MOU ประวัติศาสตร์ ปลดล็อกอนาคตเด็กไทยเรียนภาษาสเปน

MOU ประวัติศาสตร์ ปลดล็อกอนาคตเด็กไทยเรียนภาษาสเปน

Business Leader / ทีมการศึกษา

ในช่วงเช้าวันอังคารที่ 23 เมษายน 2568 (ตามเวลาประเทศสเปน) ได้เกิดปรากฏการณ์สำคัญทางการศึกษาระหว่างไทยและสเปน ณ กระทรวงศึกษาธิการ อาชีวศึกษาและการกีฬา กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน 

เมื่อ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทย ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือด้านการศึกษากับ นายอาเบลาร์โด เด ลา โรซา ดิอาซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อาชีวศึกษาและการกีฬาของสเปน

การลงนามครั้งประวัติศาสตร์นี้มีขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงมาดริด โดยมีตัวแทนระดับสูงจากทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน ประกอบด้วย นายเฟลิเป เด ลา โมเรนา กาซาโด เอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย นายโวสิต วรทรัพย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมาดริด ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ พลเอก อภิชาติ อุ่นอ่อน ประธานคณะทำงานฝ่ายอำนวยการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่าย

ยกระดับความสัมพันธ์ผ่านภาษาและวัฒนธรรม

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีชื่อเป็นทางการว่า "Memorandum of Understanding between the Ministry of Education of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Education, Vocational Training and Sports of the Kingdom of Spain on Educational Cooperation" โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาสเปนในประเทศไทย และยกระดับความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสองประเทศ

พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ กล่าวในพิธีลงนามว่า การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาระหว่างไทยและสเปน ซึ่งทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีมายาวนานในหลากหลายมิติ และยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาษาสเปนในฐานะภาษาสำคัญของโลกที่ใช้อย่างแพร่หลายในระดับสหประชาชาติและในกลุ่มประเทศต่างๆ

"ปัจจุบันเราเห็นแนวโน้มที่น่ายินดีว่า ภาษาและวัฒนธรรมสเปนได้รับความสนใจจากนักเรียนและเยาวชนไทยเพิ่มมากขึ้น การเรียนรู้ภาษาสเปนจะเป็นประตูสู่การเข้าใจวัฒนธรรมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ" รมว.ศธ.ไทยกล่าว

แผนความร่วมมือเชิงรุก

ภายใต้กรอบความร่วมมือใหม่นี้ กระทรวงศึกษาธิการไทยและสเปนจะร่วมกันพัฒนาโครงการและกิจกรรมที่มีเป้าหมายหลายประการ ได้แก่

  1. การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาสเปน ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาของไทย ผ่านการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน และเทคโนโลยีทางการศึกษา
  2. การแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการศึกษา ทั้งครูผู้สอน นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทั้งสองฝ่าย
  3. การพัฒนาวิชาชีพ สำหรับครูผู้สอนภาษาสเปน ผ่านการฝึกอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการศึกษาดูงาน
  4. การสร้างโอกาสการศึกษานานาชาติ เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้และความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านโครงการแลกเปลี่ยน
  5. การจัดกิจกรรมร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในวัฒนธรรมและภาษาสเปน อาทิ ค่ายภาษา การแข่งขันทักษะทางภาษา และนิทรรศการวัฒนธรรม

ผลกระทบต่อการศึกษาไทย

การลงนามในบันทึกความเข้าใจครั้งนี้คาดว่าจะมีผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะในด้านการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศของนักเรียน โดยนอกจากภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลแล้ว ยังส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนภาษาที่สาม รวมถึงภาษาสเปนซึ่งเป็นภาษาที่มีผู้พูดเป็นภาษาแม่มากเป็นอันดับสองของโลก รองจากภาษาจีนกลาง

ความร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาสเปนในประเทศไทยผ่านการสนับสนุนจากองค์กรเจ้าของภาษาโดยตรง ซึ่งนอกจากจะเปิดโอกาสทางการศึกษาและอาชีพแก่เยาวชนไทยแล้ว ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาสเปนทั่วโลก ทั้งในยุโรปและลาตินอเมริกา

คำมั่นจากทั้งสองฝ่าย

นายอาเบลาร์โด เด ลา โรซา ดิอาซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อาชีวศึกษาและการกีฬาแห่งราชอาณาจักรสเปน แสดงความเห็นว่าประเทศสเปนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาสเปนในประเทศไทย และพร้อมที่จะดำเนินความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นรูปธรรม

รมว.ศธ.ไทยได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาสเปนในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ โดยกล่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับองค์กรเจ้าของภาษา สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสเปนอย่างใกล้ชิด

ก้าวต่อไปของความร่วมมือ

หลังจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ ทั้งสองประเทศจะร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานเพื่อวางแผนและดำเนินการตามกรอบความร่วมมือที่กำหนดไว้ คาดว่าจะมีการประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแผนงานและกิจกรรมเฉพาะในไตรมาสที่สามของปี 2568