
รุกหรือรับ? แผนที่นำทางผู้ส่งออกไทยท่ามกลางสงครามการค้าโลก จาก DITP
24 เมษายน 2568
Business Leader / โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ
ในโลกของการค้าระหว่างประเทศที่กำลังเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ ณ จุดเปลี่ยนที่สำคัญ การที่สหรัฐอเมริกาเลือกใช้นโยบายภาษีตอบโต้อย่างแข็งกร้าวได้สร้างคลื่นกระเพื่อมไปทั่วห่วงโซ่อุปทานโลก ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องพิจารณาตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของตนเองใหม่
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้ทำการวิเคราะห์เชิงลึกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าส่งออกสำคัญ 11 รายการของไทย ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 25,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การศึกษานี้ไม่เพียงแต่ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า แต่ยังเผยให้เห็นถึงโอกาสที่แฝงอยู่ในวิกฤตครั้งนี้
ภูมิทัศน์ใหม่ของการส่งออก: การวิเคราะห์รายสินค้า

เครื่องโทรศัพท์และสมาร์ทโฟน
(มูลค่าส่งออก 6,846.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุดของไทย ข้อได้เปรียบที่สำคัญคือการที่ไทยเผชิญกับอัตราภาษีที่ต่ำกว่าจีนและเวียดนาม ซึ่งอาจดึงดูดการลงทุนจากบริษัทจีนที่ต้องการย้ายฐานการผลิต อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่น่ากังวลคือการแข่งขันด้านราคาที่อาจรุนแรงขึ้น และการทะลักเข้าของสินค้าจีนที่กำลังมองหาตลาดทดแทนสหรัฐฯ ทาง DITP แนะนำให้ผู้ส่งออกไทยพิจารณาขยายตลาดไปยังอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพสูง

เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
(มูลค่าส่งออก 6,093.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

อยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ด้วยข้อได้เปรียบด้านอัตราภาษีเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลักอย่างจีนและเวียดนาม แต่ความเสี่ยงที่สำคัญคือการที่ผู้ประกอบการต่างชาติอาจพิจารณาย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีที่ต่ำกว่า ทางออกสำหรับสินค้ากลุ่มนี้คือการส่งเสริมการลงทุนต่อยอดในประเทศและการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค

ยางรถยนต์
(มูลค่าส่งออก 3,513 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เป็นสินค้าที่ไทยมีความแข็งแกร่งในตลาดโลกมาอย่างยาวนาน โดยยังคงรักษาข้อได้เปรียบด้านอัตราภาษีเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งอาจดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตจีน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ต้องจับตามองคือการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า นักวิเคราะห์แนะนำให้มีการส่งเสริมการลงทุนต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนาตลาดทดแทนที่มีศักยภาพ

อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์
(มูลค่าส่งออก 2,472.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เป็นสินค้าที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไทยมีโอกาสที่น่าสนใจจากอัตราภาษีที่ได้เปรียบและการลงทุนจากจีนและไต้หวันที่ต้องการพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคอาเซียน แต่ก็มีความเสี่ยงจากการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการต่างชาติหากพบทางเลือกที่ดีกว่า DITP แนะนำให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าในตลาดอาเซียนและเร่งพัฒนาระบบนิเวศเพื่อรองรับการลงทุนต่อยอด

ส่วนประกอบและอุปกรณ์ของยานยนต์
(มูลค่าส่งออก 1,404.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ยังคงมีโอกาสที่ดี เนื่องจากชิ้นส่วนยานยนต์ทดแทนกว่าร้อยละ 80 ยังไม่อยู่ในขอบข่ายของมาตรการขึ้นภาษีภายใต้มาตรา 232 อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือการทะลักเข้าของสินค้าจากจีนที่ต้องการหาตลาดทดแทนสหรัฐฯ DITP แนะนำให้ผู้ส่งออกเจาะตลาดที่มีศักยภาพในละตินอเมริกาและตะวันออกกลาง ซึ่งมีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเติบโต

เครื่องปรับอากาศ
(มูลค่าส่งออก 1,273.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

มีข้อได้เปรียบด้านอัตราภาษีที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเวียดนาม แต่ก็เผชิญกับความท้าทายด้านการแข่งขันราคาและการทะลักเข้าของสินค้าจากจีน การขยายตลาดไปยังภูมิภาคอาเซียนและตะวันออกกลางที่มีความต้องการสูงเนื่องจากสภาพภูมิอากาศ อาจเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ส่งออกไทย

ของปรุงแต่งชนิดที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์
(มูลค่าส่งออก 870.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในเวทีโลก โอกาสที่น่าสนใจคือการขยายตลาดไปยังยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงอย่างมากและมีแนวโน้มการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือความเสี่ยงที่ไทยอาจสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ ให้กับประเทศคู่แข่ง DITP แนะนำให้มีการขยายตลาดไปยังยุโรปและเตรียมความพร้อมสำหรับตลาดใหม่ๆ โดยการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาด

ข้าว
(มูลค่าส่งออก 797.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ยังคงเป็นสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของไทย ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไทยมีโอกาสจากการที่ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อื่นๆ ได้รับอัตราภาษีสูงกว่า ทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงจากการที่ผู้นำเข้าอาจทิ้งสัญญาหรือชะลอคำสั่งส่งมอบจนกว่าอัตราภาษีจะมีความชัดเจนและคงที่มากขึ้น DITP มีแผนดำเนินการตามโครงการส่งเสริมการขยายตลาดส่งออกข้าวไทยสำหรับปีงบประมาณ 2568 ทั้งในตลาดหลักและตลาดรองที่มีศักยภาพ

ปลาที่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย
(มูลค่าส่งออก 691.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

มีโอกาสในการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ ที่อาจพัฒนาเป็นตลาดหลักในอนาคต แม้จะมีความท้าทายจากการที่สินค้าบางรายการอาจมียอดส่งออกลดลงเนื่องจากพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก นักวิเคราะห์แนะนำให้ขยายการส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางที่มีศักยภาพ เช่น อียิปต์ อิสราเอล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เครื่องแต่งกายและของที่ใช้ประกอบทำด้วยยางวัลแคไนซ์
(มูลค่าส่งออก 581.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

มีโอกาสในการขยายตลาดไปยังยุโรปซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า อย่างไรก็ตาม ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านราคาเมื่อเทียบกับมาเลเซียซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในสินค้ากลุ่มนี้ DITP แนะนำให้มีการขยายตลาดใหม่และจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับตัว

ยางธรรมชาติและกัมธรรมชาติ
(มูลค่าส่งออก 530.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สินค้าดั้งเดิมที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ยังคงมีโอกาสในการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพนอกเหนือจากตลาดหลัก แต่ก็เผชิญความท้าทายเรื่องการเสียเปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับมาเลเซียซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ การขยายตลาดใหม่และการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า เป็นแนวทางที่ DITP แนะนำเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

กลยุทธ์การปรับตัวอย่างมีชั้นเชิง
จากการวิเคราะห์ของ DITP ผู้ส่งออกไทยควรพิจารณาแนวทางที่มีความละเอียดอ่อนและมองการณ์ไกล กลยุทธ์ดังกล่าวประกอบด้วย:
การเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ
แทนที่จะพึ่งพาตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา ผู้ส่งออกควรมองหาโอกาสในตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างอินเดีย ซึ่งกำลังมีประชากรชนชั้นกลางเติบโตอย่างรวดเร็ว หรือตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีกำลังซื้อสูง
การพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์
การสร้างพันธมิตรตลอดห่วงโซ่อุปทานกับประเทศที่มีข้อได้เปรียบด้านภาษีหรือต้นทุนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยการผลิตข้ามพรมแดน
การยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพ
ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การรักษาความสามารถในการแข่งขันจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนามาตรฐานสินค้าและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ผู้ส่งออกควรลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์
การติดตามนโยบายการค้าอย่างใกล้ชิด
ในสภาพแวดล้อมที่นโยบายการค้าระหว่างประเทศมีความผันผวนสูง ผู้ส่งออกจำเป็นต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น

มุมมองสู่อนาคต
แม้ว่าสงครามการค้าจะสร้างความท้าทายให้กับผู้ส่งออกไทย แต่ก็ได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีวิสัยทัศน์ การย้ายฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติจากจีนอาจนำมาซึ่งการลงทุนใหม่ในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนสูงอย่างอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
ในขณะเดียวกัน ตลาดใหม่ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา ก็พร้อมที่จะรองรับสินค้าไทยที่มีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ ผู้ส่งออกที่สามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการเฉพาะของตลาดเหล่านี้จะมีโอกาสเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ผู้ส่งออกไทยกำลังยืนอยู่ที่ทางแยกสำคัญ พวกเขาสามารถเลือกที่จะยึดติดกับรูปแบบการส่งออกแบบเดิม หรือปรับตัวสู่ยุทธศาสตร์ใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ บทวิเคราะห์ของ DITP ชี้ให้เห็นว่า แนวทางที่สองนี้อาจเป็นเส้นทางที่ยั่งยืนกว่าสำหรับการเติบโตในอนาคต
ดาวน์โหลดเอกสาร ที่นี่