ผลการดำเนินงานโครงการ 'ไทยช่วยไทย' ของกระทรวงพาณิชย์ สองครั้งแรกทะลุ 60 ล้านบาท หนุน SMEs

ผลการดำเนินงานโครงการ 'ไทยช่วยไทย' ของกระทรวงพาณิชย์ สองครั้งแรกทะลุ 60 ล้านบาท หนุน SMEs

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • โครงการ “ไทยช่วยไทย” 2 ครั้งแรกทำยอดขายรวม 60.85 ล้านบาท มีประชาชนร่วมซื้อสินค้ามากกว่า 5 แสนคนทั่วประเทศ

  • โครงการช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน และเป็นช่องทางสำคัญในการเพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ผู้ประกอบการ SMEs และสินค้า OTOP

  • มีจุดจำหน่าย 878 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนขยายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางตลาดและโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับ SMEs ไทย

กระทรวงพาณิชย์เผยผลสำเร็จโครงการ "ไทยช่วยไทย" สองครั้งแรก (1 และ 8 พ.ค. 2569) ทำยอดจำหน่ายพุ่งกว่า 60.85 ล้านบาท มีประชาชนร่วมจับจ่ายกว่า 5 แสนคน ทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญในการ เพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ให้แก่ ผู้ประกอบการ SMEs และสินค้า OTOP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้แข็งแกร่ง

กระทรวงพาณิชย์ โดยการนำของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศความสำเร็จอย่างงดงามของโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งจัดขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศในสองครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 และ 8 พฤษภาคม 2569 โดยมียอดจำหน่ายสินค้ารวมสูงถึง 60.85 ล้านบาท โครงการนี้ถูกริเริ่มขึ้นภายใต้แนวคิดหลักในการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และยังเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดเผยถึงตัวเลขที่น่าประทับใจนี้ว่า มีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าในโครงการดังกล่าวมากกว่า 5 แสนคน ตลอดสองครั้งแรกที่จัดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่แสวงหาสินค้าจำเป็นคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ สินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษและมียอดขายสูง ได้แก่ น้ำมันพืช, ไข่ไก่, ไข่เป็ด, ผลิตภัณฑ์ซักผ้า, น้ำยาปรับผ้านุ่ม, ข้าวสาร และ น้ำตาล นอกจากนี้ สินค้า OTOP ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น ก็ได้รับความสนใจและมียอดจำหน่ายที่ดีไม่แพ้กัน.

สำหรับ ผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตสินค้า OTOP โครงการ "ไทยช่วยไทย" ถือเป็นโอกาสทองในการขยาย ช่องทางการจำหน่ายสินค้า และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในระดับท้องถิ่นได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น การได้เข้าร่วมโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนเช่นนี้ ช่วยลดภาระด้านการตลาดและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย" ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ ผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถยืนหยัดและเติบโตได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ความสำเร็จของโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเศรษฐกิจฐานรากและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการช่วยขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ไปได้ โครงการได้มีการเปิดจุดจำหน่ายครอบคลุม 878 แห่ง ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ และมีแผนการขยายไปสู่ แพลตฟอร์มออนไลน์ ในอนาคต เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการสำหรับประชาชน รวมถึงเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs ไทย ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น นับเป็นนิมิตหมายที่ดีในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตรุษจีนจุดสตาร์ตฟื้นราคาหมู 2569: ถอด 3 กลยุทธ์ Big Strategy แก้หมูล้นตลาด–บุกส่งออกมาเลเซีย

ตรุษจีนจุดสตาร์ตฟื้นราคาหมู 2569: ถอด 3 กลยุทธ์ Big Strategy แก้หมูล้นตลาด–บุกส่งออกมาเลเซีย

16 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ราคาหมูไทยส่งสัญญาณฟื้น หลังสมาคมผู้เลี้ยงสุกร จับมือกรมปศุสัตว์และกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้า “Big Strategy” 3 มาตรการ ทั้ง Project หมูหัน ดูดซับหมูล้นตลาด บุกส่งออกมาเลเซีย และโครงการหมูธงฟ้า พยุงราคา–ช่วยผู้บริโภค คาดตรุษจีนเป็นจุดเปลี่ยนปี 2569

แร่แรร์เอิร์ธ" ขุมทรัพย์อนาคต: ทำไมไทยต้องเร่งพัฒนา และการลงนาม MOU กับสหรัฐฯ มีนัยยะอย่างไรต่อ SME ไทย?

แร่แรร์เอิร์ธ" ขุมทรัพย์อนาคต: ทำไมไทยต้องเร่งพัฒนา และการลงนาม MOU กับสหรัฐฯ มีนัยยะอย่างไรต่อ SME ไทย?

27 ตุลาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ในยุคที่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาดกำลังขับเคลื่อนโลกอย่างรวดเร็ว แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements - REEs) หรือแร่หายาก ได้กลายเป็น "ขุมทรัพย์อนาคต" ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไฮเทค ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทยในการศึกษาและพัฒนาศักยภาพแร่ชนิดนี้