หนี้ครัวเรือนลุกลาม เศรษฐกิจไทยซึมลึก: BAM ส่งสัญญาณเตือนวิกฤติเรื้อรัง

หนี้ครัวเรือนลุกลาม เศรษฐกิจไทยซึมลึก: BAM ส่งสัญญาณเตือนวิกฤติเรื้อรัง

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยถึงวิกฤติ "หนี้รายย่อย" ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจไทยให้ตกอยู่ในภาวะ "ป่วยซึมลึก-เรื้อรัง" อย่างน่าเป็นห่วง โดย ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ได้ฉายภาพปัญหาดังกล่าวว่ามีความซับซ้อนและแฝงตัวอยู่ในครัวเรือนทั่วประเทศ แตกต่างจากวิกฤติปี 2540 ซึ่งปัญหาหนี้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และสถาบันการเงินเป็นหลัก

ในปัจจุบันยอดหนี้ครัวเรือนไทยได้พุ่งสูงแตะระดับประมาณ 16.2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นกองหนี้ขนาดมหึมาที่กำลังบั่นทอนกำลังซื้อและความมั่นใจของผู้บริโภคโดยตรง ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว BAM ได้ตระหนักถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา จึงได้จัดงานสัมมนา BAM SYMPOSIUM : New Era of AMC 2025 ขึ้น เพื่อระดมแนวคิดและหาแนวทางพลิกฟื้นสินทรัพย์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้

วิกฤติหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันมีความพิเศษตรงที่มันได้แทรกซึมไปทั่วทุกหย่อมหญ้าในสังคม กัดกินกำลังซื้อและความมั่นใจของประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการบริโภคและการลงทุน ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมขาดแรงผลักดันที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ต่างจากวิกฤติปี 2540 ที่ภาครัฐและสถาบันการเงินสามารถเข้าไปบริหารจัดการหนี้เสียขององค์กรขนาดใหญ่ได้ค่อนข้างตรงจุด แต่สำหรับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กระจายตัวในวงกว้างและมีเจ้าหนี้หลากหลายประเภท

การแก้ไขปัญหาจึงมีความซับซ้อนและต้องใช้กลไกที่เข้าถึงประชาชนทุกระดับชั้น การจัดงานสัมมนาของ BAM ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมถึงบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ที่ได้ร่วมแบ่งปันบทบาทของ "ข้อมูลเครดิต" ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ และยังเป็นโอกาสในการสร้างโอกาสทางการเงินใหม่ๆ ให้กับคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังประสบปัญหาหนี้สิน เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็นและฟื้นฟูสถานะทางการเงินของตนเองได้

การที่หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มที่จะเป็นปัญหาเรื้อรัง ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและลดศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภาคการเงินการธนาคารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การลงทุนของภาคเอกชน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ยากและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น

การตระหนักรู้ถึงความแตกต่างของวิกฤติหนี้ครั้งนี้จากในอดีต จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน เพื่อร่วมกันเยียวยาฐานรากทางเศรษฐกิจ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับครัวเรือนไทย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

การที่หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มที่จะเป็นปัญหาเรื้อรัง ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและลดศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภาคการเงินการธนาคารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การลงทุนของภาคเอกชน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ยากและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น