เปิดมุมมอง 'ดร.เอ้' ไทยเป็นหัวหน้าเต่าอาเซียนแล้ว! การศึกษาเท่านั้นคือยาแก้จน

เปิดมุมมอง 'ดร.เอ้' ไทยเป็นหัวหน้าเต่าอาเซียนแล้ว! การศึกษาเท่านั้นคือยาแก้จน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ในการแถลงวิสัยทัศน์และเปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568  'ดร.เอ้' ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ได้เริ่มต้นด้วยการสะท้อนถึงสภาพความสิ้นหวังที่คนไทยกำลังเผชิญ

ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องอนาคตของลูกหลาน การหาเงินใช้หนี้ หรือความมั่นคงในชีวิต ดร. เอ้ ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเองก็อยู่ในสภาวะสิ้นหวังไม่ต่างกัน ขาดทิศทาง ไม่รู้ว่าจะสู้กับชาติอื่นได้อย่างไร และไม่รู้ว่าจะนำอะไรไปแข่งขัน

ครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยถูกคาดหวังว่าจะผงาดเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย เช่นเดียวกับเกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน หรือสิงคโปร์

"แต่แล้ววันนี้ เรากลับกลายเป็นหัวหน้าเต่าของอาเซียนไปแล้ว"

ดร. เอ้ ได้วินิจฉัยอย่างหนักแน่นว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยล้าหลังนั้นคือ การศึกษาที่ก้าวไม่ทันโลกทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจล้มเหลว และถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

ทำไมต้องเน้นนโยบายด้านการศึกษา?

ดร. สุชัชวีร์เชื่อว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในขั้นวิกฤตทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความสามารถในการแข่งขัน และนโยบายของรัฐที่ผ่านมามักเน้นการ "ให้ยากระตุ้น" ซึ่งได้ผลเพียงระยะสั้น แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

พรรคไทยก้าวใหม่จึงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอ "ยาที่รักษาที่ดีที่สุด" ที่จะช่วยฟื้นฟูประเทศให้กลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน แก้ไขความยากจน และปัญหาปากท้อง

การศึกษาคือทางรอดและจุดเปลี่ยน: ดร. เอ้ เน้นย้ำว่า ทุกชาติที่พัฒนาแล้วเปลี่ยนสถานะจากความยากจนไปสู่ความมั่งคั่งได้ ก็มาจากการ "สร้างคน" เท่านั้น

บทเรียนจากนานาชาติ: ประเทศจีนยกระดับคนกว่า 1,400 ล้านคนด้วยการศึกษา จนมีเศรษฐกิจใหม่และความมั่นคง สิงคโปร์ซึ่งเป็นชาติที่ไม่มีทรัพยากรใด ๆ เลย ก็ใช้การศึกษาสร้างประเทศ จนประชากรมีรายได้สูงที่สุดในอาเซียน

การศึกษาคืออาวุธ: "การศึกษาคือปากท้อง คือเศรษฐกิจ คืออนาคต การศึกษาคือยาแก้จน การศึกษาคืออาวุธที่มีอานุภาพสูงที่สุด"

ธงนำในการพัฒนาประเทศ: พรรคไทยก้าวใหม่จึงตั้งใจเป็นพรรคการเมืองที่ประกาศชูการศึกษาเป็นธงนำในการพัฒนาประเทศ เพื่อพาคนไทยก้าวพ้นจากความยากจน และต้องการเห็นประเทศไทยเป็นชาติที่อยู่ได้ด้วย "มันสมอง" มากกว่าการใช้แรงงาน และเป็นชาติที่ส่งออกนวัตกรรม

พรรคไทยก้าวใหม่มองเห็นว่า เด็กไทยทุกคนคือลูกของเรา และจะลงทุนกับการศึกษาของเด็กไทย เพราะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่ออัตราการเกิดของเด็กไทยลดลงอย่างมาก (เกิดไม่ถึง 500,000 คน เทียบกับสมัย ดร. เอ้ ที่เกิด 1,200,000 คน)

นโยบายด้านการศึกษาภายใต้ "ธนู 4 ดอก"

นโยบายด้านการศึกษาถูกจัดอยู่ในหมวด "ธนู ดอกที่ 1: สร้างคนใหม่ พลิกโฉมการศึกษาไทย" ซึ่งมีรายละเอียดที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพ:

1. การศึกษาฟรีถึงระดับปริญญา: พรรคไทยก้าวใหม่จะทำให้ การศึกษาฟรีจริง ๆ ถึงระดับปริญญา เพื่อให้เด็กจบมาไม่เป็นหนี้ และเด็กไทยทุกคนมีโอกาสตั้งตัวได้

2. เงินอุดหนุนถึงมือพ่อแม่โดยตรง: จะมีการส่งเงินอุดหนุนตรงถึงมือพ่อแม่

3. ปลดล็อกโรงเรียนและครู:

    ◦ ปลดล็อกโรงเรียน ให้มีอิสระในการจัดการ

    ◦ ปลดล็อกครู จากภาระงานที่ไม่จำเป็น เช่น งานธุรการ การประเมิน การประกวด และการทำรายงาน

    ◦ ในทางกลับกัน จะเน้นการเพิ่มทักษะ เพิ่มรายได้ และเพิ่มคุณภาพครู

4. ภาษาแห่งโลกอนาคต: พรรคจะผลักดันอย่างจริงจังให้:

    ◦ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ของเด็กไทยให้ได้

    ◦ เด็กไทยทุกคนจะต้องได้เรียน AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ Coding (การเขียนโปรแกรม) ให้เป็น ภาษาที่ 3

    ◦ เป้าหมายคือการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ให้เด็กไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก

5. ขจัดปัญหาสังคม: มุ่งมั่นและจริงจังที่จะ ขจัดปัญหา ยาเสพติด ในโรงเรียนและชุมชน

ดร. เอ้ เชื่อมั่นว่า การลงทุนในรากฐานอย่างการศึกษาและการสร้างคนนี้ จะนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจก้าวใหม่ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยได้อย่างยั่งยืน

“การศึกษาของเราล้าหลัง ก้าวไม่ทันโลกทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทำให้เศรษฐกิจล้มเหลว..ยารักษาที่ดีที่สุดที่ทำให้ประเทศไทยฟื้นกลับมาแข็งแรง แก้จน แก้ปัญหาปากท้องได้ คือการศึกษาเท่านั้น การศึกษาคืออาวุธที่มีอานุภาพสูงที่สุด