
ไอศกรีมละมุด 100 ปี บ้านใหม่ อยุธยา: โมเดลการพัฒนาสินค้าชุมชนจากฐานรากสู่เวทีโลก
21 สิงหาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
Key Takeaways
- จากผลไม้พื้นถิ่นสู่เวทีโลก: ไอศกรีมละมุด 100 ปี จากตำบลบ้านใหม่ มหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นกรณีศึกษาสำคัญของการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผนวกกับนวัตกรรมสมัยใหม่ จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ “Gourmand Awards 2024” ที่โปรตุเกส
- Storytelling คือปัจจัยชี้ขาด: การเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับต้นละมุดเก่าแก่กว่า 100 ปี กลายเป็นแกนกลางในการสร้างความรู้สึกร่วมระหว่างผู้บริโภคกับชุมชน ซึ่งช่วย “สร้างแบรนด์” ให้มีพลังและมีมูลค่าสูงกว่าผลไม้สดธรรมดา
- ความร่วมมือข้ามภาคส่วน: โครงการ Knowledge-Based OTOP (KBO) ได้รวมพลังจากชุมชน ภาครัฐ มหาวิทยาลัย และนักออกแบบมืออาชีพ จนเกิดการพัฒนามาตรฐานคุณภาพสินค้า สร้างงาน และกระจายรายได้ในระดับฐานราก
- เศรษฐกิจท้องถิ่นและ Soft Power: ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นของอยุธยา พร้อมสะท้อนศักยภาพของสินค้า OTOP ไทยในการเป็น “Soft Power ด้านอาหาร” ที่มีคุณภาพแข่งขันในตลาดโลก
นี่ไม่ใช่แค่ไอศกรีมหนึ่งถ้วย แต่คือกรณีศึกษาของ การพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากไทย ด้วยโมเดล Local-to-Global ที่สามารถต่อยอดสู่สินค้าใหม่ ๆ ได้อีกมหาศาล
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สินค้าโอท็อปของไทย (OTOP) ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การสร้างรายได้ กระจายความเจริญทางเศรษฐกิจสู่ฐานราก และต่อสู้กับความท้าทายด้านการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ กรณีศึกษา “ไอศกรีมละมุด 100 ปี บ้านใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ประจักษ์ชัดที่สุดว่า การลงทุนในองค์ความรู้ นวัตกรรม และการสร้างแบรนด์ สามารถพลิกโฉมสินค้าท้องถิ่นจากชุมชนเล็ก ๆ ให้กลายเป็นสินค้าที่สร้างคุณภาพและชื่อเสียงในเวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง และเป็นโมเดลการพัฒนาสินค้าชุมชนที่ผสาน “ภูมิปัญญา – ความรู้ – การตลาดโลก” เข้าด้วยกันอย่างมีระบบ
จากผลไม้พื้นบ้านที่ถูกลืม สู่จุดขายใหม่ของเศรษฐกิจฐานราก
ไอศกรีมละมุด 100 ปี เริ่มต้นจากการ “อนุรักษ์ละมุดพันธุ์โบราณ” ที่ชาวตำบลบ้านใหม่ปลูกสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ต้นละมุดอายุเกินศตวรรษซึ่งเคยเสี่ยงถูกลืมเลือน ถูกนำกลับมาใส่คุณค่าใหม่ผ่านการแปรรูป โดยมี นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่มหาราช เป็นผู้นำขับเคลื่อน แนวคิดคือการ “พลิกสินค้าธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าพิเศษ” โดยใช้ทั้งภูมิปัญญา การตลาด และเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์การแปรรูปอาหาร
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ถูกยกระดับด้วยโครงการ Knowledge-Based OTOP (KBO) ที่เป็นการเชื่อมโยงความรู้จากหลายภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและนักการตลาด การสนับสนุนดังกล่าวทำให้ผลิตภัณฑ์เดินหน้าไปได้อย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานการผลิตปลอดภัย และสามารถเข้าสู่การแข่งขันได้อย่างมั่นใจ
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงชุบชีวิตผลไม้ในชุมชน แต่ยังสะท้อน “โมเดลการสร้างมูลค่าเพิ่ม” ของสินค้าเกษตรไทยที่เคยถูกจำกัดด้วยราคาตลาดดิบ
- ภูมิปัญญา + นวัตกรรม = กำเนิดโครงการ Knowledge-Based OTOP (KBO)
- การเล่าเรื่อง (Storytelling) = ทำให้ไอศกรีมละมุดไม่ใช่เพียงอาหาร แต่เป็นตัวแทน “รากเหง้าวัฒนธรรม”
- การสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์และแบรนด์ = ช่วยยกระดับภาพลักษณ์สู่ตลาดสากล
ต้นกำเนิดสินค้าที่มี “เรื่องเล่า” เป็นแต้มต่อ
สิ่งที่ทำให้ไอศกรีมละมุด 100 ปีแตกต่างจากสินค้า OTOP ทั่วไป ไม่ได้อยู่ที่รสชาติอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่คือ การเล่าเรื่องทางเศรษฐกิจ (Economic Storytelling) ที่สร้างมูลค่าต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด “ละมุด 100 ปี” จึงไม่ใช่เพียงชื่อผลไม้ แต่คือ Narrative สำคัญที่สื่อถึงการอนุรักษ์ภูมิปัญญา ความผูกพันของคนในชุมชน และการยกระดับสินค้าพื้นบ้านให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมในสายตาผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศ
จุดแข็งของสินค้านี้เริ่มจาก การอนุรักษ์ต้นละมุดอายุกว่า 100 ปี ซึ่งสะท้อนถึงทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ การนำผลไม้พื้นเมืองที่ใกล้ถูกลืมมาต่อยอดเป็นไอศกรีมไม่เพียงเพิ่มมูลค่า แต่ยังสร้าง Storytelling เชิงเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงสินค้าเข้ากับอารมณ์ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
