สรุปข่าวประจำสัปดาห์ 7 - 13 ก.ค. 2568 : Sunday Recap

สรุปข่าวประจำสัปดาห์ 7 - 13 ก.ค. 2568 : Sunday Recap

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปข่าวธุรกิจสำคัญในประเทศไทยและต่างประเทศที่มีผลต่อธุรกิจไทย (7-12 กรกฎาคม 2568)

1. เจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ ยังไร้ข้อสรุป

การเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยสหรัฐฯ มีแผนที่จะเรียกเก็บภาษีตอบโต้สูงสุดถึง 36-37% หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกของไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป เช่น อาหารทะเลแปรรูปและข้าวไทยที่อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ มูลค่าการส่งออกอาจลดลงถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.8% ของการส่งออกทั้งหมด ซึ่งจะมีผลกระทบต่อ GDP ของไทยในด้านการลงทุน การจ้างงาน และกำลังซื้อในประเทศ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะขยายระยะเวลาการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทได้เช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

2. เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก

เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก เช่น ความขัดแย้งทางการค้าในระดับนานาชาติ นโยบายการเงินที่เข้มงวดของสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การส่งออกของไทยชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน การบริโภคภายในประเทศก็ยังถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นและการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากลำบากมากขึ้น นักวิเคราะห์หลายคนได้ออกมาเตือนว่า หากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม เศรษฐกิจไทยอาจมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็นในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

3. การคาดการณ์ GDP ไทย

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก (World Bank) และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้มีการปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2568 ลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.8-2.9% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้นและการลงทุนจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้น แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างชัดเจน การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลงเนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ขณะที่การลงทุนภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟฟ้าและการพัฒนาท่าเรือ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในอนาคต

 

4. ค่าเงินบาทผันผวน

ในสัปดาห์นี้ ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.36 ถึง 32.74 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่มีค่าอยู่ที่ระดับ 36.28 บาทต่อดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงแรงกดดันจากการไหลเข้าหรือออกของเงินทุน แต่ยังรวมถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทที่มีความผันผวนนี้ส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกของไทย รวมถึงต้นทุนการนำเข้าสินค้าและบริการต่างๆ นอกจากนี้ยังมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดทุนไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต.

 

5. Soft Power ไทย

รัฐบาลจัดงาน “SPLASH – Soft Power Forum 2025” ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ระหว่าง 8-11 กรกฎาคม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 14 สาขา เช่น ดนตรี ศิลปะ อาหาร ภาพยนตร์ ฯลฯ งานนี้มีทั้งนิทรรศการ การจับคู่ธุรกิจ เวิร์กช็อป และเวทีเสวนาระดับโลก โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อยกระดับ soft power ไทยสู่เวทีโลกและสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ. 

เริ่มต้นจาก แพทองธาร ชินวัตร  🔗 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ Soft Power ในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทยจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เธอมองว่า Soft Power เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ โดยเสนอแนวคิด “5 เสาหลัก” ได้แก่ อาหารไทย มวยไทย สุขภาพ ภาพยนตร์ และอัญมณี เพื่อผลักดันให้ไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง รัฐบาลภายใต้การนำของเธอจะทำหน้าที่เป็น “ผู้เอื้ออำนวย” ไม่ใช่แค่ผู้กำกับดูแล โดยเน้นความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชน พร้อมทั้งผลักดันโครงการ “One Family, One Soft Power” เพื่อพัฒนาทักษะของคนไทยในทุกครัวเรือนให้สามารถใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสใหม่

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เสนอแนวคิดการยกระดับโครงการ OTOP สู่แพลตฟอร์ม “ThaiWORKS” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายความร่วมมือในระดับโลก เขาเน้นการพัฒนานวัตกรรม การส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญ ทักษิณมองว่า Soft Power ไม่เพียงแต่เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับประเทศไทยในเวทีโลก

ด้าน เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี อีกท่านหนึ่ง ได้เน้นบทบาทของกีฬาไทย โดยเฉพาะมวยไทย ในฐานะ Soft Power ที่มีศักยภาพสูง เขาเสนอให้มีการพัฒนากีฬาไทยให้ได้มาตรฐานสากล สร้างลีกอาชีพ และเชื่อมโยงกีฬาเข้ากับสุขภาพ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบันเทิง เศรษฐาเชื่อว่าการผลักดันนักกีฬาสู่เวทีโลกจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและรายได้ใหม่ให้กับประเทศ พร้อมทั้งยกระดับกีฬาไทยให้เป็นหนึ่งในเสาหลักของ Soft Power ไทย

6. โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

รัฐบาลได้อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าในราคาเพียง 20 บาทตลอดสายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจะเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ โดยประชาชนที่สนใจจะต้องทำการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Thang Rath เพื่อรับสิทธิ์ในการใช้บริการ ค่าโดยสารที่ถูกกำหนดใหม่นี้จะครอบคลุมการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทั้ง 5 สาย ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนจากเดิมที่ต้องจ่ายสูงสุดถึง 150 บาทต่อเที่ยว เหลือเพียง 20 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมีเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองและสนับสนุนการเดินทางของประชาชนให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

