นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบาย 5 คลัสเตอร์ เน้นพลิกโฉมเศรษฐกิจและหนุน SMEs

นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบาย 5 คลัสเตอร์ เน้นพลิกโฉมเศรษฐกิจและหนุน SMEs

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • รัฐบาลเดินหน้านโยบาย 5 คลัสเตอร์ พลิกโฉมเศรษฐกิจ มุ่งสร้างความมั่นคงจากภายในและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

  • เน้นสนับสนุน SMEs ผ่านมาตรการ “Made in Thailand” แต้มต่อจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการเข้าถึงเงินทุนต้นทุนต่ำ พร้อมดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

  • ใช้ “ทีมประเทศไทย” สร้างพันธมิตรการค้า ยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ SMEs เติบโต ขยายตลาดต่างประเทศ และวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน

นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบาย 5 คลัสเตอร์ พลิกโฉมเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุน SMEs อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ มาตรการ "Made in Thailand" เพื่อแต้มต่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ และการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก เพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เมื่อวันที่ 9-10 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนำเสนอ 5 คลัสเตอร์ยุทธศาสตร์ ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการพลิกโฉมเศรษฐกิจและวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้มั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นในประเทศไทย

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่รัฐบาลมุ่งเน้นคือการแก้ปัญหาเร่งด่วนและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย รัฐบาลมีแผนจะเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง รวมถึงหารือร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการไทย เพื่อวางแผนการนำเข้า-ส่งออก อันเป็นการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

นโยบายนี้จะเปิดโอกาสสำคัญสำหรับ SMEs ในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการ "Made in Thailand" ที่จะมอบแต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ช่วยให้ SMEs มีโอกาสเข้าถึงตลาดภาครัฐได้ง่ายขึ้น และลดภาระการแข่งขัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะส่งเสริมให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ เพื่อใช้ในการปรับตัวให้เข้ากับกติกาการค้าโลกใหม่ และรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน

เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเปิดตลาดใหม่ รัฐบาลจะมุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรทางการค้าและส่งเสริมเทคโนโลยีของไทย พร้อมผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากลโดย "ทีมประเทศไทย" ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ SMEs ที่มีศักยภาพสามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศ สร้างโอกาสในการเติบโตและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและเศรษฐกิจโดยรวม

การขับเคลื่อนนโยบายนี้ยังรวมถึงการยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน ถือเป็นแนวทางเชิงรุกที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยมี SMEs เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs

10 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

วิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจนถึงระดับ "Code RED" ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกและเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก ทำให้ SMEs ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง

สุชาติ นำทีมพาณิชย์บุกสวิสฯ ดันส่งออกสินค้าไทย ใช้ FTA ไทย-EFTA พร้อมโปรโมต Thai SELECT

สุชาติ นำทีมพาณิชย์บุกสวิสฯ ดันส่งออกสินค้าไทย ใช้ FTA ไทย-EFTA พร้อมโปรโมต Thai SELECT

8 สิงหาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สุชาติ ชมกลิ่น นำคณะกระทรวงพาณิชย์เยือนสมาพันธรัฐสวิส 8–12 ส.ค. 2568 หารือผู้นำเข้ารายใหญ่ ดันส่งออกสินค้าไทย ใช้ FTA ไทย-EFTA เพิ่มโอกาสตลาด พร้อมโปรโมตร้านอาหาร Thai SELECT โฉมใหม่ ให้ครองใจชาวต่างชาติ