ผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางต่อตลาดหุ้นไทยและการฟื้นตัว

ผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางต่อตลาดหุ้นไทยและการฟื้นตัว

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ตลาดหุ้นไทยได้แสดงความยืดหยุ่น หลังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ดัชนี SET ดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดที่ 1,489.36 จุด ในช่วงเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2567 อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและปิดตลาดช่วงเที่ยงที่ 1,499.07 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29.19 จุด หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง 1.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 60,870.45 ล้านบาท

ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อ กลุ่มหุ้นท่องเที่ยว ที่ปรับตัวลดลงจากความกังวลด้านการเดินทางและความปลอดภัย ในทางกลับกัน กลุ่มโรงพยาบาล มีทิศทางสวนทาง ขณะที่ กลุ่มพลังงาน ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงดัชนี เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนของหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีสูงถึง 31%

นักวิเคราะห์จาก บริษัท หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำกลยุทธ์ "ย่อซื้อ" โดยเน้นลงทุนใน หุ้นปันผล และ หุ้นพลังงาน เพื่อรับมือความผันผวนระยะสั้นนี้ นอกจากนี้ยังมีการโยกย้ายเงินลงทุนไปยัง ทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด

แม้ตลาดหุ้นไทยจะแสดงการฟื้นตัว แต่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ภายนอก ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เตือนว่า หากราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นปะทะกับภาวะสุญญากาศทางการคลังในประเทศ อาจฉุดเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ ทางด้าน หอการค้าไทย ได้ออกคำเตือนให้ภาคธุรกิจเตรียมรับมือกับความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูงขึ้น หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยแนะนำให้เร่งควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการค่าเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เตือนว่า หากราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นปะทะกับภาวะสุญญากาศทางการคลังในประเทศ อาจฉุดเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง