เจาะลึกดัชนีไทยคอร์รัปชันไทยปี 2025 สัญญาณเตือนจากโลกต่อโครงสร้างอำนาจ

เจาะลึกดัชนีไทยคอร์รัปชันไทยปี 2025 สัญญาณเตือนจากโลกต่อโครงสร้างอำนาจ

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การประกาศผลดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2025 โดย Transparency International เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการรายงานตัวเลขประจำปี หากแต่เป็นสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้างที่สะท้อนความเปราะบางของระบบธรรมาภิบาลไทยในสายตานานาชาติอย่างชัดเจนที่สุดในรอบเกือบสองทศวรรษ

ประเทศไทยได้ 33 คะแนนจาก 100 คะแนน ลดลงจาก 34 คะแนนในปี 2024 และอันดับโลกร่วงลงมาอยู่ที่ 116 จาก 182 ประเทศ ตามรายงาน CPI 2025 อย่างเป็นทางการของ Transparency International แม้การลดลง 1 คะแนนอาจอยู่ในกรอบความคลาดเคลื่อนทางสถิติของดัชนี (CPI มีค่า Standard Error โดยเฉลี่ย ±2–3 คะแนน) แต่แนวโน้มระยะยาวสะท้อนว่าคะแนนของไทยยังคงเคลื่อนไหวในระดับต่ำต่อเนื่องมาตลอดกว่าทศวรรษคำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเหตุใดคะแนนลดลง แต่คือเหตุใดประเทศไทยยังไม่สามารถหลุดพ้นจากกับดักธรรมาภิบาลระดับต่ำได้

 

CPI คือภาพสะท้อนการรับรู้ ไม่ใช่จำนวนคดี

CPI ไม่ได้วัดจำนวนคดีทุจริตหรือสถิติการจับกุม หากแต่เป็นดัชนีที่สะท้อน “การรับรู้” ของผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์ความเสี่ยง และผู้บริหารธุรกิจทั่วโลก โดยใช้ข้อมูลจาก 13 แหล่งอิสระที่ผ่านเกณฑ์ด้านความน่าเชื่อถือของ Transparency International

แหล่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการคำนวณ CPI ปี 2025 ของไทย ได้แก่

·         Bertelsmann Stiftung – Transformation Index (BTI)

·         World Justice Project – Rule of Law Index

·         Varieties of Democracy Institute (V-Dem)

·         IMD World Competitiveness Yearbook

·         Economist Intelligence Unit – Country Risk

·         World Economic Forum – Executive Opinion Survey

·         The PRS Group – International Country Risk Guide

·         S&P Global Market Intelligence

การที่คะแนนลดลงจึงสะท้อนการประเมินเชิงระบบจากหลายสถาบันระดับโลก ไม่ใช่มุมมองจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง

BTI: คุณภาพสถาบันการเมืองยังอ่อนแอ

รายงาน Transformation Index ล่าสุดของ Bertelsmann Stiftung ให้คะแนนไทย 4.95 จาก 10 (BTI 2024) ลดลงเล็กน้อยจากรอบก่อนหน้า รายงานฉบับประเทศของไทยระบุว่าระบบการเมืองยังมีลักษณะ “ระบอบผสม” ระหว่างประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม โดยการเลือกตั้งดำเนินได้ แต่ยังไม่ถือว่าเสรีและเป็นธรรมอย่างสมบูรณ์

รายงานยังชี้ถึงการรวมศูนย์อำนาจในระบบราชการ การแต่งตั้งตำแหน่งที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุปถัมภ์ และกลไกตรวจสอบฝ่ายบริหารที่ยังไม่เข้มแข็ง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบต่อการรับรู้คอร์รัปชันในระยะยาว

Rule of Law: ฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่ามาตรฐานโลก

ข้อมูลจาก World Justice Project ระบุว่าไทยมีคะแนน Rule of Law อยู่ราว 0.50 จาก 1.00 ในรายงานปี 2025 และอันดับปรับดีขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม รายงานยังชี้ว่าประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้าน

·         การตรวจสอบฝ่ายบริหาร

·         ความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม

·         เสรีภาพสื่อ

แม้จะมีพัฒนาการบางด้าน แต่ระดับคะแนนของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศพัฒนาแล้วอย่างมีนัยสำคัญ

