ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค โอกาสใหม่ปลุกการลงทุนในประเทศ

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค โอกาสใหม่ปลุกการลงทุนในประเทศ

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

โมเดลการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ถูกจัดลำดับความสำคัญเอาไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งแผนระดับชาติหลายแผน ทั้ง แผนแม่บทการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 รวมทั้งนโยบาย BCG และ Thailand 4.0 กำหนดแนวคิดในการพัฒนาเพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และการเชื่อมโยงกิจกรรมเศรษฐกิจภายในพื้นที่และพื้นที่เศรษฐกิจอื่น ๆ ของไทยและประเทศอาเซียน

ตามแผนกำหนดพื้นที่เป้าหมายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งสิ้น 4 แห่ง ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศไทย นั่นคือ

•    ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC) 
•    ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor: NeEC) 
•    ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก (Central-Western Economic Corridor: CWEC)
•    ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC)

รูปแบบการดำเนินโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 4 แห่ง แต่ละพื้นที่กำหนดแนวทางการพัฒนาที่ต่างกัน ภายใต้เอกลักษณ์-อัตลักษณ์พิเศษของพื้นที่ โดยมีรายละเอียดแยกเป็นแห่งต่าง ๆ ดังนี้

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC – Creative LANNA) ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง กำหนดแนวทางการพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลักของประเทศ ด้วยการพัฒนา Creative Ecosystem ให้เอื้อต่อการเป็นเมืองสร้างสรรค์ พัฒนาสินค้าและบริการสร้างสรรค์ สร้างแบรนด์และส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์ และการพัฒนาด้านการศึกษาและวิจัยและบุคลากรด้านสร้างสรรค์

ตามแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ได้กำหนดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในพื้นที่ ประกอบด้วย

•    อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น กิจการบริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เชิงสร้างสรรค์ เขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (Movie Town)
•    อุตสาหกรรมดิจิทัล เช่น กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการ ดิจิทัล หรือดิจิทัลคอนเทนต์ Data Center และ Cloud Service
•    อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เช่น สวนสนุก ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์และศูนย์การแพทย์แผนไทย
•    อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เช่น กิจการผลิตอาหารอินทรีย์สารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC - Bioeconomy) ครอบคลุมจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย กำหนดแนวทางการพัฒนาเป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ของประเทศด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพให้หลากหลายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย ส่งเสริมการลงทุนด้านเกษตร-อุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมทั้งพัฒนาด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์พัฒนาบุคลากรด้านเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพ
ตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้กำหนดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในพื้นที่ ประกอบด้วย

•    อุตสาหกรรมชีวภาพ เช่น การผลิตพลาสติกชีวภาพ ผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตร (เช่น ฟางข้าว ชานอ้อย) และผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ
•    อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เช่น กิจการผลิตอาหารอินทรีย์ (เช่น โปรตีนทางเลือก อาหารทางการแพทย์)สารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก (CWEC) ครอบคลุมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี กำหนดแนวทางพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำด้านอุตสาหกรรมเกษตร การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไฮเทคมูลค่าสูงเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของฐานอุตสาหกรรมเดิม ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และส่งเสริมการพัฒนาเขตการท่องเที่ยวเชิงมรดกโลกประวัติศาสตร์และการอนุรักษ์
ตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก ได้กำหนดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในพื้นที่ ประกอบด้วย

•    อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เช่น กิจการผลิตอาหารอินทรีย์ Plant Factory สารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเกษตรปลอดภัย
•    อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ครอบคลุมจังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีแนวคิดพัฒนาเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ในการเชื่อมโยงการค้าและโลจิสติกส์กับพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศและภูมิภาคฝั่งทะเลอันดามัน เป็นฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพและการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง (ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ผลิตภัณฑ์ประมง และอื่นๆ) และยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่นานาชาติ

โดยการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน และการท่องเที่ยวแบบผสมผสานเชิงสุขภาพและวิถีชุมชน พัฒนาฐานอุตสาหกรรมชีวภาพและการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง ควบคู่กับการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองน่าอยู่ รวมทั้งการพัฒนาเพื่อส่งเสริมบทบาทเป็นประตูการค้ำและโลจิสติกส์ของภูมิภาคต่อไป
ตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ได้กำหนดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในพื้นที่ ประกอบด้วย

