ไทยเหยียบเรือสองแคม BRICS-OECD สร้างโอกาสร่วมจัดระเบียบโลกใหม่

ไทยเหยียบเรือสองแคม BRICS-OECD สร้างโอกาสร่วมจัดระเบียบโลกใหม่

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 เป็นการรวมตัวของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ โดยในช่วงเริ่มแรกภายใต้ชื่อ BRIC มีสมาชิก 4 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน หลังจากนั้นแอฟริกาใต้เข้าเป็นสมาชิกชาติที่ 5 จึงได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น BRICS

ปัจจุบันกลุ่ม BRICS มีสมาชิก 10 ประเทศ โดยมีสมาชิกเพิ่มเติมหลังจากนั้น คือ เอธิโอเปีย อียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย อิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2567 เรียกได้ว่าสร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการทางการเมืองระหว่างประเทศที่มีสมาชิกเพิ่มถึง 5 ประเทศ รวมสมาชิกทั้งหมดจะทำให้ประชากรรวมกัน 39% ของประชากรโลก และมี GDP รวมกัน 28.4% ของโลก

กลุ่ม BRICS มีท่าทีคานอำนาจกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยสนใจในประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างการจัดการเศรษฐกิจเพื่อให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาแล้วมีบทบาทมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้เงินสกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และสร้างกลไกระหว่างประเทศทางเลือกทั้งด้านการเงิน การให้ความช่วยเหลือ และการระดมทุนเพื่อการพัฒนา

กระทรวงการต่างประเทศได้สรุปขั้นตอนการเสนอตัวเข้าเป็นสมาชิก BRICS ให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2567 โดยเริ่มจากการยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงค์ต่อประธานกลุ่ม BRICS จากนั้นจะแจ้งให้ประเทศสมาชิกรับทราบ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะถูกเก็บเป็น "ความลับ"

หลังจากนั้น เข้าสู่ขั้นตอน "BRICS Sherpa" พิจารณาคำขอเป็นสมาชิก และหากผ่านขั้นตอนนี้จะให้เป็น "ว่าที่ประเทศสมาชิก" เพื่อให้รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม BRICS พิจารณาเพื่อส่งต่อให้ผู้นำ BRICS พิจารณาเห็นชอบโดยฉันทามติ

การเสนอเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ของประเทศไทยจะต้องระบุวิสัยทัศน์ของประเทศ ซึ่งได้ระบุถึงความสำคัญของระบบพหุภาคี และการเพิ่มบทบาทของประเทศกำลังพัฒนาในเวทีระหว่างประเทศ

 กระทรวงการต่างประเทศรายงานต่อ ครม.ว่าการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS จะช่วยยกระดับประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยเพิ่มความร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพก้าวขึ้นมามีบทบาททางเศรษฐกิจและการเมือง โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน การเงิน ความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเพิ่มบทบาทการกำหนดทิศทางระหว่างประเทศ และส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง

นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยได้ร่วมสร้างระเบียบโลกใหม่ที่กลุ่มประเทศตลาดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ให้มีบทบาทสำคัญด้วยความร่วมมือกลุ่ม BRICS แบ่งเป็น 3 เสา ประกอบด้วย

         1. เสาด้านการเมืองและความมั่นคง

         2. เสาด้านเศรษฐกิจและการเงิน

         3. เสาด้านมนุษยธรรมและวัฒนธรรม

         นอกจากการประชุมระดับผู้นำกลุ่ม BRICS แล้วแต่ละเสามีการประชุมทุกระดับ เช่น คณะทำงาน เจ้าหน้าที่อาวุโส ระดับรัฐมนตรี รวมปีละ 200 การประชุม และเกี่ยวกับหน่วยราชการต่าง ๆ ในลักษณะคล้ายกรอบอาเซียน ดังนั้น หากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยมีความพร้อม การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS จะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมในการหารือกับประเทศสมาชิกเพื่อขยายความร่วมมือด้านต่าง ๆ เช่น ความมั่นคง การต่อต้านการก่อการร้าย ยุติธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สาธารณสุข การคลัง การค้าและเศรษฐกิจ การจัดการภาษี การคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประเด็นสำคัญที่กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญ เป็นสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ยังคงมีความขัดแย้งระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซีย และการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศตะวันตกกับจีนที่เข้มข้นขึ้น อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันตกและพันธมิตรมีแนวโน้มต่อต้านนโยบายของรัสเซียและจีน ที่เป็นประเทศริเริ่มของกลุ่ม BRICS

