
ปตท. เสริมความมั่นคงพลังงานสำหรับ SMEs ด้วยการเดินเครื่องโรงกลั่นเกินกำลัง
7 เมษายน 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
กลุ่ม ปตท. เดินเครื่องโรงกลั่นเกินกำลังผลิตเฉลี่ย 105% และเปิดคลังน้ำมัน 24 ชั่วโมงช่วงปลาย มี.ค.–ต้น เม.ย. 2569 เพื่อรับมือความผันผวนด้านพลังงานจากตะวันออกกลาง
-
มาตรการเชิงรุกนี้ช่วยให้มีน้ำมันเพียงพอกระจายทั่วประเทศ ลดความเสี่ยงขาดแคลน และทำให้ประชาชนกับภาคธุรกิจยังเข้าถึงพลังงานได้ต่อเนื่อง
-
สำหรับ SMEs การมีพลังงานมั่นคงช่วยให้วางแผนธุรกิจได้มีเสถียรภาพ ลดความเสี่ยงหยุดชะงักต้นทุนพลังงาน และเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว
กลุ่ม ปตท. เร่งเสริมความมั่นคงพลังงานของประเทศ โดยเดินเครื่องโรงกลั่นเกินกำลังผลิตปกติถึง 105% และเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน 2569 การดำเนินการเชิงรุกนี้มีเป้าหมายเพื่อรับมือกับความผันผวนด้านพลังงานจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs มีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน และรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมของไทย
กลุ่ม ปตท. ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ด้วยการดำเนินมาตรการเชิงรุกในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกผันผวน กลุ่ม ปตท. ได้เดินเครื่องโรงกลั่นน้ำมันเกินกว่ากำลังการผลิตปกติเฉลี่ยสูงถึง 105% พร้อมเร่งกระบวนการผลิตและกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ
การตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตอย่างเต็มที่นี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านพลังงาน และการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการเดินเครื่องโรงกลั่นอย่างเข้มข้น ปตท. ยังได้เปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด เพื่อให้มั่นใจว่าการกระจายน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศจะดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้พลังงานที่จำเป็นสามารถเข้าถึงผู้บริโภคและภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจได้อย่างไม่ติดขัด
สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยและเครือข่ายธุรกิจต่างๆ ทั่วประเทศ มาตรการเหล่านี้ถือเป็นเสาหลักที่ช่วยสร้างความอุ่นใจอย่างยิ่ง การรับประกันการจัดหาน้ำมันอย่างเพียงพอและต่อเนื่องของ ปตท. ช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของธุรกิจในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิตที่ต้องใช้เครื่องจักรในการขับเคลื่อน, ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ที่พึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงในการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ, หรือแม้กระทั่งภาคบริการที่ต้องมีการเดินทางและจัดส่งถึงมือผู้บริโภค
การมีแหล่งพลังงานที่มั่นคงและเชื่อถือได้ช่วยให้ SMEs สามารถวางแผนและดำเนินธุรกิจได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ลดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ หรือต้นทุนพลังงานที่อาจผันผวนรุนแรงอันเนื่องมาจากการขาดแคลน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของ SMEs และช่วยให้พวกเขาสามารถส่งมอบสินค้าและบริการได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นจากลูกค้าและคู่ค้าในระยะยาว ดังนั้น การดำเนินการของ กลุ่ม ปตท. ในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของชาติ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนและหนุนเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยจากฐานรากสู่ภาพรวมอย่างยั่งยืน