 

7. การถอนร่างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์

คณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติถอนร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์ ซึ่งรวมถึงคาสิโน ออกจากวาระการประชุมในครั้งนี้ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการตัดสินใจเช่นนี้คือการเปลี่ยนแปลงในคณะรัฐมนตรีและแรงกดดันจากสังคมที่มีต่อเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ ยังไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะมีการนำร่างกฎหมายนี้กลับมาพิจารณาใหม่หรือไม่ การถอนร่างกฎหมายนี้อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการปรับโครงสร้างธุรกิจท่องเที่ยวและความบันเทิงในอนาคตของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

 

8. นโยบายรัฐกระตุ้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมนี้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่อ่อนแรง และจำนวนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลจึงได้เดินหน้านโยบาย soft power โดยเฉพาะการขยายโครงการ Thai SELECT ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานของร้านอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาและอบรมสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อหวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในอุตสาหกรรมนี้อย่างยั่งยืน.

 

9. AI กับตลาดแรงงานไทย

รายงานที่จัดทำโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ World Economic Forum ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่สำคัญในตลาดแรงงานไทยในช่วงปี 2568-2573 โดยระบุว่าทักษะที่เกี่ยวข้องกับ AI, Big Data, การคิดวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์จะมีความต้องการสูงขึ้นอย่างมากในอนาคตอันใกล้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะส่งผลให้ทักษะที่จำเป็นในตลาดแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงถึง 40% ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งหมายความว่าแรงงานทุกคนจะต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับตลาดงานใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นและตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัลนี้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

10. ผลกระทบสงครามการค้าต่อราคาทองคำ

นโยบายภาษีใหม่ที่ถูกประกาศใช้ในสหรัฐอเมริกาได้ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดความผันผวนที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในสถานการณ์เช่นนี้ นักลงทุนหลายคนเริ่มหันมาถือครองทองคำมากขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวตามตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจนำเข้าและส่งออกทองคำของไทยอย่างชัดเจน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

11. การผลิตยายับยั้งมะเร็งในไทย

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการแพทย์ไทย ด้วยความสำเร็จในการผลิตยายับยั้งมะเร็งชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” ซึ่งเป็นตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยตัวยาสำคัญคือ “อิมาทินิบ” (Imatinib) ขนาด 100 มิลลิกรัม ยานี้ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 และเริ่มนำมาใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป.

รายละเอียดและความสำคัญของ “อิมครานิบ 100” (IMCRANIB 100)

“อิมครานิบ 100” เป็นยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ไทโรซีนไคเนสอย่างจำเพาะเจาะจง ส่งผลให้สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง ลดผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติของร่างกาย ยานี้เหมาะสำหรับการรักษาโรคมะเร็งหลายชนิด อาทิ มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล (CML), มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดฟิลาเดลเฟียบวก, มะเร็งเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (GIST) และมะเร็งผิวหนังชนิดหายาก (DFSP) การผลิตยาในประเทศครั้งนี้ช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศที่มีราคาสูง ทำให้ผู้ป่วยไทยสามารถเข้าถึงยาคุณภาพในราคาที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสในการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคั

ข้อมูลติดต่อและเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (Chulabhorn Hospital)
ที่อยู่: 906 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
เบอร์ติดต่อ: 1118 หรือ 0-2576-6000
เว็บไซต์: https://chulabhornhospital.cra.ac.th
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
เว็บไซต์: https://www.cra.ac.th

 

12. ภาคการท่องเที่ยวยังเผชิญแรงกดดัน

แม้การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวจากโควิด-19 แต่ยังได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่กลับสู่ระดับเดิม ภาคธุรกิจโรงแรมและบริการต้องปรับตัวด้วยการเน้นตลาดภายในประเทศและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โครงการคนละครึ่งเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง แม้จะเป็นมาตรการที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย แต่การดำเนินงานที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหาเชิงเทคนิค การเข้าถึงสิทธิ์ที่ไม่เท่าเทียม การทุจริต และข้อจำกัดเชิงนโยบายที่ทำให้ประสิทธิผลของโครงการยังไม่สูงเท่าที่ควร รัฐบาลจึงต้องเร่งปรับปรุงระบบและมาตรการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้โครงการตอบโจทย์ประชาชนและเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

13. การประชุม BRICS กับบทบาทไทย

ประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมผู้นำ BRICS ครั้งที่ 17 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการหารือเกี่ยวกับการรับมือกับแรงกดดันที่เกิดจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจใหม่ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก BRICS และประเทศในเอเชียโดยรวม

 

14. ความเสี่ยงเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

สองธนาคารใหญ่เตือนว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย หากปัญหาการเมืองและการส่งออกยังไม่คลี่คลาย พร้อมแนะให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ข่าวเหล่านี้สะท้อนถึงความท้าทายและโอกาสของเศรษฐกิจไทยที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนธุรกิจและการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์