การที่ประเทศไทยเสนอเข้าเป็นสมาชิก BRICS กระทรวงการต่างประเทศต้องพิจารณาบนหลักการการทูตอย่างสมดุลและยืดหยุ่น ในภาวะที่การแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์เข้มข้นขึ้น และต้องเป็นประโยชน์ในการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการเมืองกับกลุ่ม BRIC และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD

 ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยควรเข้าร่วมเป็นสมาชิก BRICS เพราะโลกกำลังจัดระเบียบใหม่ที่มีแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งระเบียบโลกเดิมถูกกำหนดด้วยสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (EU) แต่ระเบียบโลกใหม่จะถูกกำหนดด้วยผู้เล่นใหม่ คือ BRICS ที่ประกอบไปด้วย

         1. ห่วงโซ่การผลิตของโลกและเทคโนโลยี ที่แรงกดดันของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างแรงกดดันให้แยกห่วงโซ่การผลิตออกจากกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจเดิม ซึ่งมีตัวอย่างที่กำลังเกิดขึ้น คือ เซมิคอนดักเตอร์

         2. ระบบการชำระเงินที่ความสำคัญของดอลลาร์สหรัฐจะลดลง ซึ่งประเทศไทยควรพิจารณาเงินทุนสำรองที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากดอลลาร์สหรัฐ เพราะระบบเศรษฐกิจไทยพึ่งดอลลาร์สหรัฐมากเกินไป

         3. กฎระเบียบที่สร้างแรงกีดกันทางการค้า ซึ่งที่ผ่านมาเกิดความชัดเจนของสงครามการค้ามาตั้งแต่ช่วงที่นายโดนัล ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก โดยมีกฎระเบียบการค้าที่เป็นอุปสรรคต่อสินค้าจีนออกมาต่อเนื่อง และส่งผลทางอ้อมถึงประเทศไทย

         4. การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยที่ผ่านมาประเทศไทยพึ่งการลงทุนจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป แต่ในปัจจุบันมีความชัดเจนที่ FDI มีความหลากหลายมากขึ้น และในบางช่วงที่คำขอรับส่งเสริมการลงทุนจากประเทศจีนสูงขึ้นมาเป็นอันดับ 1

         นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่ต้องกังวลถึงการยื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิก BRICS แล้วจะกระทบกับการยื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่ง OECD Council ที่ประกอบด้วย 38 ประเทศสมาชิก มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567

         ขณะที่ OECD มีผู้นำเป็นสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ส่วน BRICS มีผู้นำกลุ่มเป็นประเทศตลาดใหม่ ดังนั้นการที่ประเทศไทยเสนอ BRICS จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพราะทุกกลุ่มความร่วมมือทั่วโลกต้องการสมาชิกเพิ่มเพื่อสร้างแรงต่อรอง

         สำหรับ OECD เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลวิจัย และคำปรึกษา แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมความมั่นคง ความเท่าเทียม ความเป็นอยู่ที่ดี และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิก 38 ประเทศ ครอบคลุมยุโรป อเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกาและเอเชียแปซิฟิก

ส่วนประเทศไทยจะเป็นถือเป็นการเยียบเรือ 2 แคม หรือไม่ ขอให้ดูตัวอย่างอินเดียที่เป็นประเทศบริหารความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ดี โดยอินเดียเป็นสมาชิกก่อตั้งของ BRICS ที่มีจีนร่วมอยู่ด้วย ซึ่งทั้ง 2 ประเทศ ยังคงมีประเด็นระหว่างประเทศต่อกัน