•    อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เช่น กิจการผลิตอาหารอินทรีย สารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร
•    อุตสาหกรรมชีวภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (ผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมิคัล) จากวัตถุดิบปาล์มน้ำมัน สารสกัดจากยางพารา
•    อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เช่นศูนย์แสดงศิลปะวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์และศูนย์การแพทย์แผนไทย

สิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุน

สำหรับสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำหนดสิทธิประโยชน์พิเศษ ประกอบด้วย 

กลุ่ม A1+ สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล 10 - 13 ปี (ไม่จำกัดวงเงิน) สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงและกิจการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย (Biotech, Nanotech,Advanced Mat. Tech) โดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี

กลุ่ม A1-A4 ทั้งอุตสาหกรรมฐานความรู้ กิจการโครงสร้างพื้นฐาน หรือกิจการที่ใช้เทคโนโลยี ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้ฯ 3 - 8 ปี

ทั้งนี้หากมีการพัฒนาบุคลากรหรือวิจัยและพัฒนาได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งเกณฑ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยต้องมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ได้แก่ WiLสหกิจศึกษาและทวิภาคีหรือความร่วมมือเพื่อพัฒนาบุคลากรไทยในด้าน S&T อื่น ๆ ตามที่ได้รับความเห็นชอบ รวมทั้งเกณฑ์การวิจัยและพัฒนามีเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่ต่ำกว่า 1% หรือไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ของยอดรวมใน 3 ปีแรก กลุ่ม A1+ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล เพิ่มเติมอีก 2 ปี ส่วนกลุ่ม A1-A4 จะได้รับการลดหย่อยภาษีเงินได้ฯ 50% เพิ่มอีก 3 ปี

ล่าสุด บีโอไอรายงานข้อมูลการลงทุน พบสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ในช่วงเดือน ม.ค. 2566 – พ.ย. 2567 รวมแล้วกว่า 699 ราย มูลค่า 269,362 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่อยู่ใน CWEC จำนวน 348 ราย มูลค่าลงทุน 135,169 ล้านบาท รองลงมาคือ NeEC จำนวน 151 ราย มูลค่าลงทุน 93,791 ล้านบาท NEC จำนวน 111 ราย มูลค่าลงทุน 24,350 ล้านบาท และ SEC จำนวน 89 ราย มูลค่าลงทุน 16,052 ล้านบาท

ล่าสุด บีโอไอรายงานข้อมูลการลงทุน พบสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ในช่วงเดือน ม.ค. 2566 – พ.ย. 2567 รวมแล้วกว่า 699 ราย มูลค่า 269,362 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่อยู่ใน CWEC จำนวน 348 ราย มูลค่าลงทุน 135,169 ล้านบาท รองลงมาคือ NeEC จำนวน 151 ราย มูลค่าลงทุน 93,791 ล้านบาท NEC จำนวน 111 ราย มูลค่าลงทุน 24,350 ล้านบาท และ SEC จำนวน 89 ราย มูลค่าลงทุน 16,052 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมเศรษฐีโลกถึงหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ จนกระโดดขึ้น TOP 11 เมืองแพงสุดในปีเดียว?

ทำไมเศรษฐีโลกถึงหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ จนกระโดดขึ้น TOP 11 เมืองแพงสุดในปีเดียว?

23 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กรุงเทพมหานครก้าวกระโดดขึ้นสู่อันดับ 11 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับเศรษฐี เพิ่มขึ้นถึง 6 อันดับจากปีที่ผ่านมา ตามรายงาน Global Wealth and Lifestyle Report 2025 ของธนาคาร Julius Baer ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดหรูหราเอเชีย

Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

20 ตุลาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-19 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

สงครามภาษีสหรัฐฯ: ความเสี่ยงและโอกาสส่งออกไทย

สงครามภาษีสหรัฐฯ: ความเสี่ยงและโอกาสส่งออกไทย

31 มีนาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สหรัฐฯเปิดสงครามการค้า ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโก สร้างทั้งความเสี่ยงและโอกาสสำหรับไทย ต้องเฝ้าระวังการลักลอบปลอมแปลงถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมกับใช้โอกาสในการดึงดูดการลงทุน พัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง และขยายตลาดการส่งออกไทย