อลงกรณ์ ชี้ตลาดโลก 97% ยังค้าขายต่อได้ ชวนค้นหาโอกาสในวิกฤตทรัมป์ 2.0

อลงกรณ์ ชี้ตลาดโลก 97% ยังค้าขายต่อได้ ชวนค้นหาโอกาสในวิกฤตทรัมป์ 2.0

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.ห่วงทรัมป์ 2.0 ทำเศรษฐกิจโลกโตต่ำเหลือแค่ 2.8% กระทบไทยต้องเร่งหาทางออกประเทศ ชี้สงครามการค้าสหรัฐ-จีนหนักหน่วง แต่ตลาดโลกอีก 97% ยังค้าขายต่อได้ ชวนทุกฝ่ายค้นหาโอกาสในวิกฤต

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์ (FKII Thailand) เปิดเผยว่า ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ได้ประเมินว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกเป็นลูกโซ่ จะส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงจาก 3.3% เหลือ 2.8% ในปีนี้

ส่วนมิติการค้านั้น การค้าระหว่างสองประเทศคิดเป็นสัดส่วน 3% ของตลาดการค้าโลกซึ่งมีมูลค่า 24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อปี 2024 มูลค่าการส่งออก-นำเข้าของสหรัฐและจีนอยู่ที่ 582.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐส่งไปจีน 143.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจีนส่งไปสหรัฐ 438.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้องค์การการค้าโลก (WTO) มองว่า ถ้าสงครามการค้ายังสู้กันด้วยการขึ้นภาษีจะทำให้ 2 ชาติมหาอำนาจยุติการค้าขายกัน แต่ตลาดโลกอีก 97% ยังค้าขายต่อไปได้ นับเป็นตัวอย่างมุมมองที่น่าสนใจอย่างไรก็ตามผลกระทบยังมีอีกหลายมิติ ไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจการค้า แต่เป็นทั้งโอกาสและวิกฤตขึ้นกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศ

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทยเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองของทั้ง 2 มหาอำนาจและอยู่ในกลุ่มประเทศเสี่ยงลำดับต้น ๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และจากนโยบายทรัมป์ 2.0 ในครั้งนี้ ซึ่งจะรอด จะร่วง หรือจะรุ่ง จะเป็นโอกาสหรือวิกฤตสำหรับก้าวต่อไปของประเทศไทย

ทั้งนี้สามารถหาคำตอบได้ในงานเสวนาโต๊ะกลมของสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์ ในงาน FKII National Dialogue“โอกาสหรือวิกฤติใหม่เศรษฐกิจไทยภายใต้สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน“ วันพุธที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 13.00-15.30 น.ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมงาน และร่วมแสดงความเห็นเพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองของทั้ง 2 มหาอำนาจและอยู่ในกลุ่มประเทศเสี่ยงลำดับต้น ๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และจากนโยบายทรัมป์ 2.0 ในครั้งนี้ ซึ่งจะรอด จะร่วง หรือจะรุ่ง จะเป็นโอกาสหรือวิกฤตสำหรับก้าวต่อไปของประเทศไทย

งานนี้มีวิทยากรร่วมเสวนา อาทิ นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand, นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา (TVA) และผู้อำนวยการสถาบัน FKII Thailand ผู้เชี่ยวชาญด้านอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี, นายเกษมสันต์ วีระกุล  ประธานซีเอ็ดนักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน, ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน อดีตอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่งผู้เชี่ยวชาญด้านจีน เป็นต้น

ข้อเสนอและข้อสังเกตจากเวทีเสวนา
    •    ไทยควรมีมาตรการเชิงรุกและชัดเจนมากขึ้นในการรับมือกับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ-จีน
    •    ภาคเอกชนและรัฐต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการวางกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่จากวิกฤติ
    •    ต้องจับตาและปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่งออกไทยอ่วม พาณิชย์เผย ทรัมป์เก็บภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯหลายเด้ง

ส่งออกไทยอ่วม พาณิชย์เผย ทรัมป์เก็บภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯหลายเด้ง

6 เมษายน 2568

ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 36% เพิ่มจากอัตราภาษีที่เรียกเก็บอยู่แล้ว รวมทั้งอากร ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหาร เริ่ม 9 เม.ย. 2568 พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยา เจรจาลดผลกระทบ ขยายตลาดส่งออกใหม่ทดแทน

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

22 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การสัมมนา BOT Symposium 2025 ได้สะท้อนภาพผลกระทบของสงครามการค้าและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย และเสนอแนวทางการปรับตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

จับสัญญาณจีน-เวียดนาม พันธมิตรเศรษฐกิจสู้ศึกสงครามการค้ากับสหรัฐฯ?

จับสัญญาณจีน-เวียดนาม พันธมิตรเศรษฐกิจสู้ศึกสงครามการค้ากับสหรัฐฯ?

15 เมษายน 2568

วิเคราะห์การเยือนเวียดนามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เผยจุดยืนของจีนต่อสงครามการค้า เป้าหมาย 6 ประการในความร่วมมือจีน-เวียดนาม และการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

'โบอิ้ง'ทะยานและดิ่งลง เมื่อจีนส่งเครื่องบินกลับสหรัฐ ตอบโต้สงครามภาษีทรัมป์

'โบอิ้ง'ทะยานและดิ่งลง เมื่อจีนส่งเครื่องบินกลับสหรัฐ ตอบโต้สงครามภาษีทรัมป์

20 เมษายน 2568

ทีมบรรณาธิการ / โต๊ะข่าวต่างประเทศ

โบอิ้งถูกโจมตีซ้ำจากสงครามภาษีทรัมป์ เมื่อเครื่องบิน 737 MAX ของสายการบินจีนต้องบินกลับสหรัฐฯ ท่ามกลางการขาดทุนหนัก 1.18 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 และการยกเลิกคำสั่งซื้อ ขณะที่จีนปฏิเสธรับรู้และอาจหันไปจับมือกับบราซิล