- “ละมุด 100 ปี” = จุดขายด้านเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่ไม่มีประเทศอื่นเลียนแบบได้
- “จากผลไม้ราคาต่ำสู่ไอศกรีมพรีเมียม” = ตัวอย่างการพลิกฟื้นห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain)
- “การเล่าเรื่องทำให้สินค้าเป็นมากกว่าอาหาร แต่คือมรดกชุมชน”

ความร่วมมือของชุมชน
ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ตั้งแต่ชุมชนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่มหาราช กรมการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ตลอดจนหน่วยงานด้านสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพ การจัดการ กระบวนการผลิตและการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในทุกขั้นตอนมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมให้กับคนในชุมชน เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมและสามารถดูแลผลิตภัณฑ์ได้ในระยะยาว
หากมองในเชิงเศรษฐกิจ ไอศกรีมละมุด 100 ปี คือ “ตัวแทนเศรษฐกิจฐานรากใหม่” ที่ไม่เพียงขายรสชาติ แต่ขาย “เรื่องราว” และ “คุณค่า” ที่เชื่อมชุมชนกับโลกได้อย่างทรงพลัง
ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับชุมชน
ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ไม่ใช่แค่รายได้หรือรางวัลเท่านั้น แต่ไอศกรีมละมุด 100 ปียังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในหลายมิติ ทั้งการส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของตำบลบ้านใหม่มีความมั่นคงและเติบโตในระยะยาว
การรับมือกับความท้าทายในยุคโลกาภิวัตน์
ในยุคที่ชุมชนท้องถิ่นต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้านำเข้าและเทรนด์บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จของไอศกรีมละมุด 100 ปีจึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า การเก็บรักษาและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับการนำนวัตกรรมและองค์ความรู้สมัยใหม่มาใช้ สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากได้จริง
ความภาคภูมิใจในตัวสินค้าและชุมชน
ท้ายที่สุด ไอศกรีมละมุด 100 ปี จึงไม่ใช่แค่สินค้าโอท็อปที่คว้ารางวัล แต่เป็นตัวแทนของความตั้งใจและความร่วมมือของชุมชนบ้านใหม่มหาราช ที่ร่วมกันรักษาและพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นให้มีคุณค่ามากกว่าที่เคยเป็น เป็นแนวทางที่ชุมชนอื่น ๆ สามารถนำไปเรียนรู้และต่อยอด เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและประเทศชาติในอนาคต
การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
การมีสินค้าท้องถิ่นที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักในระดับโลกอย่างไอศกรีมละมุด 100 ปี ส่งผลดีอย่างยิ่งต่อการสร้างภาพลักษณ์และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแล้ว ยังมีสินค้าพื้นบ้านที่สร้างชื่อเสียงในเวทีโลก ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้มาสัมผัสและซื้อหาผลิตภัณฑ์นี้กลับไปเป็นของฝาก
ชัยชนะที่ไม่ใช่แค่รางวัล: ไอศกรีมละมุด 100 ปี กับภาพลักษณ์ใหม่ของเศรษฐกิจฐานราก
ด้านการสร้างภาพลักษณ์นั้น ต้องยกเครดิตให้กับ สุทธิพงษ์ สุริยะ นักสร้างแบรนด์ระดับโลก เจ้าของรางวัล Gourmand Awards ติดต่อกันยาวนานกว่า 20 ปี เขาได้เข้ามาช่วยออกแบบและกำหนดอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ สร้างให้ “ไอศกรีมละมุด 100 ปี” ถูกมองไม่ใช่เป็นเพียงสินค้าชุมชนธรรมดา แต่เป็นสินค้าพรีเมียมที่สะท้อน DNA ของวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่เรียบหรู สื่อสารง่าย และเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศได้ชัดเจน
ผลลัพธ์ของการลงทุนเชิงระบบนี้สะท้อนออกมาในรูปแบบของ “รางวัล” ที่ทรงคุณค่า ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
- ระดับในประเทศ: ผลิตภัณฑ์คว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ Knowledge-Based OTOP เครือข่ายองค์ความรู้จังหวัดดีเด่น ประจำปี 2565
- ระดับต่างประเทศ: ไอศกรีมละมุด 100 ปี สามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 ของโลก ในสาขาไอศกรีม จากเวที Gourmand Awards 2024 ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นงานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ออสการ์แห่งวงการอาหารโลก”
โมเดลชุมชนท้องถิ่นสู่ตลาดโลก
ความสำเร็จของไอศกรีมละมุด 100 ปี ไม่ได้เป็นเพียง “สินค้าชุมชนที่คว้ารางวัล” แต่เป็น กรณีศึกษาของโมเดลการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการผสมผสาน 3 ปัจจัยหลักคือ ภูมิปัญญา ท้องถิ่น – นวัตกรรม – Storytelling
กรณีนี้จึงตอกย้ำว่า หากชุมชนใดสามารถรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง พร้อมต่อยอดด้วยองค์ความรู้สมัยใหม่และกลยุทธ์การตลาดเชิงเล่าเรื่อง ก็จะสามารถ ก้าวข้ามข้อจำกัดของสินค้าเกษตรพื้นฐาน และสร้างแบรนด์ที่ยืนหยัดในตลาดโลกได้ ภายใต้แนวคิด "LOCAL สู่เลอค่า" ของ สุทธิพงษ์ สุริยะ








