
การประเมินค่าเงินบาทโดยธนาคารไทยพาณิชย์และผลกระทบจากสถานการณ์โลก
2 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
ค่าเงินบาทวันนี้ถูกประเมินให้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.05–31.35 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงกดดันสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
-
สถานการณ์ตะวันออกกลางและความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันโลกและเพิ่มความผันผวนในตลาดเงิน ส่งผลต่อค่าเงินบาทโดยตรง
-
เงินบาทปี 2568 แข็งค่ากว่า 8% และผันผวนสูง กดดันรายได้ผู้ส่งออกไทยอย่างมีนัยสำคัญ
-
เอสซีบีคาดปี 2569 ตลาดโลกยังผันผวนต่อเนื่อง ค่าเงินบาทระยะสั้นคาดแกว่งในกรอบ 31–32 บาทต่อดอลลาร์
-
ธนาคารไทยพาณิชย์แนะธุรกิจไทยบริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายสกุลเงิน ไม่พึ่งสกุลเดียว
-
แนะนำให้ธุรกิจทำ Hedge ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในระดับราว 70–80% ของมูลค่าธุรกรรมเพื่อรักษาสภาพคล่อง
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.05 – 31.35 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาน้ำมันโลกให้สูงขึ้น เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าและมีความผันผวนสูงกว่า 8% ในปี 2568 กดดันภาคส่งออกไทย ธนาคารฯ คาดการณ์ตลาดโลกผันผวนต่อเนื่องในปี 2569 แนะธุรกิจไทย กระจายสกุลเงินและ Hedge 70-80% เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของค่าเงิน
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินทิศทางค่าเงินบาทวันนี้ว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05 – 31.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีปัจจัยหลักจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกและราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลใส่อิหร่าน รวมถึงการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดน้ำมันโลก ความกังวลเกี่ยวกับการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่รองรับอุปทานราว 20% ของโลก ได้เร่งให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดเงินและค่าเงินบาทไทย
ความท้าทายจากตลาดโลกที่ผันผวนและการแข็งค่าของเงินบาทได้สร้างแรงกดดันต่อภาคการส่งออกและรายได้ของธุรกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Financial Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้แนะนำให้ภาคธุรกิจเร่งปรับตัวและบริหารจัดการความเสี่ยง โดยเฉพาะการ กระจายสกุลเงินและการป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ในระดับ 70-80% ของมูลค่าการทำธุรกรรม เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของค่าเงินและรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่ง
จากข้อมูลย้อนหลัง เงินบาทในปี 2568 มีแนวโน้มแข็งค่ากว่า 8% ต่อปี และแสดงความผันผวนในระดับที่สูงกว่าในอดีต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันรายได้ของ ผู้ส่งออกไทย ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังคาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาดโลกจะยังคงเผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสร้างโจทย์ยากและกดดันภาคธุรกิจไทยต่อไป โดยคาดว่าค่าเงินบาทระยะสั้นจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 31–32 บาท/ดอลลาร์






