ดีป้าเปิดตัวโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซั่น 3 (OTOD #3) หนุนสตาร์ทอัพและชุมชนเกษตรดิจิทัล

ดีป้าเปิดตัวโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซั่น 3 (OTOD #3) หนุนสตาร์ทอัพและชุมชนเกษตรดิจิทัล

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  1. ดีป้าเปิดโครงการ “1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซั่น 3 (OTOD #3)” หนุนเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

  2. อัดฉีดงบและเทคโนโลยีให้ชุมชนและสตาร์ทอัพใน 8 จังหวัด เป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

  3. เปิดโอกาสทองให้สตาร์ทอัพและ SMEs เกษตรดิจิทัลเข้าถึงทุน องค์ความรู้ และเครื่องมือดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และขยายตลาดอย่างยั่งยืน

ดีป้าเปิดตัวโครงการ "1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซั่น 3" (OTOD #3) พลิกโฉมเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมอัดฉีดงบประมาณและเทคโนโลยีหนุนชุมชนและสตาร์ทอัพใน 8 จังหวัดยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี นับเป็นโอกาสทองสำหรับ SMEs และผู้ประกอบการด้านเกษตรดิจิทัลในการเข้าถึงแหล่งทุนและองค์ความรู้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ "1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซั่น 3" (OTOD #3) อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่มีเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมภาคเกษตรกรรมของไทยไปสู่ยุคเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถและลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีในพื้นที่ชนบท

โครงการ OTOD #3 นี้มีความโดดเด่นในการมุ่งเน้นการสนับสนุนที่จับต้องได้ โดยจะมีการ อัดฉีดงบประมาณและเทคโนโลยี ให้กับกลุ่มชุมชนและสตาร์ทอัพใน 8 จังหวัดยุทธศาสตร์ ที่ได้รับคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างกว้างขวาง แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสและกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในภาคเกษตรกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนภาคเกษตรสู่ดิจิทัลอย่างจริงจัง

ภายใต้โครงการนี้ ดีป้าตั้งเป้าหมายไว้อย่างทะเยอทะยานว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่เป้าหมายให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และยังมีการนำ 3 เทคโนโลยีเปลี่ยนเกมเกษตรไทย เข้ามาสนับสนุน เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ สตาร์ทอัพด้านเกษตรดิจิทัล และ ผู้ประกอบการ SMEs ในภาคเกษตร โครงการ OTOD #3 ถือเป็นโอกาสทองที่สำคัญยิ่งในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การเข้าร่วมโครงการจะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถพัฒนาโซลูชัน นวัตกรรมใหม่ ๆ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้

โดยสรุปแล้ว การสนับสนุนจากดีป้าจะช่วยให้ SMEs และสตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเครื่องมือดิจิทัลที่จำเป็น เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และขยายช่องทางการตลาด ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากและภาคเกษตรไทยในภาพรวมให้ก้าวทันยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับบริการสู่ดิจิทัลและยุติสำนักงานเขต 6 พร้อมเร่งผลักดันการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับบริการสู่ดิจิทัลและยุติสำนักงานเขต 6 พร้อมเร่งผลักดันการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์

6 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ประกาศยุติการให้บริการสำนักงานเขต 6 พร้อมผลักดันระบบ DBD Biz Regist เพื่อให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และสนับสนุน SMEs

จับตาการประชุม Global SME Ministerial Meeting 2025 จุดเปลี่ยน SMEs ในเวทีโลก

จับตาการประชุม Global SME Ministerial Meeting 2025 จุดเปลี่ยน SMEs ในเวทีโลก

22 กรกฎาคม 2568

Business Leader / โต๊ะข่าวต่างประเทศ

การประชุม Global SME Ministerial Meeting 2025 จัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 22–24 กรกฎาคม ณ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับบทบาทของผู้ประกอบการ SMEs ในเศรษฐกิจโลก ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก G20, ประเทศกำลังพัฒนา และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ITC, WTO และ UNCTAD

มาตรการของ ศบก. เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศและผ่อนปรนขนส่ง 24 ชั่วโมง

มาตรการของ ศบก. เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศและผ่อนปรนขนส่ง 24 ชั่วโมง

20 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ศบก. เร่งออกมาตรการผ่อนปรนการขนส่งน้ำมัน 24 ชั่วโมง และปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่ทันท่วงที พร้อมให้ SMEs ขนส่งปรับตัวรับโอกาสและความท้าทายจากสถานการณ์ปัจจุบัน