CRC รุกฆาตสมรภูมิเวียดนาม: กางโรดแมปปูพรม 30 บิ๊กสาขา ภายในปี 2569

CRC รุกฆาตสมรภูมิเวียดนาม: กางโรดแมปปูพรม 30 บิ๊กสาขา ภายในปี 2569

Business Leader / โต๊ะข่าวต่างประเทศ

สรุปประเด็น

  1. CRC เร่งปูพรมสาขา GO! และ mini go! ในเวียดนาม ตั้งเป้ามากกว่า 30 แห่ง ครอบคลุมกว่า 40 จังหวัดภายในปี 2569

  2. เวียดนามยังมีช่องว่าง Modern Trade สูง ชนชั้นกลางและเมืองรองกำลังโต ทำให้ CRC มองเป็นเครื่องยนต์การเติบโตตัวที่สองของกลุ่ม

  3. ความท้าทายหลักคือขั้นตอนด้านที่ดิน–ใบอนุญาต และการแข่งขันกับทั้ง WinMart, AEON และ Lotte ที่กำลังเร่งขยายสาขาในตลาดเดียวกัน

Food & Property Platform
Food & Property Platform คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อม “ธุรกิจอาหาร” (เช่น ร้านอาหาร ครัวกลาง เดลิเวอรี) เข้ากับ “อสังหาริมทรัพย์/พื้นที่จริง” (เช่น คอนโด ออฟฟิศ มอลล์ หรือโครงการมิกซ์ยูส) เพื่อให้การขาย การใช้บริการ และการบริหารประสบการณ์ลูกค้าในพื้นที่เดียวกันเกิดขึ้นบนระบบเดียวแบบครบวงจร

ในขณะที่ตลาดค้าปลีกในประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชัน (CRC) ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเบอร์หนึ่งของไทย กำลังเร่งเครื่องสร้าง "น่านน้ำใหม่" ในประเทศเวียดนามอย่างเต็มกำลัง ด้วยเป้าหมายการขยายสาขาขนาดใหญ่กว่า 30 แห่งภายในปี 2569 หวังปักธงเป็นผู้นำด้าน Food & Property Platform ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน

ยุทธศาสตร์เชิงรุก: ตั้งเป้าครอบคลุมกว่า 40 จังหวัด

จากการรายงานของสำนักข่าว Nikkei Asia และแผนธุรกิจล่าสุดของ CRC บริษัทเตรียมยกระดับอาณาจักรในเวียดนามผ่านการขยายโครงสร้างพื้นฐานค้าปลีกครั้งใหญ่ โดยมุ่งเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้าภายใต้แบรนด์ GO! และ mini go! ซึ่งเป็นฟอร์แมตที่ทำผลงานได้ดีอยู่แล้วในปัจจุบัน

โดยในช่วงปี 2026–2028 บริษัทตั้งเป้าเปิด GO! Hypermarket และมอลล์ใหม่ราว 10–12 สาขา ขนาดพื้นที่เฉลี่ย 10,000–35,000 ตารางเมตร ควบคู่กับการเร่งขยาย mini go! อีกประมาณ 23–25 สาขา เพื่อเจาะเข้าชุมชนระดับอำเภอและเมืองรอง พร้อมทั้งปูพรมสาขาให้ครอบคลุมมากกว่า 40 จังหวัดทั่วเวียดนาม จากเดิมที่โฟกัสเพียงหัวเมืองหลักอย่างฮานอยและโฮจิมินห์เป็นหลัก
 

ทำไมต้อง "เวียดนาม"? วิเคราะห์ช่องว่างทางการตลาด

ฟาม ถิ ทุย ลินห์ (Pham Thi Thuy Linh) หัวหน้าฝ่ายขยายธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ระบุถึงตัวเลขที่น่าสนใจว่า อัตราการเข้าถึงค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade Penetration) ในเวียดนามมีเพียง 13% เท่านั้น เมื่อเทียบกับไทยที่สูงถึง 55% ตัวเลขนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคชาวเวียดนามส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาตลาดสดและร้านค้าดั้งเดิม ซึ่งถือเป็น "โอกาสทอง" ของ CRC ในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้เข้าสู่ระบบ Ecosystem ของตนเอง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ:

  1. การเติบโตของชนชั้นกลาง: เวียดนามตั้งเป้าเพิ่ม GDP ต่อหัวเป็น 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573

  2. Urbanization: การขยายตัวของเมืองในจังหวัดระดับรอง (Tier 2-3 cities) ที่รวดเร็วเกินคาด

  3. ฐานสมาชิกที่แข็งแกร่ง: ปัจจุบัน CRC มีสมาชิกในเวียดนามแล้วกว่า 4.3 ล้านคน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการทำ Data-Driven Marketin

