ดัชนีราคาส่งออก–นำเข้าไทย ม.ค. 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง รับดีมานด์สินค้าเทคโนโลยีเพิ่ม

ดัชนีราคาส่งออก–นำเข้าไทย ม.ค. 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง รับดีมานด์สินค้าเทคโนโลยีเพิ่ม

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • ดัชนีราคาส่งออก ม.ค. 2569 เพิ่ม 1.8% (YoY) จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

  • ดัชนีราคานำเข้าเพิ่ม 4.2% (YoY) ตามการนำเข้าวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าทุนเพื่อรองรับการผลิต

  • แนวโน้มยังขยายตัวต่อเนื่องแต่ชะลอลง ท่ามกลางความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และเงินบาทแข็งค่า

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนมกราคม 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง ตามดีมานด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอาหารแปรรูป ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และเงินบาทแข็งค่ายังเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง

ดัชนีราคาส่งออก เดือนมกราคม 2569

ดัชนีราคาส่งออกเท่ากับ 112.9 ขยายตัวร้อยละ 1.8 (YoY) จากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ทยอยฟื้นตัว โดยหมวดสินค้าที่ปรับสูงขึ้น ได้แก่

  • หมวดสินค้าอุตสาหกรรม (สูงขึ้น 2.8%): ทองคำ (ราคาทรงตัวสูง), เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (รองรับเทคโนโลยี AI), เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศจากสภาพอากาศร้อนทั่วโลก
  • หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร (สูงขึ้น 0.5%): อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป, อาหารสัตว์เลี้ยง (Premium market), เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำอัดลม, น้ำผลไม้)
  • หมวดสินค้าเกษตรกรรม (สูงขึ้น 0.2%): กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 12 เดือน จาก ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และ ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป
  • หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง (ลดลง 13.7%): หดตัวต่อเนื่องตามทิศทางราคาน้ำมันโลก ทั้ง น้ำมันสำเร็จรูป และ น้ำมันดิบ

ดัชนีราคานำเข้า เดือนมกราคม 2569

ดัชนีราคานำเข้า เดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 119.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 (YoY) ตามความต้องการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ เพื่อรองรับการผลิตและส่งออกต่อเนื่อง รวมถึงการบริโภคและการท่องเที่ยวภายในประเทศทยอยฟื้นตัว กระตุ้นความต้องการนำเข้าสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้าประกอบด้วย

  • หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.6 ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการชิ้นส่วน อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากตลาดหลัก และสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการนำเข้าโลหะและผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป เพื่อรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม
  • หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.7 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเครื่องประดับอัญมณี ตามความต้องการนำเข้าสินค้าเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ
  • หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.3 ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตามความต้องการด้านดิจิทัล และอุปกรณ์รองรับ AI และ Data Center สำหรับเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุน โดยเฉพาะภาคการผลิตและบริการ
  • หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 2.1 โดยเฉพาะส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า
  • หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 12.7 จากราคาน้ำมันดิบเป็นสำคัญ เนื่องจากได้รับแรงกดดันด้านอุปทานที่เพิ่มขึ้น

แนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและนำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569

คาดว่าจะ ขยายตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:

  1. ความต้องการบริโภค อาหาร และ สินค้าเกษตรแปรรูป ยังขยายตัวต่อเนื่อง
  2. สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล และ พลังงานสะอาด ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก
  3. ต้นทุนการผลิต มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่:

  1. ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และประเทศคู่ค้าหลัก
  2. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค
  3. ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ
  4. ราคาสินค้าเกษตรสำคัญบางกลุ่มยังเผชิญกับปัญหาอุปทานส่วนเกิน และการแข่งขันทางด้านราคา
  5. ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ
  6. การแข็งค่าของเงินบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

25 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