
TISCO ESU เตือนไทยเสี่ยงผลกระทบภาษีสหรัฐฯ และนโยบาย America First
25 กุมภาพันธ์ 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
TISCO ESU เตือนนโยบาย "America First" ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการค้าและการลงทุนของไทย แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีมติให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการเก็บภาษีผ่านกฎหมาย IEEPA ส่งผลให้ภาษีตอบโต้และภาษีรายประเทศถูกยกเลิก ซึ่งทำให้โอกาสที่อัตราภาษีนำเข้าจากไทยจะลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงอยู่จากนโยบายที่เน้นการปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ สวนทางกับการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.8% และ ส่งออกเป็น 3% จากการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง.
TISCO ESU เตือนภาษีสหรัฐฯ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ออกโรงเตือนประเทศไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงระยะยาวจากการดำเนินนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ "America First" ที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงจากการตัดสินของศาลฎีกา แต่ความกดดันด้านภาษียังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาใกล้ชิด.
ภาษีสหรัฐฯ และนโยบาย
ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 ให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Power Act (IEEPA) ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) และภาษีรายประเทศ (Fentanyl Tariff) ที่เคยจัดเก็บผ่านช่องทางดังกล่าวทันที แม้การตัดสินนี้จะช่วยลดภาระอัตราภาษีนำเข้าบางส่วนจากไทย และเป็นสัญญาณบวกต่อภาคการส่งออกของไทยในระยะสั้น แต่ นายธนภัทร ธนชาต นักเศรษฐศาสตร์จาก TISCO ESU ย้ำว่านโยบาย "America First" ซึ่งเน้นการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศยังไม่สิ้นสุดลง และยังคงเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต.
ภาพรวมเศรษฐกิจไทย
TISCO ESU ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.8% จากเดิม 1.6% และการส่งออกเป็น +3% จากเดิม -2.1% หลังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกที่แข็งแกร่งในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม.
ผลกระทบระยะยาว
แม้สัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของการส่งออกจะช่วยหนุนการเติบโตของ GDP ไทย ในปีนี้ แต่ความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะแนวคิด "America First" ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยต้องเผชิญในระยะยาว การตัดสินใจของศาลฎีกาเป็นการลดความรุนแรงของมาตรการภาษีบางประเภท แต่แนวโน้มของสหรัฐฯ ที่จะใช้มาตรการปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น มาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนอย่างรอบด้านและยั่งยืน.
