
อินโดนีเซียปิดดีลภาษีทรัมป์ 19% ซื้อพลังงาน 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์
16 กรกฎาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีอินโดนีเซีย 19% พร้อมดีลพลังงาน 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะ EU เตรียมตอบโต้มูลค่า 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ สงครามภาษีทรัมป์ดันอัตราสหรัฐฯ สูงสุดรอบ 92 ปี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ให้สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียในอัตรา 19% ภายใต้ข้อตกลงทางการค้าฉบับใหม่ พร้อมเผยแผนเจรจาดีลเพิ่มเติมกับหลายประเทศ เพื่อลดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ข้อตกลงกับอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับรองของสหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในดีลไม่กี่ฉบับที่รัฐบาลทรัมป์ทำได้ก่อนกำหนดเวลา 1 สิงหาคมนี้ ที่อัตราภาษีสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จะขึ้นอีกครั้ง ขณะที่สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ กำลังเตรียมมาตรการตอบโต้หากการเจรจาล้มเหลว
อัตราภาษีเฉลี่ยสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดรอบ 92 ปี
ตามการประมาณการของศูนย์งบประมาณมหาวิทยาลัยเยล อัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 20.6% จาก 2-3% ก่อนที่ทรัมป์จะกลับเข้าทำเนียบขาวในเดือนมกราคม แม้จะปรับลดเหลือ 19.7% หลังจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค แต่ยังคงเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1933 ดีลกับอินโดนีเซียมีรูปแบบคล้ายกับเวียดนาม โดยกำหนดอัตราภาษีคงที่สำหรับสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ประมาณสองเท่าของอัตรา 10% ปัจจุบัน โดยสหรัฐฯ ไม่ต้องเสียภาษีสินค้าส่งออกไปอินโดนีเซีย รวมถึงการกำหนดอัตราภาษีลงโทษสำหรับการขนส่งสินค้าจากจีนผ่านอินโดนีเซีย และข้อผูกพันในการซื้อสินค้าสหรัฐฯ
อินโดนีเซียตกลงซื้อสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์
ทรัมป์เผยภายหลังผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า อินโดนีเซียตกลงซื้อผลิตภัณฑ์พลังงานสหรัฐฯ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ สินค้าเกษตรอเมริกัน 4,500 ล้านดอลลาร์ และเครื่องบินโบอิ้ง 50 ลำ แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลา การค้าระหว่างสหรัฐฯ-อินโดนีเซียในปี 2024 มีมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้จะไม่ติดอันดับ 15 คู่ค้าหลัก แต่มีแนวโน้มเติบโต โดยสหรัฐฯ ส่งออกไปอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 3.7% ขณะที่นำเข้าจากอินโดนีเซียขึ้น 4.8% ทำให้เกิดขาดดุลการค้าสินค้าเกือบ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ สินค้านำเข้าหลักจากอินโดนีเซีย ประกอบด้วย น้ำมันปาล์ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รองเท้า ยางรถยนต์ ยางธรรมชาติ และกุ้งแช่แข็ง
สหภาพยุโรปเตรียมตอบโต้ เล็งเป้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์
ความก้าวหน้ากับอินโดนีเซียเกิดขึ้นขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งดูแลการค้าของสหภาพยุโรป เตรียมเล็งเป้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 7.2 หมื่นล้านยูโร (8.41 หมื่นล้านดอลลาร์) ตั้งแต่เครื่องบินโบอิ้ง เหล้าเบอร์เบิน ไปจนถึงรถยนต์ เพื่อเก็บภาษีตอบโต้หากการเจรจาการค้าล้มเหลว ทรัมป์ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป 30% ตั้งแต่ 1 สิงหาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่ยุโรประบุว่าไม่สามารถยอมรับได้และจะยุติการค้าปกติระหว่างสองตลาดที่ใหญ่ที่สุดของโลก รายการสินค้าเป้าหมายครอบคลุมสารเคมี อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือไฟฟ้าและความแม่นยำ รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร ผลไม้และผักหลากหลายชนิด พร้อมไวน์ เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มูลค่า 635 ล้านยูโร
อินเดียเจรจาไปในทิศทางเดียวกัน
ทรัมป์เผยว่าการเจรจากับอินเดียดำเนินไป "ในแนวทางเดียวกัน" พร้อมกล่าวว่า "เราจะเข้าถึงตลาดอินเดียได้ คุณต้องเข้าใจว่าเราไม่เคยเข้าถึงประเทศเหล่านี้มาก่อน คนของเราเข้าไปไม่ได้ แต่ตอนนี้เราได้รับการเข้าถึงเพราะสิ่งที่เราทำกับภาษี" นโยบายภาษีของทรัมป์ได้สร้างความวุ่นวายให้กับการลดอุปสรรคการค้าโลกที่เจรจากันมาหลายทศวรรษ และส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินระหว่างประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นับตั้งแต่เริ่มนโยบายภาษี ทรัมป์ทำดีลได้เพียงไม่กี่ฉบับ ซึ่งต่ำกว่าคำมั่นสัญญาเดิมที่จะทำ "90 ดีลใน 90 วัน" โดยปัจจุบันได้ข้อตกลงกรอบกับสหราชอาณาจักรและเวียดนาม รวมถึงข้อตกลงชั่วคราวกับจีนเพื่อชะลอภาษีที่สูงที่สุดขณะที่การเจรจาระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งยังคงดำเนินต่อไป
เกาะติดสถานการณ์นับถอยหลัง 1 ส.ค. 68
- สหรัฐฯ-เวียดนามบรรลุข้อตกลงภาษีใหม่ ไทยเสี่ยงเสียเปรียบส่งออก - 4.7.2568
- เปิดจดหมายทรัมป์ถึงไทย ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 36% - 8.7.2568
- 'ทรัมป์'ส่งหนังสือเก็บภาษีนำเข้าไทยไทย 36% มีผล 1 ส.ค. - เปิดโอกาสการเจรจาเพิ่มเติม - 8.7.2568
- เกมรอบสุดท้ายของไทยวางเดิมพันภาษี 0% หวังหลบภาษีทรัมป์ 36% แต่ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน - 9.7.2568
- เราจะเอายังไงกันดี เมื่อทรัมป์ชวนเราออกนอกกรอบกติกาการค้าโลก - 10.7.2568
- อินโดนีเซียปิดดีลภาษีทรัมป์ 19% ซื้อพลังงาน 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์ - 16.7.2568
กิจกรรที่เกี่ยวข้อง

สมัครเข้ากิจรรม ที่นี่ (หัวข้อการเสวนามีการเปลี่ยนหัวข้อจาก Beyond Tariffs เพื่อทันกับสถานการณ์สงครามการค้า)