โก! ซูเปอร์มาร์เก็ต | Central Retail Corporation


งบลงทุน 4.7 หมื่นล้าน: เดิมพันครั้งใหญ่ในอาเซียน

ภายใต้แผน “New Heights, Next Growth” ของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และทีมผู้บริหาร CRC เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชัน เตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 45,000–47,000 ล้านบาทในช่วงปี 2568–2570 เพื่อเร่งขยายธุรกิจค้าปลีกในไทยและเวียดนามอย่างเต็มสปีด โดยเฉพาะการต่อยอดแพลตฟอร์ม Food & Property ในเวียดนามให้เป็นเครื่องยนต์การเติบโตหลัก ทั้งนี้ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เวียดนามมีสัดส่วนรายได้ราว 20% ของรายได้รวมของ CRC และถูกวางเป้าหมายให้ดันยอดขายแตะระดับ 100,000 ล้านบาทในอนาคตอันใกล้ ภายใต้การบริหารของทีมผู้บริหารชุดปัจจุบัน

"เวียดนามจึงไม่ใช่แค่ “ตลาดเสริม” อีกต่อไป แต่ถูกวางบทบาทให้เป็น Key Growth Engine ตัวที่สองของเซ็นทรัล รีเทล ในทศวรรษหน้า

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: ระบบราชการและการแข่งขันที่ดุเดือด

แม้ CRC จะมีแผนรุกขยายสาขาอย่างทะเยอทะยาน แต่เส้นทางการเติบโตในเวียดนามยังเต็มไปด้วยโจทย์ท้าทายสำคัญ ทั้งอุปสรรคด้านกฎระเบียบและศึกแข่งขันกับยักษ์ค้าปลีกหลายสัญชาติที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

หนึ่งใน Pain Point หลักคือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและการขอใบอนุญาตโครงการศูนย์การค้าที่ใช้เวลานาน และมีกติกาแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระยะเวลาก่อสร้างและเปิดให้บริการสาขาใหม่อาจยืดออกจากแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกัน CRC ยังต้องช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากทั้งผู้เล่นท้องถิ่นอย่าง WinMart และผู้เล่นต่างชาติอย่าง AEON และ Lotte ที่ต่างเดินหน้าลงทุนและประกาศแผนขยายสาขาในเวียดนามอย่างดุดันไม่แพ้กัน

GO! Hypermarket – Central Retail Vietnam
 

4 เช็กลิสต์ที่ผู้ประกอบการไทยต้องทำ ก่อนพาสินค้าเข้า CRC เวียดนาม

1) คิดให้จบเรื่องสินค้า ก่อนเคาะประตู CRC เวียดนาม

ถ้าคุณอยากเห็นสินค้าตัวเองอยู่บนเชลฟ์ GO! หรือ Tops ในเวียดนาม สิ่งแรกคือถามตัวเองให้ชัดว่า “สินค้าของเราตอบโจทย์คนเวียดนามกลุ่มไหน” แล้วเลือก SKU ที่แข็งจริงๆ เข้าไป ไม่ใช่ขนไปทั้งพอร์ต ผู้บริโภคที่นั่นให้ความสำคัญทั้งคุณภาพ ราคา และดีไซน์บรรจุภัณฑ์ คุณจึงควรเตรียมฉลากภาษาเวียดนามหรือ Bilingual ให้เรียบร้อย และมีมาตรฐาน/ใบรับรองครบก่อนเริ่มคุย เช่น อย. เวียดนาม มาตรฐานอาหารปลอดภัย หรือใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าแนว Green

2) อย่าพึ่งห้างอย่างเดียว ต้องมี “แรงเสริมจากออนไลน์”

พฤติกรรมคนเวียดนาม โดยเฉพาะวัยทำงานและคนเมือง ซื้อของผ่านทั้งหน้าร้านและออนไลน์ไปพร้อมกัน เจ้าของแบรนด์ไทยควรเตรียม Storytelling และคอนเทนต์สำหรับแพลตฟอร์มที่คนเวียดนามใช้จริง เช่น Facebook, TikTok, e-commerce และช่องทาง Omni-channel ที่ CRC เชื่อมกับหน้าร้าน การมีรีวิว วิดีโอสั้น หรือไลฟ์แนะนำสินค้าเป็นภาษาเวียดนาม จะช่วยให้สินค้าคุณไม่ใช่แค่ “ของแปลกจากต่างประเทศ” แต่กลายเป็นของที่คนอยากลองและกลับมาซื้อซ้ำ

3) ใช้ตัวช่วยจากรัฐ–แพลตฟอร์ม Business Matching ให้คุ้ม

ก่อนจะเดินเข้าไปเคาะประตู CRC เอง ลองใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว เช่น งานแฟร์ สัปดาห์สินค้าไทยในเวียดนาม หรือโปรแกรม Business Matching ที่ DITP และหน่วยงานทั้งไทย–เวียดนามจัดร่วมกับเครือห้าง งานแบบนี้ช่วยย่นเวลาให้คุณได้ทั้งคอนเนกชัน ข้อมูลกฎระเบียบ และฟีดแบ็กตรงจากผู้ซื้อที่ดูแลหมวดสินค้านั้นๆ ทำให้คุณปรับสินค้าและข้อเสนอให้ตรงกับที่ CRC ต้องการจริงๆ ก่อนยื่นดีลใหญ่

