อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ประวัติและข้อมูลส่วนตัว

  • ชื่อ: อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
  • เกิด: 3 สิงหาคม พ.ศ. 2507
  • ครอบครัว / ญาติ: เป็นบุตรศาสตราจารย์ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับศาสตราจารย์ แพทย์หญิง สดใส เวชชาชีวะ

การศึกษา

  • เรียนระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลยุคลธร

  • ระดับประถมที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

  • จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นได้ย้ายกลับประเทศอังกฤษเพื่อเข้าเรียนที่โรงเรียนสเกทคลิฟ

  • และเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมอีตัน ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำเอกชน

  • ระดับเตรียมอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของลอนดอน 

  • เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาปรัชญา การเมือง และ เศรษฐศาสตร์ (philosophy, politics and economics, PPE) ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

  • สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร 3 ปี โดยได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง นับเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในสาขาวิชานี้ ต่อจากพระยาศรีวิสารวาจา (หุ่น ฮุนตระกูล)

  • ระดับปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

  • ศึกษาเพิ่มเติมจนสำเร็จปริญญาตรีนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

  • ต้นปี พ.ศ. 2549 รับปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง 

  • ต้นปี พ.ศ. 2554 ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีกิตติมศักดิ์ สาขาภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

บทบาททางการเมือง

  • ในช่วงต้นของเส้นทาง เขาได้เป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงให้ พิชัย รัตตกุล ในเขตคลองเตย เมื่อยังเป็นนักศึกษา กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมีส่วนร่วมทางการเมือง

  • จากนั้น เขาเข้าร่วมงานด้านวิชาการและสนับสนุนแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจให้กับ ชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรค พรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น

  • ในการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2535 (เมื่ออายุราว 27 ปี) เขาได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 6 (สาธร ยานนาวา บางคอแหลม) ในนามพรรคประชาธิปัตย์

  • เขาได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขานุการ/เลขานุการของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงตำแหน่งรัฐบาลในสมัยต่าง ๆ (รวมถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค

  • วันที่ 5 มีนาคม 2548 เขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 7 แทน บัญญัติ บรรทัดฐาน หลังพรรคได้รับผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่น่าพอใจ

  • เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบ และสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลง เขาได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551

  • ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ถึง 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

  • ในช่วงดำรงตำแหน่ง เขาเผชิญกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกและการเมืองภายในประเทศ รวมถึงการประท้วงใหญ่หลายครั้ง และมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (ข้อมูลจากหน้าวิกิพีเดียสากล) 

  • หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขากลับมารับบทบาทผู้นำฝ่ายค้านในสภา (Leader of Opposition) หลายครั้ง

  • ในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 เขาได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังผลการเลือกตั้งที่พรรคได้ ส.ส. ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้

  • เส้นทางของเขาแม้จะมีช่วงที่ “สวย” แต่ก็มีเสียงวิพากษ์ถึงการใช้มาตรการทางรัฐในช่วงการประท้วงแดง/เหลือง รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจที่ถูกวิจารณ์ว่า “แจก” และ “กระตุ้น” มากเกิน. (ดู Human Rights Watch / Freedom House ในหน้าวิกิพีเดียสากล)

  • นอกจากนี้ มีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับเสรีภาพสื่อ และการใช้มาตรการทางรัฐในช่วงภาวะวิกฤติการเมือง