข. ถูกมองว่าเป็น “ทางรอด” เพื่อยืดอายุความมั่นคงของกองทุน ผ่านทั้งการบริหารมืออาชีพ การบริหารความเสี่ยงเชิงลงทุน และการออกแบบผลิตภัณฑ์บำนาญให้ชัดว่าเป็นเงินออมระยะยาวจริง
ภาพลักษณ์กบข. ในสายตานักลงทุนและสังคมคือ “กองทุนที่มีมืออาชีพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และไม่ค่อยมีข่าวฉาว” ทำให้ปีกที่ต้องการปฏิรูปใช้กบข. เป็น “ต้นแบบความเชื่อมั่น” ในการสื่อสารกับผู้ประกันตน.
ข้อเสนอเชิงนโยบายจากนักวิชาการ เช่น แยกบทบาทด้านสิทธิรักษาพยาบาลไปใช้โมเดลคล้าย สปสช. และให้กองทุนชราภาพใช้โมเดลกบข. เพื่อให้ “เงินชราภาพ” ถูกมองและบริหารในฐานะเงินออมเพื่อการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่กองทุนสวัสดิการรวม
กบข. vs ประกันสังคม: ต่างกันตั้งแต่กฎหมายและเป้าหมายกองทุน
กฎหมายและวัตถุประสงค์
-
กบข. เป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญสำหรับข้าราชการตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 มีฐานะนิติบุคคล แยกจากงบประมาณแผ่นดิน ชัดเจนว่ามีหน้าที่ลงทุนเพื่อเพิ่มพูนผลประโยชน์ให้สมาชิก
-
ประกันสังคมเป็นกองทุนภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม ดูแลหลายกรณีทั้งเจ็บป่วย ว่างงาน ทุพพลภาพ และ “ชราภาพ” ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในหลายสิทธิประโยชน์ ทำให้เป้าหมายการลงทุนเน้นความมั่นคงและสภาพคล่องสูง
โครงสร้างเงินสมทบและสิทธิประโยชน์
-
สมาชิกกบข. ส่งเงินสะสมจากเงินเดือน (อย่างน้อยราว 3% ขึ้นไปตามกฎหมายและสิทธิเลือกเพิ่ม) รัฐสมทบเพิ่ม พร้อมเงินประเดิม/ชดเชย ทำให้ฐานเงินออมเฉลี่ยสูง และได้ “เงินก้อน” บวกผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อเกษียณ
-
ประกันสังคม แรงงานส่งเงินสมทบกับนายจ้างและรัฐเข้ากองทุนเดียว โดยกรณีชราภาพจะจ่ายแบบบำนาญรายเดือนหากส่งครบ 180 เดือนขึ้นไป หรือบำเหน็จเป็นเงินก้อนหากส่งไม่ถึงเกณฑ์
รูปแบบการลงทุนและผลตอบแทน
-
กบข. มีคณะกรรมการและมืออาชีพบริหารพอร์ตแบบกองทุนลงทุนเต็มรูปแบบ กระจายลงทุนทั้งตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวสูงกว่าประกันสังคม เช่น ปีล่าสุดส่วนสมาชิกได้ราว 4.1% ต่อปี
-
กองทุนประกันสังคมมีขนาดใหญ่มากและมีข้อจำกัดเชิงนโยบาย เน้นตราสารหนี้และสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ ส่งผลให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำกว่า (เช่น ราว 2.7% ต่อปีในปีเดียวกัน) แม้เม็ดเงินลงทุนรวมสูงกว่ากบข. หลายเท่า
ประสบการณ์สมาชิกและความคุ้มค่า
-
ตัวอย่างสมาชิกกบข. ที่เกษียณปี 2569 ได้รับเงินก้อนเฉลี่ยราว 1.49 ล้านบาท บางรายสูงถึง 7.59 ล้านบาท จากเงินสะสม + เงินสมทบรัฐ + ผลตอบแทนการลงทุน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์เพื่อเป้าหมายเกษียณโดยตรง
-
ฝั่งประกันสังคม ผู้ประกันตนที่ส่งสมทบต่อเนื่อง 15 ปี อาจได้บำนาญราว 5,000 บาทต่อเดือน แม้อัตราเงินสมทบรวมต่อเดือนจากลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐค่อนข้างสูง ทำให้เกิดคำถามด้าน “ความคุ้มค่า” เมื่อเทียบกับกบข.
มุมมองเชิงนโยบายและธรรมาภิบาล
-
จุดแข็งของกบข. คือความเป็นอิสระจากระบบราชการปกติ มีกรอบการลงทุนยืดหยุ่นกว่า ทำให้ไล่ตามโอกาสในตลาดทุนโลกได้คล่องตัวกว่า ส่งผลสู่ผลตอบแทนที่ดีกว่าและสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการออมเพิ่ม
-
กองทุนประกันสังคมถูกวิจารณ์เรื่องความโปร่งใส โครงสร้างการกำกับดูแล และข้อจำกัดด้านการลงทุน จึงมีข้อเสนอให้แยกออกจากระบบราชการหรือปรับปรุงให้มีธรรมาภิบาลและเป้าหมายผลตอบแทนเพื่อผู้ประกันตนชัดเจนขึ้น คล้ายโมเดลกบข.