4) รู้จักลูกค้าของ GO! และ mini go! ให้ดี ก่อนออกแบบสินค้า

ลูกค้าหลักของ GO! Hypermarket คือครอบครัวชนชั้นกลาง คนทำงานในเมือง และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการซื้อของกิน–ของใช้ครบจบในที่เดียว ในบรรยากาศศูนย์การค้าแบบ “Shop–Eat–Play–Learn–Sustain” ที่มีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร คาเฟ่ และโซนไลฟ์สไตล์ พวกเขาให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร และ “ราคาที่จับต้องได้” เพราะแบรนด์ยังคงภาพจำแบบ Big C ว่าเป็นห้างที่ราคาไม่แรงแต่ของครบ

สำหรับ mini go! กลุ่มเป้าหมายจะขยับออกไปที่เมืองรอง ชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม และครอบครัวในพื้นที่กึ่งเมือง–กึ่งชนบท ที่เริ่มมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่อยากได้ประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบมอลล์ย่อส่วนในระยะใกล้บ้าน ลูกค้ากลุ่มนี้มักมาซื้อของใช้ประจำวัน อาหารสด ของกินเล่นให้เด็กๆ พร้อมใช้บริการพื้นที่เล่นและร้านอาหาร จึงมองหาสินค้าที่ “คุ้มค่า ใช้ง่าย เหมาะกับการใช้ในครอบครัว” มากกว่าสินค้าพรีเมียมราคาสูง

บทสรุป: ก้าวต่อไปของ CRC

การขยายตัวของเซ็นทรัล รีเทล ในเวียดนามครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเปิดห้างสรรพสินค้า แต่เป็นการวางโครงสร้าง Omni-channel ที่เชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน หาก CRC สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและคว้าหัวใจผู้บริโภคในเมืองรองได้สำเร็จ เวียดนามจะกลายเป็น "ขุมทรัพย์" ที่ยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัลอย่างแน่นอน

เกี่ยวกับ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชัน

เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชัน (Central Retail Corporation: CRC) เป็นบริษัทค้าปลีกและค้าส่งชั้นนำของไทย ภายใต้เครือเซ็นทรัล ดำเนินธุรกิจแบบ Multi-Format, Multi-Category และ Omnichannel ครอบคลุมไทย เวียดนาม และอิตาลี ผ่านกลุ่มธุรกิจ Food, Fashion, Hardline และ Property โดยมุ่งเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกที่ลูกค้าชื่นชมมากที่สุดและเติบโตอย่างยั่งยืน

เว็บไซต์: https://www.centralretail.com

ที่มา

Nikkei Asia, 5 มีนาคม 2026, “Thailand’s Central Retail to open over 30 large stores in Vietnam by 2029”, https://asia.nikkei.com/business/retail/thailand-s-central-retail-to-open-over-30-large-stores-in-vietnam-by-2029

LINE TODAY – กรุงเทพธุรกิจ, 5 มีนาคม 2026, “เซ็นทรัล รีเทล ปักธงเวียดนาม ลุยเปิดสาขาใหญ่กว่า 30 แห่ง ภายในปี 2029”, https://today.line.me/th/v3/article/qo1Dm7W

Inside Retail Asia, 6 มีนาคม 2026, “Central Retail bets big on Vietnam with 30 new stores planned”, https://insideretail.asia/2026/03/06/central-retail-bets-big-on-vietnam-with-30-new-stores-by-2029/


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

9 เทรนด์สำคัญเปลี่ยนโฉมค้าปลีกอาหารยุโรปปี 2025

9 เทรนด์สำคัญเปลี่ยนโฉมค้าปลีกอาหารยุโรปปี 2025

30 พฤษภาคม 2568

Business Leader / Green Writer

อุตสาหกรรมค้าปลีกอาหารยุโรปปี 2025 ฟื้นตัวท่ามกลางความท้าทาย – เทรนด์ใหม่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค McKensey เผยรายงานประจำปี “State of Grocery Retail Europe 2025” ชี้ปี 2024 ตลาดค้าปลีกอาหารยุโรปเริ่มฟื้นตัว แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวัง ขณะที่ปี 2025 คาดแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง พร้อม 9 เทรนด์สำคัญเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม

ดีล CP Axtra–The Food Purveyor: ทางด่วนใหม่ของสินค้าไทยสู่ห้างพรีเมียมมาเลเซีย

ดีล CP Axtra–The Food Purveyor: ทางด่วนใหม่ของสินค้าไทยสู่ห้างพรีเมียมมาเลเซีย

4 มีนาคม 2569

พลีธรรม ตริยะเกษม / บรรณาธิการ

เมื่อ CP Axtra ในเครือซีพี ทุ่มเงินกว่า 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อเครือซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม The Food Purveyor ในมาเลเซีย ดีลนี้อาจถูกมองในมุมการขยายอาณาจักรค้าปลีกของทุนไทย แต่สำหรับผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก มันคือ “โครงสร้างพื้นฐานทางการค้าชุดใหม่” ที่อาจกลายเป็นทางด่วนพาสินค้าไทยขึ้นชั้นวางห้างระดับบนในอาเซียน หากเตรียมตัวทันและถูกจุด