V-Dem: การเมืองเชิงอุปถัมภ์ยังฝังรากลึก

ดัชนี political corruption ของ V-Dem สะท้อนว่าการใช้อำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองยังเป็นประเด็นที่ถูกจับตา รายงานข้อมูล v14 ของ V-Dem ชี้ว่าประเทศที่มีความอ่อนแอของกลไกตรวจสอบมักมีระดับการรับรู้คอร์รัปชันสูงกว่าค่าเฉลี่ย

ข้อสังเกตสำคัญคือ หลายประเทศในอาเซียน เช่น Vietnam และ Laos สามารถรักษาคะแนน CPI ใกล้เคียงหรือดีกว่าไทยได้ แม้มีบริบทการเมืองแตกต่างกัน สะท้อนว่าประสิทธิภาพของกลไกต่อต้านคอร์รัปชันมีความสำคัญมากกว่ารูปแบบการปกครองเพียงอย่างเดียว

มุมมองนักธุรกิจ: ความเสี่ยงเชิงระบบ

IMD และ World Economic Forum รายงานว่าความเชื่อมั่นของผู้บริหารธุรกิจต่อความโปร่งใสภาครัฐของไทยมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยเฉพาะประเด็น

·         ความซับซ้อนของขั้นตอนราชการ

·         การใช้ดุลพินิจที่ไม่ชัดเจน

·         ความล่าช้าในการอนุมัติ

ในยุคที่การแข่งขันดึงดูดการลงทุนสูงขึ้น ความโปร่งใสจึงไม่ใช่เพียงประเด็นทางศีลธรรม แต่เป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจโดยตรง

ความเสี่ยงประเทศ: เสถียรภาพมหภาคไม่พอ

แม้ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค แต่รายงานของ Economist Intelligence Unit และ PRS Group ยังคงจัดไทยอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงระดับปานกลาง โดยเน้นความไม่แน่นอนเชิงสถาบันและการเมืองเป็นประเด็นสำคัญ

ความเสถียรทางการคลังหรืออัตราเงินเฟ้อที่ควบคุมได้ จึงไม่เพียงพอหากกลไกตรวจสอบอำนาจยังเปราะบาง

คะแนน 33 มีนัยอย่างไร

ในเชิงสถิติ การลดลง 1 คะแนนอาจไม่ใช่ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อพิจารณาแนวโน้มระยะยาวตั้งแต่ปี 2012 จะพบว่าคะแนนไทยไม่สามารถทะลุระดับ 35–37 คะแนนได้อย่างยั่งยืน

หลายประเทศที่เคยมีคะแนนใกล้เคียงไทยสามารถปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ขณะที่ไทยยังคงแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า

ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่มองไม่เห็น

คะแนน CPI ในระดับต่ำอาจส่งผลต่อ

·         ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ประเทศ

·         ต้นทุนการระดมทุนระหว่างประเทศ

·         ความสามารถแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานโลก

ในยุคที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับ ESG และธรรมาภิบาล การรักษาคะแนนในระดับต่ำอาจมีต้นทุนทางเศรษฐกิจมากกว่าที่ปรากฏในตัวเลข

บทสรุป

CPI ปี 2025 ไม่ได้สะท้อนวิกฤตเฉียบพลัน แต่สะท้อนภาวะชะงักงันเชิงโครงสร้างของธรรมาภิบาลไทย แม้คะแนนลดลงเพียง 1 คะแนน แต่การไม่สามารถยกระดับได้ต่อเนื่องกว่าทศวรรษคือประเด็นที่น่ากังวลกว่า ในโลกที่ความเชื่อมั่นคือทุนสำคัญของเศรษฐกิจ ความโปร่งใสจึงไม่ใช่ทางเลือก หากแต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“จำนำข้าว”จากนโยบายประชานิยม สู่ความรับผิดชอบทางการเมือง “ยิ่งลักษณ์”  1 หมื่นล้าน

“จำนำข้าว”จากนโยบายประชานิยม สู่ความรับผิดชอบทางการเมือง “ยิ่งลักษณ์” 1 หมื่นล้าน

23 พฤษภาคม 2568

สูตรคูณ

11 ปีหลังรัฐประหาร คำพิพากษาคดีข้าวกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่เปลี่ยนแนวคิดธรรมาภิบาลไทย เมื่อศาลแยกแยะ 'นโยบาย' กับ 'การบริหาร' และเรียกร้องความรับผิดชอบใหม่จากผู้นำ วิเคราะห์เชิงลึกผลกระทบต่อการเมืองและการบริหารราชการยุคใหม่