         ทั้งอินเดียและจีน ยอมรับเงื่อนไขของความร่วมมือพหุภาคีในการขับเคลื่อน BRICS ในขณะที่ทั้ง 2 ประเทศเป็นสมาชิก RCEP หรือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) ซึ่งถือเป็นข้อตกลงการค้าการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในรายละเอียดอินเดียและจีน ไม่ได้ลงนามยอมรับ RCEP ระหว่างกัน

         "ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่ประเทศไทยควรเดินหน้าต่อเพื่อกระบวนการเป็นสมาชิก BRICS เพื่อสร้างตลาดใหม่ให้กับประเทศไทย" ดร.อัทธ์ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลมใต้ปีก “สารัชถ์ รัตนาวะดี”  13 ขุนพลผลักดัน มหาเศรษฐีพลังงาน สู่จุดสูงสุด

ลมใต้ปีก “สารัชถ์ รัตนาวะดี” 13 ขุนพลผลักดัน มหาเศรษฐีพลังงาน สู่จุดสูงสุด

23 กันยายน 2567

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 5 ของประเทศไทยในปี 2567 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 338,000 ล้านบาท ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้เกิดจากความสามารถของสารัชถ์เพียงคนเดียว แต่เป็นผลงานของขุมพลังทีมผู้บริหาร 13 คนที่แข็งแกร่งที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ GULF 

จีนกับบทบาทผู้นำรักษาเสถียรภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความผันผวนระหว่างประเทศ

จีนกับบทบาทผู้นำรักษาเสถียรภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความผันผวนระหว่างประเทศ

23 มกราคม 2569

สำนักข่าวซินหัว

ผู้เชี่ยวชาญอินโดนีเซียชี้ จีนยังมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกกว่า 30% ผ่านนโยบาย Dual Circulation การเปิดกว้างระดับสูง และความร่วมมือภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

สศช.ห่วง FDI การส่งออกไทยลด แนะเร่งปรับตัวรับกระแสเทคโนโลยี-นวัตกรรม

สศช.ห่วง FDI การส่งออกไทยลด แนะเร่งปรับตัวรับกระแสเทคโนโลยี-นวัตกรรม

6 มีนาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สศช.เผยบทวิเคราะห์ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการส่งออกของไทยมีแนวโน้มลดลง ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

ราคาเกษตรหดตัว พลังงานลง ฉุดดัชนีราคาผู้ผลิต ธ.ค.68 ลด 1.8%

ราคาเกษตรหดตัว พลังงานลง ฉุดดัชนีราคาผู้ผลิต ธ.ค.68 ลด 1.8%

7 มกราคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน ธ.ค.68 ลดลง 1.8% จากการหดตัวของราคาสินค้าเกษตร ที่มีการแข่งขันสูงในตลาดโลก ราคาปิโตรเลียมลดลงจากอุปทานส่วนเกิน ค่าเงินบาทแข็งค่า กระทบต่อราคาที่ผลิตเพื่อส่งออก และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ความต้องการลด คาดดัชนีปี 69 มีแนวโน้มลดลงและทรงตัว

ราคาทองปี 2569: ความเสี่ยงสูงในโลกเศรษฐกิจผันผวน สงคราม-ดอกเบี้ย-เศรษฐกิจโลกชี้ทิศทาง

ราคาทองปี 2569: ความเสี่ยงสูงในโลกเศรษฐกิจผันผวน สงคราม-ดอกเบี้ย-เศรษฐกิจโลกชี้ทิศทาง

6 ธันวาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

จับตาราคาทองคำปี 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนระดับโลก เศรษฐกิจสหรัฐชะลอ ดอกเบี้ยผันผวน ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ราคาทองอาจพุ่งแรงหรือร่วงหนัก นักลงทุนยังต้องถือทองเพื่อกระจายความเสี่ยง