
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยหารือกรมการขนส่งทางบก หนุน Green Logistics
20 กุมภาพันธ์ 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
กรมการขนส่งทางบก โดยสำนักการขนส่งสินค้า ได้เข้าหารือและเก็บข้อมูลจาก สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เพื่อขับเคลื่อนโครงการ Green Logistics การหารือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก คุณสยามณัฐ พนัสสรณ์ อุปนายกฝ่ายนโยบายอุตสาหกรรมฯ ของ EVAT โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาคการขนส่ง ความร่วมมือนี้ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าในการพัฒนาการขนส่งที่ยั่งยืน ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในอนาคต ตอกย้ำวิสัยทัศน์ประเทศไทยสู่ Green Logistics.
กรมการขนส่งฯ หนุน Green Logistics
ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก (DLT) โดยสำนักการขนส่งสินค้า ได้เข้าหารือและเก็บข้อมูลจาก สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เพื่อสนับสนุนโครงการ Green Logistics การพบปะครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลที่สอดคล้องกับการดำเนินโครงการด้านการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีและแนวคิดเพื่อลดมลภาวะมาใช้ในภาคขนส่งสินค้าอย่างจริงจัง
เจาะลึกความร่วมมือ
ในการหารือครั้งนี้ คุณสยามณัฐ พนัสสรณ์ อุปนายกฝ่ายนโยบายอุตสาหกรรมและสนับสนุนการลงทุนของ EVAT พร้อมทีมงาน ได้ให้ข้อมูลสำคัญแก่เจ้าหน้าที่ของ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งข้อมูลที่ให้นั้นครอบคลุมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภาคการขนส่งเชิงพาณิชย์ รวมถึงแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน
ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับมาตรฐานการขนส่งของประเทศให้มีความยั่งยืน โดยมองว่ายานยนต์ไฟฟ้าคือองค์ประกอบหลักในการบรรลุเป้าหมาย Green Logistics การผลักดันดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายระดับชาติที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว
ผลกระทบและอนาคต
การที่ EVAT เข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลแก่ กรมการขนส่งทางบก แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าจะถูกพิจารณาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ Green Logistics อย่างชัดเจนในอนาคตอันใกล้ ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในภาคขนส่งเชิงพาณิชย์ที่เข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถานีชาร์จ หรือการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การผลักดันนี้ไม่เพียงแต่จะลดมลพิษทางอากาศและเสียง แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจขนส่งของไทยให้สอดรับกับเทรนด์โลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของภาคธุรกิจและสังคมโดยรวม
กรมการขนส่งทางบก เวที “Move Green, Move Forward”
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการขนส่งทางบก เปิดเวที “Move Green, Move Forward” ปลุกพลังผู้ประกอบการขนส่งไทย ปรับตัวสู่ “โลจิสติกส์สีเขียว” เต็มรูปแบบ หวังลดต้นทุน - ฝ่ากำแพงภาษีการค้าโลก
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันภาคการขนส่งสินค้าของประเทศไทย จำเป็นต้องปรับตัวเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบ Green Logistics เพื่อรักษาเสถียรภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์การค้าโลกที่หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และการกำหนดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป และ ร่างกฎหมาย Clean Competition Act ของสหรัฐอเมริกา 🔗 รวมถึงเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 (ค.ศ.2050)
อีกทั้ง กว่าร้อยละ 80 ของการขนส่งสินค้าในประเทศไทย อาศัยการขนส่งทางถนนเป็นหลัก และมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง ซึ่งการขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางถนนเข้าสู่ระบบ Green Logistics ผ่านการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการนี้ ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือต่าง ๆ จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถลดต้นทุนพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และสามารถจัดเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนเพื่อรองรับการตรวจสอบจากคู่ค้าในระดับสากล ซึ่งส่งผลต่อโอกาสทางการค้าในระยะยาว ดังนั้นการจัดงานในวันนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางถนนของไทย สามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบ Green Logistics ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ และการเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Logistics) ของประเทศไทย” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นายเชาว์ลิต แจ้งอักษร จากกรมควบคุมมลพิษ นายประพนธ์ ธนาสุทธิเสรี จาก บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (SCGJWD) และนายสุรเดช เจียรยืนยงพงศ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยังได้เปิดตัวกิจกรรม “Coaching เชิงลึก” เพื่อนำร่องให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการขนส่งในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก และการวางแผนลดต้นทุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก โดย ขบ. มั่นใจว่าโครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ของประเทศไทยให้สำเร็จได้ตามเป้าหมาย
