กระทรวงการคลังและธ.ก.ส. หนุนเกษตรไทยสู่ธุรกิจมูลค่าสูง

กระทรวงการคลังและธ.ก.ส. หนุนเกษตรไทยสู่ธุรกิจมูลค่าสูง

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กระทรวงการคลังและ ธ.ก.ส. ผนึกกำลังขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปภาคเกษตรไทยสู่ธุรกิจมูลค่าสูง ชูแนวคิด "Food Geopolitics" และการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าด้วยดิจิทัลและเศรษฐกิจ BCG จัดงาน APRACA Regional Policy Forum โดย ธ.ก.ส. เป็นเจ้าภาพ เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดพรีเมียม สร้างแบรนด์ และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของภาครัฐในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรในเวทีโลก

 

คลัง-ธ.ก.ส. ดันเกษตรไทยสู่ธุรกิจมูลค่าสูง

กระทรวงการคลังและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ประกาศความมุ่งมั่นร่วมกันในการปฏิรูปภาคเกษตรไทยให้กลายเป็นธุรกิจมูลค่าสูง โดยชูแนวคิด "Food Geopolitics" เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นใน การสัมมนานานาชาติ Regional Policy Forum (RPF) ซึ่ง ธ.ก.ส. เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนและเป็นแกนกลางสำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคเกษตรกรรมไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ.

กลยุทธ์สำคัญสู่การเปลี่ยนแปลง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ตามข้อมูลคาดการณ์ในอนาคต) ได้เปิดการประชุม APRACA Regional Policy Forum โดยเน้นย้ำถึงกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งประกอบด้วยการพัฒนา ห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ และการนำแนวคิด เศรษฐกิจชีวภาพ–หมุนเวียน–สีเขียว (BCG Economy) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งเน้นการสร้าง แบรนด์สินค้าเกษตรไทย ให้เป็นที่จดจำและยอมรับในตลาดสากล พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้าผ่านเครื่องมือสำคัญต่างๆ เช่น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ การผลักดันด้านดิจิทัลในห่วงโซ่อุปทานจะช่วยยกระดับสินค้าไทยสู่ระดับพรีเมียม สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย.

 

โอกาสและทิศทางในอนาคต

การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและ ธ.ก.ส. สะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมภาคเกษตรไทยจากฐานรากสู่การแข่งขันระดับโลกอย่างแท้จริง การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล และ BCG Economy จะไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน แต่ยังสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก การสร้างแบรนด์และคุณภาพผ่านเครื่องมือเช่น GI จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนความยั่งยืน เพิ่มโอกาสทางการค้าข้ามพรมแดน และนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงของประเทศในระยะยาว.