
สหรัฐ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน ฮอร์มุซปิด ราคาน้ำมันโลกจะวิ่งไปถึงไหน?
1 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ฮอร์มุซสั่นคลอน นักวิเคราะห์เตือนน้ำมันอาจพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบซัพพลายเชนโลก เศรษฐกิจถดถอยรออยู่หรือไม่?
ปฏิบัติการทางทหารร่วมของสหรัฐและอิสราเอลที่โจมตีอิหร่านเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดพลังงานโลก หลังอิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซและยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐในกลุ่มประเทศอ่าว นักวิเคราะห์หลายสำนักเตือนว่าหากสถานการณ์บานปลาย อาจฉุดเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง
ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดที่โลกรับไม่ได้ให้ปิด
ศูนย์กลางความกังวลของตลาดคือช่องแคบฮอร์มุซ ทางออกเดียวของน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียสู่โลก สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ในปี 2568 น้ำมันดิบกว่า 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 1 ใน 3 ของการส่งออกน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ไหลผ่านช่องแคบแห่งนี้ โดยประมาณ 3 ใน 4 ของปริมาณดังกล่าวมุ่งสู่จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขณะที่จีนพึ่งพาน้ำมันจากเส้นทางนี้ถึงครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด
ด้าน Euronews อ้างข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศพลังงานสหรัฐ (EIA) ระบุว่าในปี 2567 มีน้ำมันดิบไหลผ่านช่องแคบนี้เฉลี่ย 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นเกือบ 20% ของการบริโภคน้ำมันเหลวทั่วโลก พร้อมเตือนว่า "แทบไม่มีเส้นทางทางเลือกหากช่องแคบถูกปิด"
สถานการณ์ล่าสุดนับว่าวิกฤต หลังอิหร่านประกาศห้ามเรือทุกลำผ่านช่องแคบ โดย Reuters รายงานว่าเจ้าหน้าที่ภารกิจทางเรือ Aspides ของสหภาพยุโรปยืนยันว่า กองกำลัง IRGC ของอิหร่านได้ส่งสัญญาณวิทยุ VHF แจ้งว่า "ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ" ขณะที่บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Hapag-Lloyd, CMA CGM ต่างระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ราคาน้ำมันพุ่ง นักวิเคราะห์เตือนอาจแตะ 100 ดอลลาร์
ก่อนเหตุการณ์จะทวีความรุนแรง ราคาน้ำมัน Brent ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 72.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.45% ส่วน WTI อยู่ที่ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.78%
CNBC อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ Bob McNally อดีตที่ปรึกษาพลังงานทำเนียบขาวในยุครัฐบาล George W. Bush และผู้ก่อตั้ง Rapidan Energy ซึ่งระบุว่า ราคาน้ำมันฟิวเจอร์สมีแนวโน้มปรับขึ้น 5-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันทีที่ตลาดเปิดซื้อขาย และหากอิหร่านทำให้การเดินเรือในช่องแคบไม่ปลอดภัย ราคาอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล McNally เตือนด้วยว่า "การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างยืดเยื้อ คือการรับประกันว่าเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย"
สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของ Reuters ที่อ้าง William Jackson หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่จาก Capital Economics ว่า แม้ความขัดแย้งจะถูกจำกัดวง ราคา Brent อาจขยับขึ้นไปแตะ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากกระทบอุปทานยืดเยื้อ ราคาอาจพุ่งถึง 100 ดอลลาร์ ซึ่งจะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อโลกขึ้น 0.6-0.7 จุดเปอร์เซ็นต์
สั่นคลอนตลาดการเงินทั่วโลก
ผลกระทบไม่หยุดอยู่แค่ตลาดพลังงาน Reuters รายงานว่าดัชนีความผันผวน VIX เพิ่มขึ้นแล้วราว 1 ใน 3 ในปีนี้ และตลาดหุ้นในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ ซึ่งเปิดซื้อขายในวันอาทิตย์ จะเป็นตัวชี้วัดแรกของบรรยากาศการลงทุน โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าหุ้นกลุ่มอ่าวอาจร่วงลง 3-5%
ขณะเดียวกัน ทองคำซึ่งขึ้นมาแล้วกว่า 22% ในปีนี้ มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนเพิ่ม เช่นเดียวกับเงินฟรังก์สวิสและเยนญี่ปุ่นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนบิตคอยน์ร่วงลง 2% ในวันเดียวกัน และสูญมูลค่าไปกว่า 25% ในสองเดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดไม่ได้มองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกต่อไป
อิหร่านในฐานะผู้ผลิตน้ำมัน
Euronews ให้ข้อมูลพื้นฐานว่า อิหร่านผลิตน้ำมันราว 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จัดอยู่ใน 10 อันดับผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก และเป็นสมาชิก OPEC โดยมีต้นทุนการผลิตต่ำเพียง 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าสหรัฐและแคนาดาที่อยู่ที่ 40-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างมีนัยสำคัญ จีนเป็นผู้รับซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นกว่า 80% ของการส่งออกทั้งหมด
สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และตลาดพลังงานโลกกำลังจับตาว่าการเจรจาทางการทูตจะดำเนินไปอย่างไร ท่ามกลางความเสี่ยงที่อาจลุกลามจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางสู่วิกฤตเศรษฐกิจระดับโลก
