
GULF เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน KBANK เกิน 10% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับต้นๆ
16 กุมภาพันธ์ 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
GULF ตอกย้ำกลยุทธ์การลงทุน: เพิ่มสัดส่วนถือหุ้น KBANK ทะลุ 10% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับต้นๆ
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดหลักทรัพย์ โดยได้เข้าซื้อหุ้นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นรวมใน KBANK ทะลุ 10% ขึ้นไปอยู่ที่ 10.0298% ซึ่งนับเป็นจำนวน 235,805,000 หุ้น การขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับต้นๆ ในสถาบันการเงินชั้นนำของไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ GULF ในการขยายการลงทุนและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
เจาะลึกการลงทุนและข้อมูลสำคัญ
การเข้าซื้อหุ้น KBANK เพิ่มเติมในครั้งนี้ ได้รับการรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างเป็นทางการ โดย GULF ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มอีก 0.1254% ซึ่งคิดเป็นจำนวน 2.95 ล้านหุ้น ด้วยมูลค่าประมาณ 581.07 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหุ้นละ 197 บาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นรวมของ GULF ใน KBANK พุ่งขึ้นสู่ระดับ 10.0298% ปัจจุบันมูลค่ารวมของหุ้น KBANK ที่ GULF ถือครองอยู่ที่ประมาณ 4.6 - 4.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ GULF ในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ KBANK ในระยะยาว การที่ GULF กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 (ไม่นับรวม Thai NVDR) หรืออันดับ 2 ของ KBANK ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การลงทุนในภาคธุรกิจการเงินไทย
นัยยะและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
การตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน KBANK ของ GULF เป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้าง Ecosystem ทางธุรกิจที่ครบวงจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีทางการเงิน GULF เล็งเห็นศักยภาพอันโดดเด่นของ KBANK ในด้านนวัตกรรมทางการเงิน ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้าง Synergy ในการต่อยอดธุรกิจ Virtual Bank และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน-ดิจิทัลของ GULF ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การลงทุนครั้งนี้ยังคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่น่าสนใจให้กับ GULF โดยเฉพาะจากเงินปันผลของ KBANK เนื่องจาก GULF มีต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำที่ 3.0-3.5% ซึ่งต่ำกว่าระดับของเงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับจาก KBANK อย่างมีนัยสำคัญ การเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับต้นๆ ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของ GULF ในศักยภาพการเติบโตของธนาคารกสิกรไทย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางธุรกิจในเชิงลึกมากขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสององค์กรในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ทางธุรกิจและเทคโนโลยี
โครงสร้างการลงทุนและการถือหุ้นของ GULF
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF นอกจากธุรกิจพลังงานแล้วยังขยายการลงทุนเข้าไปถือหุ้นในหลายบริษัทชั้นนำของไทย โดยเฉพาะกลุ่มโทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น การเข้าถือหุ้นใหญ่ในอินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) และต่อเนื่องไปถึงการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ภายหลังการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น ทำให้ GULF มีบทบาทสำคัญในธุรกิจโทรคมนาคมควบคู่กับธุรกิจโรงไฟฟ้าเดิมของตนเอง นอกจากนี้ GULF ยังใช้บริษัทย่อยอย่าง Gulf Edge และการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรระดับโลก เช่น Google, Singtel และพันธมิตรด้านศูนย์ข้อมูล เพื่อรุกธุรกิจคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย ต่อยอดจากฐานรายได้ด้านพลังงานและสอดรับกับแนวโน้มพลังงานสะอาดและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


