
วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ
19 เมษายน 2568
Businessleader สรุปรายงานวิเคราะห์เศรษฐกิจไทย โดย 3 สถาบันการเงินชั้นนำของไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทยธนชาต ที่นำเสนอมุมมองและการวิเคราะห์เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 และแนวโน้มในอนาคตในสรุปผลการดำเนินงานของธนาคาร ไตรมาสที่ 1 พบว่า
ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศไทยในปี 2568 ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงวิกฤตสามเส้าที่กำลังคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยต่างชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญหน้ากับความเปราะบางเชิงโครงสร้าง ผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่ว ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะมีแนวโน้มฟื้นตัวด้วยการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 37-38 ล้านคน แต่การเติบโตโดยรวมยังถูกจำกัดและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ
กรุงไทย มอง เศรษฐกิจไทยปี 2568 แนวโน้มขยายตัวจำกัด
ธนาคารกรุงไทย วิเคราะห์ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจ ในสรุปผลการดำเนินงานของธนาคาร ไตรมาสที่ 1 ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวจำกัด โดยอาศัยภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลัก ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มเป็นราว 37-38 ล้านคนเทียบจาก 35.5 ล้านคนเมื่อปีก่อน
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสริมจากนโยบายภาครัฐ อาทิ มาตรการควบคุมต้นทุนพลังงานไฟฟ้า รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคที่อาจจะเข้ามาเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกต้องเผชิญกับนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ยกระดับ ประเด็นหลักจากการขึ้นภาษีศุลกากรเฉพาะกับสินค้าบางประเภท และภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้าทั่วโลกเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ธุรกิจที่เน้นการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ อาทิ เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องนุ่งห่ม ยางล้อ พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอัญมณี จะเผชิญอุปสรรคมากขึ้น รวมถึงสินค้าในหมวดเกษตรและอาหารที่จะถูกบังคับให้เปิดตลาดแก่สหรัฐฯ
อีกทั้งยังต้องจับตาผลกระทบทางอ้อมผ่านคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน ซึ่งสหรัฐฯ พุ่งเป้าเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงมาก อันอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมของไทยซึ่งมีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกัน ตลอดจนการตีตลาดของสินค้าจีนที่จะรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีความเปราะบางจากปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ธุรกิจจำนวนมากได้รับแรงกดดันจากค่าแรงและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูง โดยเฉพาะ SME บางส่วนที่มีข้อจำกัดในการปรับตัวและรับมือกับความผันผวน ส่วนภาคครัวเรือนประสบปัญหาภาระหนี้ที่ลดทอนความสามารถในการใช้จ่าย
ความท้าทายยังคงมีอีกหลายด้าน ทั้งความผันผวนทางการเงินจากความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินในประเทศหลัก ตลอดจนความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติ ทั้งผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 และสภาวะภูมิอากาศแปรปรวน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเติบโตระยะข้างหน้าได้
แบงก์กรุงศรีฯ วิเคราะห์ภาษีตอบโต้สหรัฐกระทบส่งออกรุนแรง
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 ได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนการประกาศใช้มาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าเพิ่มของสหรัฐอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ รวมถึงการชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังคงได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น จากการประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อภาคการส่งออกและการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะในภาคการผลิต รวมถึงปัญหาการทะลักของสินค้าจีนมายังไทย ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี
ttb คาดแบงก์ชาติปรับลดดอกเบี้ย 2 รอบ สู่ระดับ 1.50%
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 ปี 2568 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า จากการบริโภคในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวหลังเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการท่องเที่ยวลดลง (Low season) เช่นเดียวกับการลงทุนรวมที่มีแนวโน้มชะลอตัว
อย่างไรก็ดี มูลค่าการส่งออกสินค้าคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ ttb analytics ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า จากความไม่แน่นอนสูงจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวใกล้เคียงกรอบล่างของเป้าหมาย
ด้านภาคการท่องเที่ยว ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยทั้งปี 2568 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากปีก่อนแต่ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ค่อนข้างช้า
สำหรับภาคการส่งออกสินค้าของไทย ประเมินว่ามูลค่าส่งออกสินค้าทั้งปี 2568 จะขยายตัวได้ดีโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีท่ามกลางความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ จึงประเมินว่า กนง. จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายช่วงที่เหลือของปีอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง สู่ระดับร้อยละ 1.50 ณ สิ้นปี
ด้านค่าเงินบาทในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 33.50 – 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส
ความขัดแย้งในเวทีการค้าโลกและผลกระทบที่มีต่อตลาดโลกได้สร้างความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจผ่านผลกระทบที่อาจมีต่อภาคการส่งออกซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) ยังคงเน้นย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและวางแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาแนวโน้มของผลกำไรและเพื่อรักษาสถานะงบดุลให้มีความแข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในอนาคต